ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกเทขายอย่างหนักในวันศุกร์นี้ เอเชียอ่วม นักลงทุนเริ่มกังวลกระแส AI ขณะราคาน้ำมันจ่อบวกแรงสุดรอบหลายเดือน
"แรงเทขาย" หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปลุกลามหนักไปยังตลาดหุ้นทั่วโลกในวันศุกร์นี้ (17 ก.ค.) ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงพร้อมกันเกือบทุกตลาด และกดดันให้ตลาดยุโรปและสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวลงแรง หลังนักลงทุนเริ่มประเมินใหม่ว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดที่ขับเคลื่อนโดยกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) "จะยังคงแข็งแกร่งต่อไปได้หรือไม่"
นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วเอเชีย ส่งผลให้ดัชนี MSCI Asia-Pacific (ไม่รวมญี่ปุ่น) ลดลง 2.7% โดยดัชนี Weighted ไต้หวัน ร่วงลงหนักที่สุดถึง 2,953.71 จุด หรือ -6.47% ปิดที่ 42,671.27 จุด และถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศมาตรการภาษีเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว
แรงฉุดของตลาดหุ้นไต้หวันมีขึ้นแม้ว่าบริษัท TSMC จะเพิ่งประกาศกำไรไตรมาส 2 สูงสุดทุบสถิติใหม่ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มากก็ตาม แต่นักลงทุนกังวลเรื่องที่บริษัทปรับเพิ่มงบลงทุนมหาศาล และกลัวจะกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
ขณะที่ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ระหว่างวันร่วงลงไปถึงกว่า 6% ก่อนจะกลับมากระเตื้องขึ้นเล็กน้อยและปิดตลาดลบไป 2,694.42 จุด หรือ -4.03% ปิดตลาดที่ระดับ 64,141.12 จุด ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ลดลง 118.26 จุด หรือ -3.05% ปิดที่ 3,764.15 จุด และดัชนี CSI 300 ปิดลบ 3.6%
ฟาเบียน ยิป นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG กล่าวว่า นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากกู้เงินมาเก็งกำไรในช่วงที่หุ้น AI ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ดังนั้นการทยอยปิดสถานะที่ใช้เงินกู้ (Leverage) จะยิ่งซ้ำเติมให้ตลาดปรับตัวลงรุนแรงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวม
"หากแรงขายยังต่อเนื่องไปถึงตลาดสหรัฐคืนนี้ ผมคิดว่าเมื่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับมาเปิดทำการวันจันทร์ สถานการณ์น่าจะเลวร้ายมาก"
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการในวันศุกร์เนื่องในวันหยุดราชการ หนึ่งวันหลังจากทางการประกาศระงับการจดทะเบียนกองทุน ETF ใหม่ที่อ้างอิงหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่บางตัวเป็นการชั่วคราว พร้อมเพิ่มวงเงินประกันขั้นต่ำที่นักลงทุนรายย่อยต้องวางเป็นหลักประกันเพื่อเข้าลงทุนในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อสกัดความผันผวนของตลาด
ส่วนในยุโรป สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี EURO STOXX 50 ลดลง 1% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดัชนี DAX ของเยอรมนีลดลง 0.8% และสัญญาล่วงหน้าดัชนี FTSE ของอังกฤษลดลง 0.43%
ส่วนสัญญาล่วงหน้าดัชนี Nasdaq ในสหรัฐ ร่วงลง 1.6% และสัญญาล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ลดลง 0.85%
น้ำมันจ่อบวก 10% แรงสุดตั้งแต่เดือนเม.ย.
ส่วนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นโดยน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 84.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เพิ่มขึ้น 0.27% อยู่ที่ 79.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.
อิหร่านระบุว่าได้เปิดฉากโจมตีฐานที่ตั้งของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซียอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ หลังสหรัฐโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุเมื่อเดือนที่แล้ว กลายเป็นการโจมตีตอบโต้กันแทบทุกวัน
เธียร์รี วิซแมน หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยของแมคควอรี กล่าวว่า สหรัฐและอิหร่านยังห่างไกลจากการหาข้อยุติร่วมกัน และในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าอาจเป็นตัวตัดสินว่าฝ่ายไหนเดินเกมเกินเลย แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงที่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันอาจได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดด้านการค้ากลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังสหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลในอัตรา 25% ภายใต้การสอบสวนมาตรา 301
ทองคำจ่อลงหนักสุดในรอบ 6 สัปดาห์
ด้านราคาทองคำมีแนวโน้มปิดตลาดรอบสัปดาห์นี้ด้วยการ "ปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์" หลังการปะทะระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรงส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เมื่อคืนที่ผ่านมา สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ งวดส่งมอบเดือนส.ค. ลดลงแรงถึง 59.70 ดอลลาร์ หรือ 1.47% ปิดตลาดที่ 3,992.10 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนในการซื้อขายวันนี้ ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot gold) ปรับตัวขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 3,988.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างการซื้อขายเมื่อเวลา 10.13 น. หลังจากก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าราคาร่วงลงจนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.
ในสัปดาห์นี้ ราคาทองคำปรับตัวลดลงแล้ว 3.2% ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คุกรุ่นอีกครั้งได้กลบปัจจัยบวกจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนมิ.ย. ที่ชะลอตัวลง


