เจาะลึก ปีภาษี 2569 กลุ่ม “มนุษย์เงินเดือน” กับ “ฟรีแลนซ์” ต้องยื่นภาษีแบบไหน แล้วใครจำเป็นต้องปรับแผนภาษีมากกว่ากัน?
KEY POINTS
- ฟรีแลนซ์มีแนวโน้มที่ต้องวางแผนภาษีมากกว่ามนุษย์เงินเดือน เนื่องจากมีรายได้จากหลายแหล่งและต้องจัดการเอกสารค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง
- มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เสริมจากช่องทางอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน เช่น ขายของออนไลน์ ลงทุน หรือรับงานพิเศษ ก็จำเป็นต้องปรับแผนภาษีเช่นกัน
- ปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าใครต้องวางแผนภาษีมากกว่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทอาชีพ แต่ขึ้นอยู่กับ “ความซับซ้อนของรายได้” และจำนวนแหล่งที่มาของรายได้
รูปแบบการทำงานของคนไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่คนส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการเป็นพนักงานประจำ ปัจจุบันมีคนจำนวนมากหันมาทำงานอิสระ รับงานออนไลน์ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือมีรายได้หลายช่องทางมากขึ้น ส่งผลให้ “การวางแผนภาษี” กลายเป็นเรื่องที่คนทำงานทุกกลุ่มควรให้ความสำคัญ
เมื่อเข้าสู่ปีภาษี 2569 คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ระหว่าง “มนุษย์เงินเดือน” กับ “ฟรีแลนซ์” ใครจำเป็นต้องปรับแผนภาษีมากกว่ากัน?
คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทอาชีพเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับรูปแบบรายได้ จำนวนแหล่งรายได้ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง สิทธิหักลดหย่อน และการเตรียมเอกสารประกอบต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์ที่มีรายได้หลายรูปแบบ อาจต้องให้ความสำคัญกับการจัดการภาษีมากขึ้น ขณะที่มนุษย์เงินเดือนเองก็ไม่ควรมองข้าม เพราะการมีรายได้เพิ่มจากช่องทางอื่นอาจทำให้ภาระภาษีเปลี่ยนไป
มนุษย์เงินเดือน: รายได้แน่นอน แต่ต้องวางแผนให้เป็น
มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มีรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส หรือผลตอบแทนจากนายจ้าง ซึ่งเป็นรายได้ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยนายจ้างมักมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้พนักงานเพื่อนำไปใช้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แม้ระบบภาษีของมนุษย์เงินเดือนจะดูไม่ซับซ้อน แต่หลายคนอาจเสียภาษีมากกว่าที่จำเป็น เพราะไม่ได้ใช้สิทธิในการวางแผนภาษีอย่างเต็มที่
ตัวอย่างสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนควรตรวจสอบ ได้แก่
● การใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
● การวางแผนเงินออมผ่านเครื่องมือที่กฎหมายรองรับ เช่น กองทุนเพื่อการเกษียณหรือประกันชีวิตตามเงื่อนไขที่กำหนด
● การจัดการรายได้พิเศษ เช่น ค่าคอมมิชชัน งานเสริม รายได้ออนไลน์ หรือการลงทุน
● การตรวจสอบภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากนายจ้างว่าถูกต้องหรือไม่
ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนจำนวนมากไม่ได้มีเพียงรายได้จากเงินเดือน แต่มีรายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ ทำคอนเทนต์ ลงทุน หรือรับงานพิเศษ ซึ่งรายได้เหล่านี้อาจมีหลักเกณฑ์ทางภาษีแตกต่างจากเงินเดือน และอาจทำให้ต้องปรับแผนภาษีใหม่
ฟรีแลนซ์: รายได้ยืดหยุ่น แต่ต้องบริหารภาษีมากขึ้น
ฟรีแลนซ์ หรือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีความแตกต่างจากมนุษย์เงินเดือน เพราะไม่มีนายจ้างเป็นผู้จัดการเรื่องเอกสารภาษีให้ทั้งหมด ผู้ทำงานอิสระจึงต้องรับผิดชอบการรวบรวมรายได้ ค่าใช้จ่าย และหลักฐานต่างๆ ด้วยตัวเอง รายได้ของฟรีแลนซ์อาจเข้าลักษณะเงินได้หลายประเภท เช่น
● ค่าจ้างจากการรับทำงาน
● ค่าวิชาชีพอิสระ
● รายได้จากงานบริการ
● รายได้จากการสร้างคอนเทนต์
● รายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์
● รายได้จากการขายสินค้าและบริการ
ความท้าทายสำคัญของฟรีแลนซ์คือ รายได้อาจไม่สม่ำเสมอ บางเดือนมีรายได้สูง บางเดือนอาจไม่มีรายได้ ทำให้ต้องวางแผนเงินสำรองสำหรับภาษีล่วงหน้า
นอกจากนี้ฟรีแลนซ์ยังต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง “ค่าใช้จ่าย” เพราะการเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมอาจส่งผลต่อภาษีที่ต้องจ่าย โดยบางประเภทสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ขณะที่บางกรณีอาจต้องใช้หลักฐานค่าใช้จ่ายจริง
ปี 2569 ใครต้องปรับแผนภาษีมากกว่า?
