หุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีร่วงยกแผง นำโดย PTTGC ลดลง 5.07% โบรกชี้รับแรงกดดันราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีสัญญาณผ่อนคลาย ขณะที่ตลาดจับตาการเมืองอิสราเอล
KEY POINTS
- หุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีปรับตัวลดลงยกแผง โดย PTTGC ร่วงลงมากที่สุด 5.07% ตามด้วย SPRC, IVL, และ TOP
- สาเหตุหลักประการหนึ่งคือราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง หลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายจากการเจรจาระหว่างหลายประเทศ ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านอุปทาน
- อีกปัจจัยสำคัญคือการจับตาสถานการณ์การเมืองในอิสราเอล ซึ่งผลสำรวจชี้ว่าฝ่ายค้านมีคะแนนนำ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าหากมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองอาจทำให้สงครามไม่ยืดเยื้อ
- นักวิเคราะห์มองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นเป็นผลจากแรงขายทำกำไรตามปัจจัยข่าวใหม่ มากกว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่อ่อนแอลง และมองว่าผลประกอบการไตรมาส 3-4 ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง
ความเคลื่อนไหว ตลาดหุ้นไทย ภาคเช้า ณ วันที่ 28 ต.ค.2569 หุ้นกลุ่มโรงกลั่น ปรับตัวลดลง นำโดย
หุ้น PTTGC ร่วง 5.07% ลดลง 2.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 51.50 บาท
หุ้น SPRC ร่วง 4.73% ลดลง 0.70 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 14.10 บาท
หุ้น IVL ร่วง 4.55% ลดลง 1.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 26.50 บาท
หุ้น TOP ร่วง 4.07% ลดลง 2.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 64.75 บาท
หุ้น BCP ร่วง 3.40% ลดลง 1.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 49.75 บาท
หุ้น PTTEP ร่วง 2.70% ลดลง 4.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 162.00 บาท
หุ้น IRPC ร่วง 2.05% ลดลง 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.86 บาท
หุ้น SCC ร่วง 1.08% ลดลง 3.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 275.00 บาท
หุ้น PTT ร่วง 0.66% ลดลง 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 41.75 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลงในช่วงนี้ มองว่าเป็นผลจากแรงขายทำกำไร หลังมีปัจจัยข่าวใหม่เข้ามากระทบ ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและทิศทางราคาน้ำมันดิบ มากกว่าจะเกิดจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่อ่อนแอลง
ทั้งนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มผ่อนคลาย หลังมีรายงานการหารือระหว่างซาอุดีอาระเบีย ตุรกี ปากีสถาน และอิหร่าน เพื่อหาแนวทางลดความขัดแย้งในภูมิภาค ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันเริ่มลดลง และกดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงตามมา
อีกปัจจัยมาจากผลสำรวจการเลือกตั้งอิสราเอล ซึ่งระบุว่าฝ่ายค้านมีคะแนนนำเบนจามิน เนทันยาฮู โดยตลาดประเมินว่าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจส่งผลต่อทิศทางความขัดแย้งในภูมิภาค และเพิ่มโอกาสที่สงครามจะไม่ยืดเยื้อเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เม็ดเงินลงทุนอาจหมุนกลับไปยังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม มองว่าผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 3/2569 และไตรมาส 4/2569 ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แม้ไตรมาส 4/2569 จะมีความเสี่ยงจากค่าระวางเรือและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่คาดว่ากำไรของบริษัทในกลุ่มยังมีปัจจัยสนับสนุนให้รักษาความแข็งแกร่งได้
กลยุทธ์การลงทุน มองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นจากแรงกดดันด้านข่าวสารอาจเป็นจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มผลประกอบการยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สามารถเลือกลงทุนในหุ้น TOP หรือ SPRC เพียง 1 บริษัท พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุน หรือ Stop Loss อย่างชัดเจน ส่วนผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นพลังงานที่มีความผันผวนน้อยกว่า แนะนำ PTTEP เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า





