วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

เฟดสายเหยี่ยว ‘พ่นพิษฉุด’ ทองคำ กูรูชี้ขัดแย้งเดือดอุ้มไม่หลุดเทรนด์ ‘ขาขึ้น’

ตลาดทองคำโลกและไทย กำลังเผชิญแรงเทขายหนัก หลังเฟดส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยสูงสู้เงินเฟ้อ ดันดอลลาร์แข็งค่า กดดัน Gold Spot ร่วงแรง ขณะที่ “ทองไทย” ผันผวนกว่า 20 ครั้ง ด้าน “กูรูทองคำ” มองปรับฐานระยะสั้น แนะสายเก็งกำไรชะลอซื้อ รอตั้งรับ 4,400 ดอลลาร์ ส่วนสายสะสมถือเป็นโอกาสจังหวะย่อตัว

KEY POINTS

  • นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
  • ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการร่วงลงของราคาเป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้น และแนวโน้มโดยรวมของทองคำยังคงเป็น "ขาขึ้น" ในระยะกลางถึงยาว
  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้ ไม่ให้หลุดจากแนวโน้มขาขึ้น
  • นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นชะลอการซื้อขาย แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาวถือเป็นโอกาสในการทยอยเข้าซื้อสะสม

เมื่อ “ตลาดทองคำ” ทั้งในและต่างประเทศเผชิญแรงระส่ำหนัก หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดเกินคาด ท่ามกลางความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่ กูรูทองคำมองเป็นการปรับฐานระยะสั้น พร้อมแนะกลยุทธ์ตั้งรับชะลอการซื้อตาม

การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในประเทศไทย ประจำวันที่ 31 ส.ค. 2569 ปรับตัวผันผวนอย่าง “รุนแรง” นับตั้งแต่เปิดตลาดซื้อขายในช่วงเช้า โดยราคาทิ้งตัวลงแรงทันทีหลังได้รับปัจจัยลบภายนอกประเทศ นำโดยคำแถลงของ “เควิน วอร์ช” ประธานเฟดในการประชุมสัมมนาวิชาการประจำปีที่ Jackson Hole ที่ระบุชัดเจนว่า เฟดพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หรือ “ตรึงดอกเบี้ย” ไว้ในระดับสูงยาวนานขึ้น หากอัตราเงินเฟ้อยังไม่ชะลอตัวลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว กดดันราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) ให้ย่อตัวลงแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เฟดสายเหยี่ยว ‘พ่นพิษฉุด’ ทองคำ กูรูชี้ขัดแย้งเดือดอุ้มไม่หลุดเทรนด์ ‘ขาขึ้น’

สำหรับราคาทองคำในประเทศตามรายงานล่าสุดของสมาคมค้าทองคำ ตลาดมีการปรับเปลี่ยนราคาสวนทางและผันผวนระหว่างวันไปแล้วถึง 20 ครั้ง (ณ เวลา 13.06 น.) ล่าสุดราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 69,400.00 บาท ขายออกบาทละ 69,600.00 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณ 96.5% ฐานภาษีรับซื้อบาทละ 68,007.76 บาท ขายออกบาทละ 70,400.00 บาท ปรับตัวลดลงสุทธิจากราคาปิดเมื่อวันก่อนหน้าถึง 650 บาท 

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ปัจจัยหลักที่เข้ามาแทรกแซงตลาดในขณะนี้คือนโยบายการเงินของเฟดที่ส่งสัญญาณสายเหยี่ยวมากกว่าที่นักลงทุนประเมินไว้ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรออกมาเพื่อลดความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม แรงซื้อสะสมจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นฐานพยุงราคา ไม่ให้ราคาทองคำหลุดกรอบโครงสร้างขาขึ้นในภาพใหญ่

เฟดสายเหยี่ยว ‘พ่นพิษฉุด’ ทองคำ กูรูชี้ขัดแย้งเดือดอุ้มไม่หลุดเทรนด์ ‘ขาขึ้น’

นายพีระพงศ์ วิริยะนุเคราะห์ นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโส บริษัท ออสสิริส จำกัด มองว่า วานนี้ (31 ส.ค.69) ราคาทองโลกเปิดตลาดที่ 4,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทองไทย เปิดตลาดราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออกประมาณบาทละ 69,700 บาท หลังเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาทองโลกเผชิญแรงเทขายต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ปิดลบจากวันก่อนมากถึง 147 ดอลลาร์ต่อออนซ์(-3.22%) ท่ามกลางสกุลดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องสูงสุดรอบ 2 เดือนครึ่ง หลัง “เควิน วอร์ช” ประธานเฟด ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังไม่ลดลงอย่างชัดเจนสู่เป้าหมาย 2% ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า จากเครื่องมือ CME FedWatch ล่าสุด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดมั่นใจสูงถึง 56% ว่าเฟด จะตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนก.ย. 

ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูง หลังจากกองทัพสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ค. เพิ่มความกังวลเฟ้อในตลาดมากขึ้น

ดังนั้น ยังมองว่าภาพรวมยังเป็น “การพักฐาน” จากแรงหนุนดอลลาร์แข็งค่า แต่ทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้ม “ขาขึ้น” ในระยะกลาง-ยาว สำหรับระยะสั้น หากราคายังไม่หลุด 4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงไปอย่างชัดเจนและยืนได้มีโอกาสรีบาวด์กลับ 4,500-4,575 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในตรงกันข้าม หากหลุด 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสแตะ 4,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนในมุมขาขึ้นหากกลับมายืน 4,610 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะเริ่มเปลี่ยนเป็น Bullish มีโอกาสกลับไปมองกรอบทดสอบแนวต้าน 4,700 แนวรับ 4,360-4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้าน 4,470-4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทางด้านนักวิเคราะห์จากบริษัท แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold) ระบุว่า การย่อตัวของ Gold Spot ในรอบนี้ถือเป็นการเข้าสู่ช่วงปรับฐาน (Correction Phase) หลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง โดยตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางนโยบายการเงินเฟดในระยะถัดไป

สำหรับการประเมินกรอบการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่า Gold Spot มีแนวรับสำคัญที่ 4,400-4,410 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 4,560-4,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ประเมินแนวรับไว้ที่ 69,000-69,400 บาท และแนวต้านที่ 70,500-71,000 บาท

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนระยะสั้น (Trading) แนะนำให้ชะลอการลงทุน (Wait & See) เพื่อรอให้ราคาเริ่มสร้างฐานที่ชัดเจนบริเวณแนวรับ และไม่แนะนำให้รีบเข้าซื้อตาม (Follow Buy) ในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) หาก Gold Spot ปรับตัวหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนนักลงทุนระยะยาว (Value Investor / DCA) จังหวะการย่อตัวแรงในรอบนี้ถือเป็นโอกาสในการทยอยแบ่งไม้เข้าซื้อสะสม เนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนและการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก (Central Bank Buying) ยังคงเป็นแรงหนุนหลักในระยะยาว