หากเปรียบเทียบกันโดยภาพรวม ฟรีแลนซ์มีแนวโน้มต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนภาษีมากกว่า เนื่องจากต้องบริหารจัดการหลายเรื่องด้วยตัวเอง ตั้งแต่การติดตามรายได้ การจัดเก็บเอกสาร การวางแผนเงินสำรองภาษี ไปจนถึงการเลือกวิธีคำนวณภาษีที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม มนุษย์เงินเดือนก็อาจต้องปรับแผนภาษีมากขึ้น หากมีสถานการณ์ เช่น
● มีรายได้หลายทางนอกเหนือจากเงินเดือน
● เริ่มลงทุนและมีรายได้จากการลงทุน
● มีรายได้จากออนไลน์หรือแพลตฟอร์มต่างๆ
● ได้รับโบนัสหรือรายได้พิเศษจำนวนมาก
● มีการเปลี่ยนแปลงสถานะครอบครัว
ดังนั้นคำถามว่าใครต้องวางแผนภาษีมากกว่า อาจไม่ใช่คำถามที่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือฟรีแลนซ์ แต่ขึ้นอยู่กับ “ความซับซ้อนของรายได้”
สิ่งที่ทั้งสองกลุ่มควรทำในปี 2569
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือฟรีแลนซ์ สิ่งสำคัญคือการเริ่มวางแผนตั้งแต่ต้นปี ไม่ควรรอจนถึงช่วงยื่นภาษี เพราะอาจทำให้พลาดโอกาสในการบริหารภาษี แนวทางที่ควรทำ ได้แก่
1. สำรวจรายได้ทั้งหมด ควรรวบรวมรายได้จากทุกช่องทาง ไม่ใช่เฉพาะรายได้หลัก เพราะรายได้บางประเภทอาจมีผลต่อการคำนวณภาษีรวมทั้งปี
2. เก็บเอกสารให้ครบ เอกสารเกี่ยวกับรายได้ ค่าใช้จ่าย และสิทธิลดหย่อน เป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นภาษีและรองรับการตรวจสอบ
3. ประเมินภาษีล่วงหน้า การคำนวณภาษีคร่าวๆ ระหว่างปีช่วยให้รู้ว่าควรเตรียมเงินไว้เท่าไร และสามารถวางแผนสิทธิลดหย่อนได้ทันเวลา
4. ติดตามกฎหมายและมาตรการใหม่ กฎหมายภาษีมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องสิทธิลดหย่อน มาตรการส่งเสริมต่างๆ และแนวทางการยื่นแบบภาษี ผู้เสียภาษีจึงควรติดตามข้อมูลจากกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
สรุป ในปี 2569 ทั้งมนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ต่างต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนภาษีมากขึ้น แต่กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างละเอียดมักเป็นฟรีแลนซ์ เนื่องจากมีรายได้หลายรูปแบบและต้องดูแลระบบเอกสารด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม มนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ก็ไม่สามารถพึ่งพาการหักภาษีจากนายจ้างเพียงอย่างเดียวได้ เพราะการมีรายได้เสริมและช่องทางทำเงินที่หลากหลาย ทำให้ภาระภาษีมีความซับซ้อนมากขึ้น
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting





