ชนวนความ “ร้อนแรง” ตลาดทุนไทยถูกจุดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ “ดีลซื้อคืนทรัพย์สินครั้งใหญ่” ตามเงื่อนไขกองทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงซื้อคืน (GROREIT) ไม่เป็นไปตามนัด
หลัง บมจ.โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH เจ้าของเดิมโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ไม่รับโอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนด
ด้าน ธนาคารออมสิน ขณะนี้อยู่ในฐานะเจ้าหนี้เงินกู้ของกองทรัสต์
- “ออมสิน” ย้ำฐานะเจ้าหนี้มีหลักประกัน “ไม่กังวล”
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ข้อพิพาทการซื้อคืนทรัพย์สินของทรัสต์ GROREIT มองเป็นเรื่องปกติของการดำเนินงานระหว่างกองทุน เจ้าหนี้ และลูกหนี้ที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การชำระเงินตามธุรกรรมดังกล่าวต้องดำเนินการผ่านกองทุน โดยมีผู้จัดการกองทุนเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ
- โดยถ้าชำระไม่ได้ตามกำหนด ธนาคารจะดำเนินการตามขั้นในฐานะเจ้าหนี้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าจะเกิดผิดนัดชำระ
นายทรงพล กล่าวว่า ในฐานะเจ้าหนี้มองว่า ไม่กังวลต่อกรณีดังกล่าวเพราะวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยให้กองทุนมีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันค่อนข้างมาก
โดยทรัพย์สินดังกล่าวจดจำนองกับธนาคาร อีกทั้งโครงสร้างกองทรัสต์ประเภทนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิรับชำระหนี้ก่อนผู้ถือหน่วยทรัสต์ (บุริมสิทธิ) จึงทำให้ความเสี่ยงธนาคารอยู่ระดับที่บริหารจัดการได้
สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงแรมประเมินว่าอุตสาหกรรมมีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งโรงแรมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยอัตราเข้าพักปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจโดยรวมดีขึ้น แม้มีบางกรณีเป็นปัญหาเฉพาะราย แต่ธนาคารติดตามสถานการณ์ลูกหนี้แต่ละรายใกล้ชิดเป็นปกติ
รวมทั้งพอร์ตสินเชื่อธนาคารออมสินส่วนใหญ่มีหลักประกัน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยกู้ผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือการปล่อยสินเชื่อโดยตรงให้ผู้ประกอบการโรงแรม โดยปัจจุบันพบสัญญาณชำระหนี้ของลูกหนี้ดีขึ้นต่อเนื่องหลังได้รับผลกระทบช่วงโควิด-19 สอดคล้องการฟื้นตัวภาคเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในประเทศ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


