วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (29 มิ.ย. 2569) ปิดบวก 25.11 จุด พิจารณางบปี 70 หนุนแรงซื้อกลุ่มโดเมสติก

"หุ้นไทย" เช้านี้ (29 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,567.45 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.11 จุด หรือคิดเป็น 1.63% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มที่อิงกับการบริโภคในประเทศ ตอบรับข่าวการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายปี 2570 เร็วกว่ากำหนด หนุนเชื่อมั่นเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าระบบเศรษฐกิจตามแผน

"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (29 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,567.45 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.11 จุด หรือคิดเป็น 1.63% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,569.62 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,550.14 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 39,142.09 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 320.00 บาท เพิ่มขึ้น 16.00 บาท หรือ 5.26% มูลค่าซื้อขาย 3,882.35 ล้านบาท
     
  2. KTB ราคาปิด 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 2,208.31 ล้านบาท
     
  3. BDMS ราคาปิด 19.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 1.59% มูลค่าซื้อขาย 2,061.59 ล้านบาท
     
  4. AOT ราคาปิด 63.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.20% มูลค่าซื้อขาย 2,013.55 ล้านบาท
     
  5. SCB ราคาปิด 146.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 1,632.38 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้แรงหนุนจากบรรยากาศภาครัฐ โดยสภาผู้แทนราษฎรเริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระที่ 1 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 ก.ค. 2569 เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับปฏิทินงบประมาณเดิมในช่วงวันที่ 1–3 ก.ค. ปี 2569 ส่งผลให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายจะไม่ล่าช้า

สิ่งนี้นับเป็นบรรยากาศเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มในประเทศ และกลุ่มที่ได้รับงานภาครัฐ รวมถึงช่วยเรียกความเชื่อมั่นต่อภาคเอกชนตามเม็ดเงินที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนต่อการเติบโตของจีดีพี

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 กำหนดวงเงินไม่เกิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 0.2% ขณะที่งบลงทุนโดยตรงในร่าง พ.ร.บ. อยู่ที่ 789,172 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้า แต่เมื่อรวมการลงทุนจากแนวทาง "ลงทุน พลัส" ร่วมกับรัฐวิสาหกิจและโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) รัฐบาลตั้งเป้าระดมเม็ดเงินเงินลงทุนได้ประมาณ 1.568 ล้านล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ เผชิญความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมามีความไม่แน่นอนสูง หลังจาก สหรัฐ ได้โจมตีคลังเก็บขีปนาวุธ คลังเก็บโดรน และสถานีเรดาร์บริเวณชายฝั่งของอิหร่าน เพื่อตอบโต้กรณีอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกสินค้าพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วยโดรนเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ปี 2569 โดยสถานการณ์ตึงเครียดและการตอบโต้ของทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อเนื่องในช่วงวันหยุด

อย่างไรก็ดี ล่าสุดสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงหลังสื่อ Axios รายงานว่า สหรัฐและอิหร่านได้ตกลงที่จะยุติการโจมตีซึ่งกันและกัน ก่อนที่การเจรจาสันติภาพจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากงานภาครัฐ และกลุ่ม Domestic play หุ้นเด่นประจำวันแนะนำ BDMS จากปัจจัยความต้องการรักษาไม่ได้มาจากเศรษฐกิจแต่มาจากโครงสร้างประชากร และการเดินหน้าโครงการ WellEra อีกหนึ่งตัวคือ HMPRO จากแนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัว และสินค้าแบรนด์เฉพาะของบริษัท (Private Brand) หนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)