วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อินโดรามา เวนเจอร์ส‘ ชูเสถียรภาพการเมือง–รัฐจับมือเอกชน กุญแจลงทุนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ

“อโลเก โลเฮีย” ซีอีโอ อินโดรามา เวนเจอร์ส ชี้เสถียรภาพทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุนและการวางแผนระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ย้ำความร่วมมือภาครัฐ–เอกชนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมใช้เทคโนโลยีและ AI ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน รับมือวิกฤตที่คาดการณ์ไม่ได้

นาย Aloke Lohia รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ Indorama Ventures กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงเสถียรภาพทางการเมือง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การตัดสินใจลงทุน และการวางแผนธุรกิจในระยะยาว

โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนและความท้าทายที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ทั้งหมด

นาย Aloke กล่าวในเวทีเสวนา “ทุนเพื่อสร้างความสามารถในการรับมือกับวิกฤต (Capital for Resilience)” ภายในงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ภายใต้แนวคิด “Designing Capital for the Future” เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 ว่า ภาครัฐและภาคเอกชนมีบทบาทที่แตกต่างกัน

แต่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ โดยภาครัฐมีหน้าที่กำหนดนโยบายและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา ขณะที่ภาคเอกชนสามารถสนับสนุนเงินลงทุน เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายทางธุรกิจ

  • ชี้รัฐทำงานลำพังไม่พอ ต้องผนึกเอกชน

นาย Aloke ระบุว่า รัฐบาลไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งหมดได้เพียงลำพัง แต่การทำงานร่วมกับภาคเอกชนจะช่วยให้การตอบสนองความต้องการของประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“รัฐบาลไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งหมดได้เพียงลำพัง แต่การทำงานร่วมกับภาคเอกชนจะช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นาย Aloke กล่าว

ทั้งนี้ การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญของภาครัฐ ขณะที่ภาคเอกชนต้องการโอกาสในการเติบโต ลงทุน และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถดำเนินเป้าหมายควบคู่กันได้ หากมีความร่วมมือที่เหมาะสม

  • ย้ำเสถียรภาพการเมืองหนุนลงทุนระยะยาว

นาย Aloke กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความพร้อมรับมือกับวิกฤต คือเสถียรภาพทางการเมือง เนื่องจากภาคธุรกิจไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์หรือวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ทั้งหมด การมีสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและนโยบายที่มีความต่อเนื่องจึงช่วยให้ภาครัฐและภาคเอกชนสามารถวางแผนและตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เราไม่สามารถวางแผนรับมือกับทุกปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ สิ่งที่เราคาดหวังได้คือเสถียรภาพทางการเมืองที่มากขึ้น เพราะเมื่อมีเสถียรภาพ รัฐบาลก็จะสามารถสร้างความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตได้ดีขึ้น” นาย Aloke กล่าว

มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า การเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคาดการณ์ความเสี่ยงทุกประเภทล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการวางแผนและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ดีขึ้น

  • กระจายฐานผลิต–ใช้ AI เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน

ในด้านการดำเนินธุรกิจ การกระจายฐานการผลิตและการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเมื่อแต่ละภูมิภาคมีต้นทุนการผลิตแตกต่างกัน

ภายในเวทีเสวนามีการยกตัวอย่างความแตกต่างของต้นทุนพลังงานระหว่างภูมิภาค โดยผู้ผลิตในยุโรปบางส่วนเผชิญต้นทุนพลังงานสูงกว่าผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกาถึง 5 เท่า สะท้อนถึงความจำเป็นในการพิจารณาปัจจัยด้านที่ตั้งฐานการผลิต ความมั่นคงด้านพลังงาน และการเข้าถึงตลาดใหม่ ควบคู่กับการปรับตัวต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ ยังเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและบริหารทรัพยากรให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ของงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ซึ่งจัดโดย BRANDi and Companies ร่วมกับ BiOST และ Institute of Systematic Transformation โดยงานดังกล่าวเป็นกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการ (Official Affiliated Programme) ของการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ซึ่งประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

โดยนาย Aloke เน้นย้ำว่า เสถียรภาพทางการเมืองและความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงและวางแผนการเติบโตในระยะยาว