วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ผยง' กรุงไทย เตือนคึกคะนอง 'เบี้ยวหนี้' ตามรอยเท้าดิจิทัลได้ - เตือนอย่าเอาเปรียบระบบ

กระแสบนโลกออนไลน์ที่มีผู้ใช้โซเชียลบางส่วนโพสต์ประกาศเตรียม “เบี้ยวหนี้” หลังได้รับอนุมัติสินเชื่อจาก “คลิกซ์แบงก์” (CLICX) ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อวินัยทางการเงิน และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบสินเชื่อดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับประชาชน

ล่าสุด นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงกรณีกระแสดราม่าการปล่อยสินเชื่อผ่าน “คลิกซ์แบงก์” และการโพสต์ประกาศเบี้ยวหนี้บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงการผิดนัดชำระหนี้

แต่คือ พฤติกรรมของผู้ที่มีเจตนาเข้ามาเอาเปรียบทรัพยากรสาธารณะ ซึ่งไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีเศรษฐกิจนอกระบบอยู่ในระดับสูงถึง 48% ขณะผู้ที่อยู่ในระบบรายได้ และยื่นแบบเสียภาษีมีเพียงประมาณ 12 ล้านคน และมีผู้เสียภาษีจริงเพียงราว 5 ล้านคน

ดังนั้น หากมีกลุ่มบุคคลตั้งใจใช้ช่องว่างของระบบเพื่อกู้เงินแล้วไม่ชำระหนี้ ย่อมถือเป็นการเอาเปรียบทรัพยากรของทั้งผู้ฝากเงิน ผู้เสียภาษี และผู้ที่ปฏิบัติตามกติกา ส่งผลให้ระบบจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพในการคัดกรอง และป้องกันบุคคลกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น
 

สำหรับกรณีที่มีการโพสต์ข้อความในลักษณะท้าทายหรือคึกคะนองเกี่ยวกับการเบี้ยวหนี้บนโลกออนไลน์ นายผยง ระบุว่า จำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่ารอยเท้าดิจิทัล (Digital Footprint) ของผู้โพสต์เหล่านั้นเป็นใคร และเป็นเพียงการแสดงออกด้วยความคึกคะนองของบุคคล หรือมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีหรือแก๊งหลอกลวง (Scammer) อยู่เบื้องหลังเพื่อผลักดันกระแส และสร้างปัญหาให้กับสังคม

ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงจากกรณีลักษณะนี้มีเพียงประมาณ 1-2% เท่านั้น ขณะที่เมื่อมีการตรวจสอบเชิงลึกกลับพบว่าหลายกรณีมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเคยเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้

นายผยง กล่าวว่า สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน รวมทั้งช่วยตรวจสอบว่าการสร้างกระแสลักษณะดังกล่าวมีเป้าประสงค์แอบแฝงหรือไม่ เพื่อไม่ให้สังคมตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือ การสร้าง “ความรู้เท่าทันทางการเงิน” (Financial Literacy) และการมีสติในการใช้บริการทางการเงิน แม้ว่าระบบธนาคารจะพัฒนาการพิจารณาสินเชื่อโดยใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้กู้จะสามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบหรือหลุดออกจากระบบได้ เพราะทุกธุรกรรมยังคงสามารถตรวจสอบย้อนกลับผ่านข้อมูลดิจิทัลได้

กลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมจงใจเอาเปรียบเช่นนี้ ควรจะได้รับประโยชน์จากทรัพยากรสาธารณะของประเทศต่อไปหรือไม่ และในอนาคตระบบจะมีการพัฒนาวิธีการแยกแยะกลุ่มคนเหล่านี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น” 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์