วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

มองเศรษฐกิจไทยผ่านเลนส์ OECD แต้มต่อ ปั้นประเทศสู่ Middle Power ของโลก

มองประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็น "Middle Power" หรือประเทศอำนาจปานกลาง ที่สามารถเชื่อมโยงมุมมองระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เพื่อร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก OECD ถือเป็นแต้มต่อสำคัญ ที่ทำให้มุมมองจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายระดับโลก

ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การปฏิวัติเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า ประเทศไทยจะปรับตัวอย่างไร แต่คือ ประเทศไทยจะมีบทบาทอย่างไรในการร่วมกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกในอนาคต

ที่ผ่านมา ประเทศกำลังพัฒนามักถูกมองในฐานะ "ผู้ปรับตัว" ต่อกติกาเศรษฐกิจโลก มากกว่าการเป็น "ผู้ร่วมกำหนด" กติกาเหล่านั้น ทั้งที่ความท้าทายสำคัญของโลกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของผลิตภาพ ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ล้วนส่งผลต่อประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยเหตุนี้ เวทีนโยบายเศรษฐกิจระดับโลกจึงเริ่มเปิดพื้นที่ให้กับมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะเสียงจากประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีประสบการณ์ตรงในการรับมือกับโจทย์การพัฒนา การแข่งขัน และการเติบโตในโลกยุคใหม่

ประเทศไทยเองอยู่ในจุดที่น่าสนใจ เราอาจไม่ได้เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็น Middle Power ที่สามารถเชื่อมโยงมุมมองระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ถ่ายทอดทั้งโอกาสและข้อจำกัดของเศรษฐกิจเกิดใหม่ พร้อมร่วมเสนอแนวทางใหม่สำหรับการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ให้ความสำคัญมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับผลิตภาพ (Productivity) การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ (Structural Reform) การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) และการสร้างการเติบโตระยะยาว (Long-term Growth) 

ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถของประเทศในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อ ปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท BRANDi and Companies และผู้ริเริ่มแนวคิด Sustainomy ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกของ Business at OECD (BIAC) Economic Policy Committee คณะกรรมการด้านนโยบายเศรษฐกิจภายใต้ Business at OECD ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมและสะท้อนมุมมองจากภาคธุรกิจเพื่อสนับสนุนการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจของ OECD

การได้รับเชิญเข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าว ไม่เพียงสะท้อนการยอมรับในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นสัญญาณว่ามุมมองจากประเทศไทยและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในการหารือเชิงนโยบายระดับโลก และเปิดโอกาสให้ประสบการณ์จากบริบทของประเทศกำลังพัฒนาได้มีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางการเติบโตในอนาคต

ในบริบทนี้ แนวคิด Sustainomy เสนอว่า ความท้าทายสำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ได้เป็นปัญหาที่แยกจากกัน หากแต่เป็นผลลัพธ์ของระบบเศรษฐกิจที่ถูกออกแบบขึ้นสำหรับโลกในศตวรรษที่ 20

ขณะที่โลกในศตวรรษที่ 21 กำลังต้องการกรอบความคิดใหม่ที่สามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขัน

หากโลกกำลังร่วมกันออกแบบระบบเศรษฐกิจใหม่ ประเทศไทยอาจมีบทบาทมากกว่าการเรียนรู้จากประเทศที่พัฒนาแล้ว เราสามารถนำเสนอประสบการณ์ แนวคิด และนวัตกรรมเชิงนโยบายจากบริบทของประเทศกำลังพัฒนา เพื่อร่วมสร้างทางเลือกใหม่ของการเติบโตที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ท้ายที่สุด บทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลกอาจไม่ได้ถูกกำหนดด้วยขนาดของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความสามารถในการสร้างแนวคิด เชื่อมโยงความร่วมมือ และร่วมออกแบบคำตอบต่อความท้าทายของโลก

ในวันที่ Middle Power ไม่ได้หมายถึงขนาดของประเทศ หากแต่หมายถึงศักยภาพในการสร้างอิทธิพลผ่านองค์ความรู้ ความร่วมมือ และวิสัยทัศน์ที่โลกพร้อมรับฟัง