AWC จุดพลุ "กองรีท" ผุด AWR ด้วยทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 5 หมื่นล้าน ชูจุดเด่นสินทรัพย์ระดับ "พรีเมียม" หวังดึง “นักลงทุนรายย่อย-สถาบัน” ลงทุนในอสังหาฯ ในทำเลคุณภาพ
AWC เปิดเกม “REIT” ไซส์ยักษ์ หลังกำลังศึกษาจัดตั้งกองทรัสต์ AWR ทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 5 หมื่นล้าน หวังสร้างมิติใหม่ให้แก่ “ตลาดทุนไทย” และยกระดับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมให้เป็นสินทรัพย์หลักที่เข้าถึงได้สำหรับนักลงทุนทุกกลุ่ม
หากเอ่ยถึง บริษัท แอสเสท เวิร์ด คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้คร่ำหวอดใน ตลาดทุนไทย ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะนี่คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทยภายใต้ร่มของ “กลุ่ม TCC Group” หากย้อนไปตั้งแต่ AWC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อปี 2562 โดย ณ ขณะนั้น AWC มีมูลค่าสินทรัพย์ราว 96,000 ล้านบาท แต่ในปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์รวม (Gross Asset Value) ของบริษัทฯ ได้เติบโตขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับ 224,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เทียบกับช่วง IPO สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงฐานรากสินทรัพย์แข็งแกร่งของ AWC
ด้วย “จุดเด่นสำคัญ” ของ AWC คือ พอร์ตสินทรัพย์ Freehold คุณภาพ ครอบคลุม 2 กลุ่มหลัก 1. กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ โดยบริหารโดยเครือโรงแรมระดับสากล ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลัก และ 2. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ จุดหมายปลายทางที่คนไทยและนักท่องเที่ยวรู้จักดี
สะท้อนผลประกอบการล่าสุดในไตรมาส 2/2569 ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% มีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% ซึ่งผลงานที่แข็งแกร่งมาจากธุรกิจโรงแรม ที่ทำรายได้ 2,761 ล้านบาท ได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ที่ทำสถิติสูงสุดในพัทยา เพิ่มขึ้น 169% และจังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้น 31%
ขณะที่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ทำรายได้ 2,517 ล้านบาท และ EBITDA 2,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทยังมี “ต้นทุนทางการเงิน” อยู่ในระดับต่ำที่ 2.46%
และด้วยจุดเด่นเหล่านี้ล้วนนำมาซึ่งแผนการศึกษาจัดตั้ง “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” (REIT) ภายใต้ชื่อ AWR โดยวางกรอบมูลค่าสินทรัพย์รวมที่จะพิจารณานำเข้ากองทรัสต์ไว้ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นของ กองทรัสต์ AWR เกิดขึ้นภายใต้โครงสร้าง Integrated Real Estate Platform เพื่อแยกบทบาททางธุรกิจอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้ AWC ทำหน้าที่เป็น Development Engine หรือเครื่องยนต์หลักในการพัฒนาและสร้างมูลค่าโครงการใหม่
ขณะที่กองทรัสต์ AWR ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มถือครองสินทรัพย์ที่ดำเนินงานสม่ำเสมอ มีผลการดำเนินงานพิสูจน์แล้ว (Track Record) รับโอนสินทรัพย์ที่ผ่านความเสี่ยงช่วงการพัฒนาโครงการมาแล้ว ทำให้สามารถสร้าง “รายได้ประจำ” ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการใหม่
