ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 5.05 จุด นักวิเคราะห์เผย แรงซื้อ DELTA หนุนดัชนี ขณะที่สัปดาห์หน้าจับตา Rebalance และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีบาร์โค้ด-QR Code บนบัตรเลือกตั้ง
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 5.05 จุด โดยมีแรงซื้อหุ้น DELTA เป็นปัจจัยหนุนหลัก ซึ่งหากหักผลกระทบจากหุ้นตัวนี้ออกไป ภาพรวมตลาดจะยังติดลบเล็กน้อย
- แรงซื้อหุ้น DELTA ส่วนหนึ่งมาจากการเก็งกำไรก่อนการทำ Rebalance ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากราคาหุ้นมีผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดในไตรมาสนี้
- นักลงทุนควรจับตาปัจจัยในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใน "คดีบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง" ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศ
“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (25 ก.ย.2569) ปิดตลาดที่ 1,607.63 จุด บวก 5.05 จุด หรือ 0.32% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,613.45 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,603.46 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย รวม 57,366.42 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 263.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท หรือ 3.14% มูลค่าการซื้อขาย 7,994.45 ล้านบาท
2. PTT ราคาปิด 43.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.58% มูลค่าการซื้อขาย 6,902.61 ล้านบาท
3. KTB ราคาปิด 44.25 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.12% มูลค่าการซื้อขาย 2,915.75 ล้านบาท
4. KBANK ราคาปิด 252.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.40% มูลค่าการซื้อขาย 2,181.46 ล้านบาท
5. SCB ราคาปิด 156.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,613.82 ล้านบาท
วีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ฟินันเซีย ไซรัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวดีกว่าที่คาด จากเดิมประเมินว่าดัชนีอาจแกว่งตัว Sideways ถึง Sideways Down แต่สามารถพลิกกลับมาปิดบวกได้ราว 5 จุด
ทั้งนี้มาจากแรงซื้อ หุ้น DELTA ซึ่งช่วยหนุนดัชนีหุ้นไทย ทำให้หากหักผลกระทบจาก DELTA ออก ภาพรวมตลาดจะยังติดลบเล็กน้อย โดยแรงซื้อส่วนหนึ่งเป็นการเก็งกำไรก่อนการทำ Rebalance ในสัปดาห์หน้า หลังราคาหุ้น DELTA มีผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กองทุนต้องปรับน้ำหนักการลงทุนกลับเข้าสู่ระดับที่กำหนด
สำหรับสัปดาห์หน้า นักลงทุนควรติดตามทิศทาง Bond Yield สหรัฐฯ และราคาน้ำมันต่อเนื่อง รวมถึงความคืบหน้าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ "คดีบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง" ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศ
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำยังไม่ควรถือหุ้นเต็มพอร์ต เนื่องจากตลาดยังมีความเสี่ยงแฝง เน้น Selective Buy ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัด หรือได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันและ Bond Yield ที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันชะลอตัวหรือ Bond Yield ปรับลดลง อาจเห็นแรงขายและการโยกเงินออกจากกลุ่มดังกล่าว
ส่วนกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ ธนาคาร ซึ่งยังมีความแข็งแกร่งในระยะสั้น รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังสามารถเก็งกำไรตามธีม AI แม้หุ้นที่เล่นได้จะมีจำกัด ขณะที่กลุ่มพลังงานยังได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันระดับสูง และการแพทย์ที่มองว่ายังน่าสนใจในช่วงนี้





