วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

FETCO เผย ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าพุ่งสู่เกณฑ์ ’ร้อนแรงมาก‘ หวังฟันด์โฟลว์-งบ บจ. หนุน

FETCO รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน เดือนส.ค. 69 ทะยานแตะ 165.89 สะท้อนมุมมองบวกในอีก 3 เดือนข้างหน้า(พ.ย.69) ต่างชาติเชื่อมั่นสูงสุดที่ระดับ 200.00 สวนทางนักลงทุนบุคคลที่ยังทรงตัว ชูหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ (TRANS) เป็นกลุ่มโดดเด่นที่สุด พร้อมเตือนปัจจัยฉุดจากคดีการเมืองใหญ่และสถานการณ์สงครามการค้าโลก

KEY POINTS

  • ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (พ.ย. 69) พุ่งขึ้นสู่เกณฑ์ "ร้อนแรงอย่างมาก" ที่ระดับ 165.89
  • ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นที่สำคัญที่สุดคือความคาดหวังต่อกระแสเงินทุนไหลเข้า (ฟันด์โฟลว์) ตามมาด้วยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
  • สถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากที่สุด
  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับ "ร้อนแรงอย่างมาก" สวนทางกับนักลงทุนรายย่อยที่อยู่ในเกณฑ์ "ทรงตัว"

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนสิงหาคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 24-31 สิงหาคม 2569)  พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.89 นักลงทุนมองว่าการไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด

รองลงมาคือผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด  ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ รองลงมาคือ สงครามการค้า และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

FETCO เผย ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าพุ่งสู่เกณฑ์ ’ร้อนแรงมาก‘ หวังฟันด์โฟลว์-งบ บจ. หนุน

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนสิงหาคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้
▪ ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (พฤศจิกายน 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” (ช่วงค่าดัชนี 160-200) ที่ระดับ 165.89
▪ ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ในขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนกลุ่มสถาบันในประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”  และความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
▪ หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ (TRANS)
▪ หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ (MEDIA)
▪ ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลเข้าของเงินทุน
▪ ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ

ผลสำรวจ ณ เดือนสิงหาคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับลดลง 1.4% อยู่ที่ระดับ 117.80 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลด 6.7% อยู่ที่ระดับ 155.56 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 4.2% อยู่ที่ระดับ 131.58 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่ม 20.0% อยู่ที่ระดับ 200.00
 
​ในเดือนสิงหาคม 2569 SET Index ปรับขึ้นต่อเนื่องจนถึงช่วงครึ่งแรกของเดือน โดยมีปัจจัยบวกจากตัวเลข GDP ไทยไตรมาส 2/2569 ที่ขยายตัวดีกว่าคาด และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวสูง อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังกระแสเงินทุนต่างชาติกลับมาเป็นแรงขายเพื่อทำกำไรหลัง SET ปรับขึ้นแรง  รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายการเงินของ Fed และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกยังทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้ SET Index ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ปิดที่ 1,595.16 ปรับตัวลด 1.75% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 24,681 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 51,184 ล้านบาท
 
​ด้านปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนติดตามทิศทางนโยบายการเงินของ Fed หลังถ้อยแถลงของประธาน Fed ส่งผลให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน รวมถึงทิศทางค่าเงินเยนและนโยบายการเงินของ BOJ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและการกดดันประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและราคาน้ำมัน
 
ปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ความสามารถในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการพิจารณางบประมาณภาครัฐปี 2570 รวมถึงผลกระทบจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ ต่อภาคส่งออกและห่วงโซ่อุปทานไทย ในส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ นักลงทุนยังคงจับตาความไม่แน่นอนจากกระบวนการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดตัดสินในวันที่ 28 กันยายน 2569”