สอดรับมุมมองในเวทีการเงินระดับโลก รายงานจากสถาบันชั้นนำ อย่าง J.P. Morgan Asset Management (2026 LTCMA) และ Goldman Sachs ชี้ตรงกันว่า อสังหาริมทรัพย์ และ REIT ไม่ใช่แค่ทางเลือกเสริม แต่เป็น “สินทรัพย์หลัก” ที่ช่วย “เพิ่มผลตอบแทน” และ “กระจายความเสี่ยงในพอร์ตระยะยาว”
การเกิดขึ้นของกอง REIT ประเภท Freehold ขนาดใหญ่แบบนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญให้ “นักลงทุนรายย่อย” และ “นักลงทุนสถาบัน” ทั้งในไทยและต่างประเทศ เข้าถึงกระแสเงินสดจากอสังหาริมทรัพย์ระดับ Prime ในทำเลศักยภาพของประเทศไทย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก และมีผลตอบแทนสม่ำเสมอ ท่ามกลางความผันผวนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
การเคลื่อนไหวของ AWC ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์การบริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset Recycling) โดย AWR ถูกออกแบบมาให้มีคุณค่าที่แตกต่างเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ผ่าน “จุดเด่น 5 ด้านหลัก”
- เน้นพอร์ตสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ขาด (Freehold) AWR มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Freehold ในทำเลศักยภาพสูง ซึ่งช่วยขจัดความเสี่ยงจากการหมดอายุสัญญาเช่า (ต่างจาก Leasehold) ช่วยรักษามูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว พร้อมรับประโยชน์จากมูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น (Asset Appreciation) และช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
- สินทรัพย์คุณภาพสูง บริหารโดยแบรนด์ระดับสากล โดยสินทรัพย์ที่จะพิจารณานำเข้ากองครอบคลุมทั้งกลุ่มโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แบบมิกซ์ยูส ซึ่งบริหารร่วมกับเครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก เช่น Marriott, IHG, Hilton, Nobu, Accor, Banyan Tree และ Melia เป็นต้น
- เส้นทางการเติบโตที่ชัดเจน (Growth Pipeline) หมายความว่า หากบริษัทแม่อย่าง AWC ต้องการจะขายสินทรัพย์ใหม่ๆ ออกมา AWR จะเป็นรายแรกที่มีสิทธิ์เลือกซื้อ หรือปฏิเสธสินทรัพย์นั้นก่อนคนอื่น ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้คัดเลือกโครงการที่ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบัน AWC มีโครงการใน Pipeline มากกว่า 61 โครงการ ทำให้เห็นโครงสร้างการเติบโตในอนาคตได้อย่างชัดเจน
- ขนาดพอร์ตที่ตอบโจทย์สภาพคล่องและนักลงทุนสถาบัน ด้วยกรอบมูลค่าสินทรัพย์เริ่มต้นไม่เกิน 50,000 ล้านบาท จะทำให้ AWR เป็นกองทรัสต์ขนาดใหญ่ลำดับต้น ๆ ของตลาดทุนไทย สามารถรองรับสภาพคล่องในการซื้อขาย และตอบโจทย์เกณฑ์การเข้าลงทุนของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ
- โครงสร้างธรรมาภิบาลระดับมาตรฐานสากล มีการจัดตั้งโครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทจัดการ REIT โดยให้มีสัดส่วนกรรมการอิสระ เพื่อกำกับดูแลให้ผลประโยชน์ของผู้บริหารกองสอดคล้องกับผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
การเกิดขึ้นของ AWR จะเป็นโอกาสสำคัญของนักลงทุนรายย่อยให้เข้าถึงการเป็นเจ้าของอสังหาฯ ระดับ Prime Assets เช่นโรงแรม 5 ดาว หรือธุรกิจคอมเมอร์เชียลชั้นนำของไทย แบบ Freehold ในขนาดกองรีทที่ใหญ่ที่สุด และมีรูปแบบของแพลตฟอร์มจาก AWC ในการเติมทรัพย์สินเพิ่มการเติบโตต่อเนื่อง นับว่าเป็นพลังใหม่ระดับคุณภาพให้ตลาดทุนไทย เราต้องจับตาดูว่า AWC กำลังจะประกาศรายละเอียดทรัพย์สินที่จะเข้ามาใน AWR คุณภาพขนาดไหนที่ทำให้ ตลาดทุนไทย ได้คึกคักเติบโต





