ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้น 2% หลังคำพูดของกรรมการเฟด วอลเลอร์ ช่วยลดกระแสคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย สงครามอิหร่าน สหรัฐยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง ขณะอิสราเอลอาจกลับมาโจมตีอิหร่าน
KEY POINTS
- ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2% หลัง คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการเฟด ส่งสัญญาณว่าอาจสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ย
- วอลเลอร์ระบุว่าอาจคงดอกเบี้ยไว้ หากข้อมูลเศรษฐกิจยังคงชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังผ่อนคลายลง
- ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
- การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมต่อราคาทองคำ
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำปรับขึ้นมากกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย. 69) หลังเทรดเดอร์ปรับลดคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกันยายน ภายหลังคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เขาสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ หากข้อมูลยังบ่งชี้ว่า แรงกดดันเงินเฟ้อกำลังผ่อนคลายลง
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) เพิ่มขึ้น 2.3% สู่ 4,488.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 02:04 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (18:04 GMT) หลังขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 28 ส.ค. ระหว่างการซื้อขายในวันนั้น
สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (US Gold Futures) ปิดบวก 2.8% ที่ 4,539.9 ดอลลาร์
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจที่จะออกมาในอนาคตยืนยันว่าแรงกดดันเงินเฟ้อกำลังเย็นลง เขาก็มีแนวโน้มจะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมนโยบายครั้งถัดไปของธนาคารกลางสหรัฐ
ขณะนี้เทรดเดอร์มองว่า มีโอกาสราว 54% ที่คณะผู้กำหนดนโยบายจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน ลดลงจากราว 62% ก่อนคำพูดของวอลเลอร์ ตามข้อมูลเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch
“ผมคิดว่าตอนนี้เทรดเดอร์กำลังมองว่าเฟดน่าจะผ่อนความเข้มงวดเรื่องดอกเบี้ยลง” บ็อบ ฮาเบอร์คอร์น นักกลยุทธ์ตลาดอาวุโสของ StoneX กล่าว
“เทรดเดอร์จำนวนมากขึ้นเริ่มยอมรับแนวคิดว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็น่าจะไม่มีพื้นที่ให้ขึ้นดอกเบี้ยได้มากกว่านี้แล้ว”
บอนด์ยีลด์ลง ช่วยหนุนราคาทองคำ
ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ลดลงช่วยหนุนราคาทองคำแท่ง เพราะทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนลดลง ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ทำให้ทองคำที่อ้างอิงเป็นดอลลาร์มีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อจากต่างประเทศ
เมื่อวันพุธ ทองคำร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 7 ส.ค. ก่อนจะปิดบวกมากกว่า 1% โดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์ที่ถอยลงจากระดับสูงสุดรอบเกือบ 3 สัปดาห์ ขณะที่ยีลด์พันธบัตรก็อ่อนตัวลงจากจุดสูงสุดในรอบหลายปี
แม้ทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ แต่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักลดความน่าสนใจของโลหะที่ไม่ให้ดอกผลในรูปของดอกเบี้ยชนิดนี้
ขณะนี้นักลงทุนกำลังรอรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐซึ่งจับตากันอย่างใกล้ชิด และจะประกาศในวันศุกร์ ตามด้วยรายงานเงินเฟ้อ CPI และ PPI เดือนสิงหาคมในสัปดาห์หน้า
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันมีแนวโน้มบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หลังการโจมตีของสหรัฐต่ออิหร่าน และคำขู่รอบใหม่จากอิสราเอลต่อเตหะราน ทำให้ตลาดกังวลมากขึ้นต่อความเสี่ยงการสะดุดของอุปทานในตะวันออกกลาง
ด้านราคาโลหะเงินตลาดสปอต (Spot Silver) ปรับขึ้น 2.8% สู่ 67.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมเพิ่มขึ้น 4.2% สู่ 1,830.28 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแพลเลเดียมพุ่ง 5.9% แตะ 1,426.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อัปเดตราคาช่วงเช้าวันศุกร์ ( 4 ก.ย. 69)
- ทองคำสปอตปรับขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 4,478.17 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 8:22 น. ตามเวลาที่สิงคโปร์ซึ่งเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง
- เงินสปอตเพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 66.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- แพลทินัมและแพลเลเดียมแทบไม่เปลี่ยนแปลง
- ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นมาตรวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐทรงตัว หลังจากร่วงลง 0.6% ในวันก่อนหน้า
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ทองคำจ่อปิดสัปดาห์ผันผวนในแดนบวก หลังถ้อยแถลงเฟดลดแรงเก็งดอกเบี้ยขึ้น โดยราคาทองคำทรงตัวในวันศุกร์ หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 2% เมื่อวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
ทองคำสปอตซื้อขายบริเวณ 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยบวกขึ้นเล็กน้อย หลังจากร่วงแรงในวันอังคารก่อนจะดีดตัวขึ้นมา





