วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ห่วงน้ำท่วมซ้ำเติม ‘ภาระหนี้’ เร่งแบงก์ ช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม

“แบงก์ชาติ” ห่วงสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ซ้ำเติมภาคครัวเรือนเอสเอ็มอีเพิ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาหนี้เดิมอยู่แล้ว อาจเผชิญผลกระทบมากขึ้น เร่งแบงก์ช่วยเหลือลูกหนี้ทุกกลุ่ม

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากเศรษฐกิจไทยที่เผชิญช็อกเข้ามากระทบหลายรอบและมีความถี่เพิ่มขึ้นส่งผลให้งบการเงินของภาคครัวเรือนและเอสเอ็มอีให้ทรุดโทรมหรือแย่ลง โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมเป็นอีกปัจจัยที่เข้ามาซ้ำเติมภาระของประชาชนและผู้ประกอบการมากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาระหนี้อยู่เดิม เมื่อเผชิญเหตุการณ์ที่กระทบต่อรายได้หรือการดำเนินธุรกิจ ย่อมทำให้ปัญหาด้านฐานะการเงินมีความรุนแรงมากขึ้น ธปท.จึงให้ความสำคัญกับการเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาหนี้สิน เพื่อลดภาระของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของผลกระทบจากน้ำท่วมต่อกำลังซื้อ ธปท.เชื่อว่าช่วงแรกของสถานการณ์อาจเห็นการบริโภคเพิ่มขึ้นบางส่วนจากการซื้อสินค้าเพื่อกักตุน แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประชาชนจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย

ขณะที่เอสเอ็มอีและผู้ค้ารายย่อยได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีสต๊อกสินค้าได้รับความเสียหาย เช่น ร้านค้าหรือผู้ประกอบการในพื้นที่ที่น้ำไหลเข้าท่วม ผลกระทบดังกล่าวเข้ามาซ้ำเติมปัญหาที่ผู้ประกอบการมีอยู่เดิม

ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อคุณภาพหนี้ เนื่องจากกลุ่มประชาชนและธุรกิจที่มีฐานะการเงินเปราะบางอยู่แล้วต้องเผชิญกับภาระเพิ่มเติมจากความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู

ส่งผลให้ที่ผ่านมา ธปท.เร่งผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินกับลูกหนี้เพื่อรองรับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยธปท.ได้กำชับให้สถาบันการเงินเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ โดยปัจจุบันมีสถาบันการเงินเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ16 แห่ง แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 6 แห่ง

ด้านการลดภาระหนี้เดิม ทั้งการพักชำระเงินต้น พักชำระดอกเบี้ย ลดค่างวด ขยายระยะเวลาชำระหนี้ และลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดภาระการชำระหนี้ในช่วงที่ลูกหนี้ได้รับผลกระทบ

ส่วนการเติมสภาพคล่องใหม่ ครอบคลุมสินเชื่อฉุกเฉิน สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเอสเอ็มอีเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ

ซึ่งมาตรการดังกล่าวจึงครอบคลุมทั้งการลดภาระการชำระหนี้ที่มีอยู่ และการเติมเงินใหม่ให้กับลูกหนี้ที่จำเป็นต้องใช้สภาพคล่องเพื่อฟื้นฟูทรัพย์สินหรือกลับมาดำเนินธุรกิจ

ในส่วนของการดำเนินนโยบายการเงินของธปท.หลังธนาคารกลางหลัก ๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดช่องว่างของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นนั้น ธปท.เชื่อว่าเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและการตัดสินใจเชิงนโยบาย ไม่ใช่ปัจจัยเดียวทั้งหมด

โดยการเคลื่อนย้ายเงินทุนไหลเข้า-ออกขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเป็นสำคัญ สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่พบการเคลื่อนไหวของเงินทุนที่น่ากังวล เนื่องจากประเทศไทยมีฐานเศรษฐกิจต่างประเทศที่แข็งแกร่งมีมูลค่าเงินสำรองทางการอยู่ในระดับสูง สถาบันการเงินมีความมั่นคง และแนวโน้มเศรษฐกิจยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวล

สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม Annual Meeting ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.ที่จะถึงนี้ ธปท. ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดทำแผนฉุกเฉินหรือ Business Continuity Plan (BCP) เพื่อรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว

โดยจากการประเมินพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน หากสามารถบริหารจัดการมวลน้ำเหนือได้ดีและไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม คาดว่าพื้นที่จัดประชุมจะไม่ได้รับผลกระทบ
โดยเฉพาะพื้นที่จัดงานและพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถานที่พักของผู้เข้าร่วมประชุม ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะเดียวกัน ธปท.ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ซึ่งหากสามารถบริหารจัดการและแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมได้รวดเร็ว จะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีด้านการบริหารจัดการของประเทศ แต่หากสถานการณ์แก้ไขได้ล่าช้าและยืดเยื้อ ก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว