วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

“วิทัย” ย้ำพันธกิจแบงก์ชาติ ‘รักษาเสถียรภาพ’ แก้ 4 ปัญหาการเงิน

“วิทัย” ย้ำพันธกิจหลักแบงก์ชาติยังไม่เปลี่ยน เดินหน้ารักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค แต่เมื่อโจทย์ประเทศเปลี่ยน ต้องขยับจากการวิเคราะห์สู่การ “ลงมือทำ” แก้ 4 ปัญหาโครงสร้างด้านการเงิน ทั้งหนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อ ต้นทุนทางการเงิน และการสกัดทุนเทา-ธุรกรรมไม่ปกติ พร้อมเพิ่มการกำกับ Nonbank ทั้ง Lending และ Payment

KEY POINTS

  • "วิทัย" เปิดภารกิจหลักของธนาคารแห่งชาติยังคงเป็นการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค แต่ต้องปรับตัวตามความท้าทายใหม่ๆ ที่เศรษฐกิจเติบโตช้าลง
  • การไม่ลงมือแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้เศรษฐกิจโตช้า จะส่งผลให้รายได้คนลดลง เกิดหนี้เสีย และกระทบเสถียรภาพในที่สุด
  • ธปท. จะเน้นลงมือแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการเงิน 4 เรื่อง คือ หนี้ครัวเรือน, การเข้าถึงสินเชื่อของรายย่อย และ SMEs, ต้นทุนบริการทางการเงินที่เป็นธรรม และการป้องกันทุนสีเทา
  • พร้อมเพิ่มการกำกับดูแล Non-bank ทั้งด้านการให้สินเชื่อ และการชำระเงิน เพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชน และธุรกรรมที่ผิดปกติ

ล่าสุด "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงพันธกิจหลักของ "ธปท."ถึง ภารกิจเดิม-ใหม่  สิ่งที่ต้องทำของ ธปท.คือ 

แบงก์ชาติยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate เรื่องนี้ไม่เคยเปลี่ยน

แต่ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพด้านราคา และระบบการเงินลดลงมาก - เงินเฟ้อ (ก่อนสงคราม) อยู่ต่ำจนติดลบ และแบงก์มีผลประกอบการ และเงินกองทุนแข็งแรงมาก (จนอาจมากเกินไปด้วยซ้ำ)

แต่ปัจจุบันปัญหาของไทย กลับอยู่ที่อัตราการเติบโต และศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดต่ำลงเรื่อยๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย ถ้าเราได้แต่วิเคราะห์ปัญหาอย่างเดียว มัวแต่วิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ช่วยกัน “ลงมือทำ” เสียที เศรษฐกิจจะโตช้าลงเรื่อยๆ ธุรกิจ และชาวบ้านจะมีรายได้ลดลง จนไม่พอรายจ่าย ท้ายที่สุดจะเป็น NPL และวนกลับมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแน่นอน

ดังนั้นจะมีประโยชน์อะไร ถ้าแบงก์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ธุรกิจปิดตัว และจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอน 

ขอย้ำอีกครั้งว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติคือ “การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค” ไม่เคยเปลี่ยนเลยแต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว  

  • แบงก์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำ “แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง”

แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงินใน 4 เรื่อง คือ 

  • 1.) การแก้หนี้ครัวเรือน 
  • 2.) Inclusion ให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้ 
  • 3.) การทำให้ต้นทุนการใช้บริการทางการเงินที่เป็นธรรมแก่รายย่อย & SMEs (ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย) และ 
  • 4.) การป้องกันไม่ให้ใช้ช่องทางการเงินเอื้อต่อทุนเทา และคอร์รัปชัน 

ทั้งหมดอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของแบงก์ชาติตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. ชัดเจน และจริงๆ ที่ผ่านมาแบงก์ชาติ ก็ทำทั้ง 4 เรื่องนี้อยู่แล้ว

จากนี้ไป จะเข้ากำกับ Nonbank ทั้งด้าน Lending และ Payment มากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงที่ประชาชนถูกเอาเปรียบ และเป็นทางผ่านของธุรกรรมไม่ปกติเพิ่มขึ้น

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์