“10 แบงก์” เปิดกำไรไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 6.58 หมื่นล้าน ชะลอตัว 9.7% ขณะที่งวด 9 เดือน กำไรแตะ 1.98 แสนล้าน ลดลง 3.60% รับแรงกดดันเศรษฐกิจผันผวน เผยธนาคารกลาง-เล็ก “เคเคพี-ทีทีบี-ทิสโก้” ผลงานโดดเด่นสุด
KEY POINTS
- ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง มีกำไรสุทธิงวด 9 เดือน รวมอยู่ที่ 1.98 แสนล้านบาท ลดลง 3.60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- แบงก์กลาง-เล็กผลงานโดดเด่น KKPโตถึง 56% TISCO และ TTB
- ส่วนแบงก์ใหญ่ กำไรลดลงสาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยวูบ ตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง
โดย ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 198,968 ล้านบาท ลดลง 3.60% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่เฉพาะไตรมาส 3 มีกำไร 65,824 ล้านบาท ลดลง 9.70% จากปีก่อน และทรงตัวที่ 0.70% จากไตรมาสก่อนหน้า
แม้กำไรสุทธิรวมยังอยู่ในระดับเกือบ 2 แสนล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนกลับมีทิศทางลดลง โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งที่กำไรหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารขนาดกลางและเล็กบางแห่งยังรักษาการเติบโตได้ดี
โดยไตรมาส3 ปี 2569 มีเพียง 6 แบงก์ ที่กำไรเพิ่มขึ้น คือ KTB เพิ่มขึ้น 3.77% KKP กำไรเพิ่มขึ้น 12.54% LHFG เพิ่มขึ้น 16% TISCO เพิ่มขึ้น 2.33% KTB เพิ่มขึ้น 3.77% BAY เพิ่มขึ้น 4.4%และ CREDIT 25.28%
ทั้งนี้ หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน พบว่ามีเพียง 4 ธนาคารที่มีกำไรสุทธิคือ TISCO กำไร 4.28% KKP กำไร 42% และTTB กำไร 3% CREDIT กำไรเติบโตที่ 22.31%
ส่วนที่เหลือกำไรลดลง นำโดย BBL กำไรลดลง 31% KTB ลดลง 13.94% SCB ลดลง 11.44% KBANK ลดลง 2.21% BAY 1.4% และ LHFG 12.55%
ขณะที่ งวด 9 เดือนปี 2569 กำไรสุทธิโดยรวมทั้ง 10 แบงก์ อยู่ที่ 198,968 ล้านบาท ลดลง 3.60% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 206,389 ล้านบาท
โดยพบว่ามีธนาคารที่กำไรเติบโตโดดเด่นคือ KKP โดย 9 เดือน กำไรเติบโต 56% และ LHFG เติบโต 14.77% ด้าน KBANK เติบโต 3.43% BAY เติบโต 3.90% TTB เติบโต 4.81% TISCO เติบโต 5.68%
หากดูตั้งสำรองหนี้สูญ พบว่า ไตรมาส 3 สำรองโดยรวมอยู่ที่ 50,209 ล้านบาท ลดลง 5.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และช่วง 9 เดือน พบว่าสำรองโดยรวมลดลงเช่นกันที่ 5.45% มาอยู่ที่ 157,102
ล้านบาท
ด้านคุณภาพหนี้เสียหรือเอ็นพีแอล พบว่าปรับขึ้นเล็กน้อย โดยรวมทั้ง9ธนาคาร หนี้เสียอยู่ที่ 526,879ล้านบาท เพิ่มขึ้น0.25% จากไตรมาสก่อนหน้า
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย สำหรับผลประกอบการไตรมาส3ของธนาคารอยู่ที่ 12,720 ล้านบาท ลดลง3.98% ส่วนงบ9เดือนปีนี้ กำไรรวมอยู่ที่ 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,348 ล้านบาท หรือ 3.43%
สำหรับกำไรไตรมาส3ที่ลดลงส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงจากภาวะตลาดที่มีความผันผวน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่มีจำนวน 9,841 ล้านบาท ลดลง5.29%เกิดจากภาวะตลาดในไตรมาสนี้และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่ของการเก็บค่าธรรมเนียม
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 19,892 ล้านบาท ลดลง4.14% สะท้อนผลจากการดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ธนาคารและบริษัทย่อยได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวังที่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจำนวน 10,329 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 310 ล้านบาท หรือ 3.09% จากไตรมาสก่อน
เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในอนาคตที่ยังมีความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นายอาทิตย์ นันทวิทยาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีบีเอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนว่าความผันผวนได้กลายเป็นบริบทสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกต่อไป
อย่างไรก็ดี ธุรกิจหลักของกลุ่มยังมีเสถียรภาพ ภายใต้สามแนวทางสำคัญที่เรายึดมั่น ได้แก่ การเติบโตอย่างมีคุณภาพ การขยายฐานรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก
ขณะเดียวกัน เราได้เตรียมความพร้อมเชิงรุกเพื่อรองรับภูมิทัศน์ทางการเงินที่เปลี่ยนแปลง ทั้งการนำ AI มาใช้ยกระดับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งกลุ่ม ตลอดจนการเตรียมเปิดให้บริการธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับเสถียรภาพของระบบและประสบการณ์ของลูกค้า
สำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กรดร.อารักษ์ สุธีวงศ์จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ในวันที่ 1 ม.ค.70 เป็นต้นไป โดยเราได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง
พร้อมสานต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์ของกลุ่ม เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าไตรมาส 3ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 12,582 ล้านบาท
โดยสินเชื่อขยายตัว 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนหลักจากสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อภาครัฐ
สอดคล้องกับการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง บริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ มี NPL อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่2.93% รักษา Coverage Ratio ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 205.3 ตั้ง Credit Cost ในระดับที่เหมาะสม และติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด
โดยที่ผ่านมา ธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงินได้จัดตั้ง บจ. กรุงไทย อลิอันซ์ โฮลดิ้ง และ บจ. กรุงไทย แคปปิเทล โฮลดิ้ง เพื่อจัดโครงสร้างการบริหารตามประเภทธุรกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งด้าน Shared Service, Digital Technology and Innovation และ Wealth Creation ควบคู่กับการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบจ. วินเพอร์ฟอร์มานซ์ ซึ่งประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและติดตามหนี้





