วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (26 มิ.ย. 2569) ปิดลบ 16.21 จุด หุ้นชิ้นส่วนฯ ร่วง รับปรับพอร์ตลงทุนหุ้นโดเมสติก

"หุ้นไทย" วันนี้ (26 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,542.34 จุด ปรับตัวลดลง 16.21 จุด หรือ 1.04% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หลังนักลงทุนมีการปรับพอร์ตหมุนเงินลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศที่ได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (26 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,542.34 จุด ปรับตัวลดลง 16.21 จุด หรือ 1.04% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,549.82 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,537.96 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 66,472.04 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 304.00 บาท ลดลง 22.00 บาท หรือ 6.75% มูลค่าซื้อขาย 6,112.38 ล้านบาท
     
  2. GULF ราคาปิด 59.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.24% มูลค่าซื้อขาย 5,040.91 ล้านบาท
     
  3. BDMS ราคาปิด 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 2.72% มูลค่าซื้อขาย 3,133.14 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 35.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.45% มูลค่าซื้อขาย 2,961.15 ล้านบาท
     
  5. TRUE ราคาปิด 12.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.60% มูลค่าซื้อขาย 2,956.22 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงตามตลาดภูมิภาคจากบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เข้ากดดัน แต่ไม่มากเท่าตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีไม่มาก 

เหตุผลคาดว่ามาจากการปรับพอร์ตและหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่หุ้นในกลุ่มอื่นที่ราคายังปรับตัวขึ้นมาไม่มากนัก จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด เช่น ไฟแนนซ์ ค้าปลีก การแพทย์ รับปัจจัยบวกคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ปรับประมาณการจีดีพี เพิ่มขึ้นมาที่ 2.3% พร้อมตัวเลขการส่งออกที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการส่งออกแม้จะเติบโตแต่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากเดิมที่เติบโตในระดับ 20% เหลือเพียงราว 10% สะท้อนเทรนด์การส่งออกที่ชะลอตัวในระยะต่อไป เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ

ขณะที่ในสัปดาห์หน้า (29 มิ.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,520 จุด แนวต้าน 1,564 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือตัวเลขเศรษฐกิจ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนผลกระทบของเศรษฐกิจไทยจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วงที่ผ่านมา

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับประมาณการจีดีพีเพิ่มขึ้น สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เน้นมองหุ้นในกลุ่มที่อ้างอิงการบริโภคภายในประเทศที่ได้ประโยชน์จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เช่น ค้าปลีก ไฟแนนซ์ การแพทย์ และท่องเที่ยว อย่าง HMPRO, AWC, BDMS, MTC, และ KTC