วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 บอนด์ยีลด์ขึ้นต่อ

ดาวโจนส์ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองเมื่อคืน หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งจนทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 24 ปี

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ปรับตัวลงในวันอังคาร (29 ก.ย.69) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับขึ้นอีกครั้งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ลดลง 131.59 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 51,349.92 จุด

ดัชนี S&P 500 ลดลงเล็กน้อย 0.16% ปิดที่ 7,670.84 จุด

ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ลดลง 0.09% ปิดที่ 26,797.54 จุด แม้ดัชนีทั้งสามจะปิดเหนือระดับต่ำสุดของวัน แต่ทั้งหมดก็ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง โดยหุ้น JPMorgan Chase, Morgan Stanley และ Bank of America ต่างลดลง ขณะที่กองทุน State Street Financial Select Sector SPDR ETF (XLF) ก็ปิดตลาดในแดนลบเช่นกัน

 

บอนด์ยีลด์อายุยาวแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี

ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงกว่า 5.6% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2002 ส่วนยีลด์พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิง พุ่งขึ้นสูงสุดระหว่างวันที่เหนือระดับ 5.29%

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นควบคู่กับยีลด์พันธบัตรที่เพิ่มขึ้น กดดันตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา เมื่อวันจันทร์ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงมากกว่า 300 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq Composite ลดลง 0.8% และ 0.9% ตามลำดับ

 

หวั่นอุปสงค์พัง

เจฟฟ์ คลิงเกลโฮเฟอร์ กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Aristotle Pacific Capital กล่าวกับ ซีเอ็นบีซี ว่า “ตลาดกำลังเชื่อว่าเงินเฟ้อจะลดลง และการลดลงนั้นจะเกิดขึ้นผ่านการทำลายอุปสงค์” เขากล่าวเสริมว่า “นี่คือเหตุผลที่หุ้นปรับตัวลง และเป็นเหตุผลที่อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น ตลาดกำลังเปลี่ยนไปเชื่อในแนวทางการแก้ปัญหาที่ [เควิน] วอร์ช ประธานเฟดเชื่อ”

การเคลื่อนไหวในวันอังคารทำให้ตลาดหุ้นมีแนวโน้มทำผลงานรายเดือนและรายไตรมาสแบบผสมผสานกัน

ในเดือนกันยายน ดัชนี S&P 500 และดาวโจนส์ลดลง 0.2% และ 3.5% ตามลำดับ สำหรับดาวโจนส์ การปรับตัวลงดังกล่าวจะยุติช่วงขาขึ้นติดต่อกันห้าเดือน ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% นับตั้งแต่ต้นเดือน

สำหรับไตรมาสนี้ S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 2% เท่ากัน ส่วนดาวโจนส์ลดลงเกือบ 2% ในไตรมาสที่สาม