ตลาดหุ้นเอเชียทรุดหนักตามวอลล์สตรีท นักลงทุนเทขาย 'หุ้นชิป' รอบใหม่ กังวล AI ใช้เงินมหาศาลแต่ผลตอบแทนไม่คุ้ม 'เกาหลีใต้' โดนหนักสุด SK Hynix กว่า 10%
ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงแรงในวันอังคารนี้ (28 ก.ค.) โดยเฉพาะ "หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์" หลังแรงเทขายหุ้นชิปทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้นจากความกังวลว่า เม็ดเงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์อาจจะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่า กดดันให้เกิดการเทขายหุ้นชิปตั้งแต่สหรัฐไปจนถึงเอเชีย ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการและงบลงทุน AI ของบรรดาบิ๊กเทคสหรัฐและผู้ผลิตชิปรายใหญ่ในสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้น "เกาหลีใต้" ปรับตัวลงมากที่สุดระหว่างการซื้อขายช่วงเช้านี้ ดัชนี Kospi ลดลงถึง 598.16 จุด หรือ -8.85% นำโดยหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่อย่าง SK Hynix ที่ร่วงลงมากกว่า 10% และ Samsung Electronics ลดลงกว่า 8%
ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ตัวอื่นๆ ก็ถูกเทขายอย่างหนักเช่นกัน โดย Samsung SDI ลดลงกว่า 7% LG Innotek ร่วงเกือบ 14% Seoul Semiconductor ลดลงราว 6% และ LG Chem ปรับตัวลงมากกว่า 4%
ส่วนตลาดหุ้น "ญี่ปุ่น" ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลงหนัก 2,819.90 จุด หรือ -4.34% นำโดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Tokyo Electron ที่ลดลงกว่า 9% และ Advantest ลดลงกว่า 8% ขณะที่ SoftBank Group ซึ่งถูกมองเป็นตัวแทนการลงทุนด้านเอไอผ่านการถือหุ้นใน Arm ปรับตัวลงเกือบ 5% ส่วน Kioxia ผู้ผลิตหน่วยความจำของญี่ปุ่นดิ่งมากกว่า 15%
ด้านตลาดหุ้น "ไต้หวัน" ดัชนี Taiwan Weighted ลดลง 1,655.89 จุด หรือ -3.79% โดยหุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของโลก TSMC ลดลงกว่า 2%
แรงเทขายในเอเชียครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการร่วงลงของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐเมื่อคืนวันจันทร์ โดยกองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH) ปรับตัวลงมากกว่า 2% ต่อจากการร่วงลงเมื่อวันศุกร์ ขณะที่ AMD และ Teradyne ลดลง 5% และ 4% ตามลำดับ ส่วน Micron Technology ลดลงราว 2%
หุ้นเอเชียผันผวนตาม AI สหรัฐมากขึ้น
การปรับตัวลงของหุ้นชิปสะท้อนให้เห็นว่าหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียมีความเชื่อมโยงกับกระแสการลงทุนด้าน AI ในสหรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ
โอเวน ลามอนต์ รองประธานอาวุโสของบริษัทอคาเดียน แอสเซต แมเนจเมนท์ กล่าวว่า ความผันผวนอย่างรุนแรงของ หุ้น SK Hynix สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของวัฏจักรการลงทุนด้าน AI โดยนักลงทุนยังแทบไม่สามารถประเมินได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไรในระยะยาว
"ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างมาก ไม่มีใครรู้ว่า AI จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของเราอย่างไร ดังนั้นตลาดน่าจะยังผันผวนต่อไป"
ลามอนต์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า "กองทุน ETF แบบใช้เลเวอเรจ" อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความผันผวนของตลาด แม้จะไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียวที่ทำให้หุ้น SK Hynix แกว่งตัวรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา
"ในภาพรวมระบบนิเวศของกองทุน ETF แบบเลเวอเรจในเกาหลีใต้ ฮ่องกง และสหรัฐ อาจกำลังเพิ่มความผันผวนและขยายความรุนแรงของการเคลื่อนไหวในตลาด"
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดการเงินโลกยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI ที่ชะลอตัว ส่งผลให้แรงขายหุ้นผู้ผลิตชิปลุกลามจากวอลล์สตรีทมายังเอเชีย
ก่อนหน้านี้ ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐปรับตัวลงต่อเนื่อง 3 วันทำการ ส่งผลให้ใบแสดงสิทธิในหุ้น (ADR) ของ SK Hynix ที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐ ลดลงต่ำกว่าราคาที่เสนอขายครั้งแรก (IPO)
เวย์-เซิร์น หลิง กรรมการผู้จัดการของ Union Bancaire Privee กล่าวว่า ความโลภได้เปลี่ยนเป็นความกลัวสำหรับหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI นักลงทุนกำลังตีความข่าวทุกชิ้นในเชิงลบ และใช้เป็นข้ออ้างในการขาย มากกว่าจะวิเคราะห์ผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานอย่างแท้จริง


