วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

10แบงก์ ‘กำไร’ 1.98แสนล้าน “เคเคพี-ทีทีบี-ทิสโก้” ผลงานเด่นสุด

“10 แบงก์” เปิดกำไรไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 6.58 หมื่นล้าน ชะลอตัว 9.7% ขณะที่งวด 9 เดือน กำไรแตะ 1.98 แสนล้าน ลดลง 3.60% รับแรงกดดันเศรษฐกิจผันผวน เผยธนาคารกลาง-เล็ก “เคเคพี-ทีทีบี-ทิสโก้” ผลงานโดดเด่นสุด

KEY POINTS

  • ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง มีกำไรสุทธิงวด 9 เดือน รวมอยู่ที่ 1.98 แสนล้านบาท ลดลง 3.60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • แบงก์กลาง-เล็กผลงานโดดเด่น  KKPโตถึง 56% TISCO  และ TTB 
  • ส่วนแบงก์ใหญ่ กำไรลดลงสาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยวูบ ตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง 

10แบงก์ ‘กำไร’ 1.98แสนล้าน “เคเคพี-ทีทีบี-ทิสโก้” ผลงานเด่นสุด ล่าสุดออกมาเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCB) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กลุ่มการเงินทิสโก้ (TISCO) ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) และธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LHFG)

โดย ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 198,968 ล้านบาท ลดลง 3.60% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่เฉพาะไตรมาส 3 มีกำไร 65,824 ล้านบาท ลดลง 9.70% จากปีก่อน และทรงตัวที่ 0.70% จากไตรมาสก่อนหน้า

แม้กำไรสุทธิรวมยังอยู่ในระดับเกือบ 2 แสนล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนกลับมีทิศทางลดลง โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่บางแห่งที่กำไรหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารขนาดกลางและเล็กบางแห่งยังรักษาการเติบโตได้ดี

โดยไตรมาส3 ปี 2569 มีเพียง 6 แบงก์ ที่กำไรเพิ่มขึ้น คือ KTB เพิ่มขึ้น 3.77% KKP กำไรเพิ่มขึ้น 12.54% LHFG เพิ่มขึ้น 16% TISCO เพิ่มขึ้น 2.33% KTB เพิ่มขึ้น 3.77%  BAY เพิ่มขึ้น 4.4%และ CREDIT 25.28% 

ทั้งนี้ หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน พบว่ามีเพียง 4 ธนาคารที่มีกำไรสุทธิคือ TISCO กำไร 4.28% KKP กำไร 42% และTTB กำไร 3% CREDIT กำไรเติบโตที่ 22.31% 

ส่วนที่เหลือกำไรลดลง นำโดย BBL กำไรลดลง 31% KTB ลดลง 13.94% SCB ลดลง 11.44%  KBANK ลดลง 2.21%  BAY 1.4% และ LHFG 12.55% 

ขณะที่ งวด 9 เดือนปี 2569 กำไรสุทธิโดยรวมทั้ง 10 แบงก์ อยู่ที่ 198,968 ล้านบาท ลดลง 3.60% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 206,389 ล้านบาท

โดยพบว่ามีธนาคารที่กำไรเติบโตโดดเด่นคือ KKP โดย 9 เดือน กำไรเติบโต 56% และ LHFG เติบโต 14.77% ด้าน KBANK เติบโต 3.43% BAY เติบโต 3.90% TTB เติบโต 4.81% TISCO เติบโต 5.68%

หากดูตั้งสำรองหนี้สูญ พบว่า ไตรมาส 3 สำรองโดยรวมอยู่ที่ 50,209 ล้านบาท ลดลง 5.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และช่วง 9 เดือน พบว่าสำรองโดยรวมลดลงเช่นกันที่ 5.45% มาอยู่ที่ 157,102
ล้านบาท 

ด้านคุณภาพหนี้เสียหรือเอ็นพีแอล พบว่าปรับขึ้นเล็กน้อย โดยรวมทั้ง9ธนาคาร หนี้เสียอยู่ที่ 526,879ล้านบาท เพิ่มขึ้น0.25% จากไตรมาสก่อนหน้า

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย สำหรับผลประกอบการไตรมาส3ของธนาคารอยู่ที่ 12,720 ล้านบาท ลดลง3.98% ส่วนงบ9เดือนปีนี้ กำไรรวมอยู่ที่ 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,348 ล้านบาท หรือ 3.43%

สำหรับกำไรไตรมาส3ที่ลดลงส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงจากภาวะตลาดที่มีความผันผวน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่มีจำนวน 9,841 ล้านบาท ลดลง5.29%เกิดจากภาวะตลาดในไตรมาสนี้และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่ของการเก็บค่าธรรมเนียม

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 19,892 ล้านบาท ลดลง4.14% สะท้อนผลจากการดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ธนาคารและบริษัทย่อยได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวังที่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจำนวน 10,329 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 310 ล้านบาท หรือ 3.09% จากไตรมาสก่อน

เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในอนาคตที่ยังมีความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

นายอาทิตย์ นันทวิทยาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีบีเอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้สะท้อนว่าความผันผวนได้กลายเป็นบริบทสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกต่อไป

อย่างไรก็ดี ธุรกิจหลักของกลุ่มยังมีเสถียรภาพ ภายใต้สามแนวทางสำคัญที่เรายึดมั่น ได้แก่ การเติบโตอย่างมีคุณภาพ การขยายฐานรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก

ขณะเดียวกัน เราได้เตรียมความพร้อมเชิงรุกเพื่อรองรับภูมิทัศน์ทางการเงินที่เปลี่ยนแปลง ทั้งการนำ AI มาใช้ยกระดับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งกลุ่ม ตลอดจนการเตรียมเปิดให้บริการธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับเสถียรภาพของระบบและประสบการณ์ของลูกค้า

สำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กรดร.อารักษ์ สุธีวงศ์จะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ในวันที่ 1 ม.ค.70 เป็นต้นไป โดยเราได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง

พร้อมสานต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์ของกลุ่ม เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าไตรมาส 3ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 12,582 ล้านบาท

โดยสินเชื่อขยายตัว 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนหลักจากสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อภาครัฐ

สอดคล้องกับการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง บริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ มี NPL อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่2.93% รักษา Coverage Ratio ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 205.3 ตั้ง Credit Cost ในระดับที่เหมาะสม และติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด

โดยที่ผ่านมา ธนาคารและกลุ่มธุรกิจทางการเงินได้จัดตั้ง บจ. กรุงไทย อลิอันซ์ โฮลดิ้ง และ บจ. กรุงไทย แคปปิเทล โฮลดิ้ง เพื่อจัดโครงสร้างการบริหารตามประเภทธุรกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งด้าน Shared Service, Digital Technology and Innovation และ Wealth Creation ควบคู่กับการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบจ. วินเพอร์ฟอร์มานซ์ ซึ่งประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและติดตามหนี้