วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘กสิกรไทย’ระวังปล่อยกู้-ลงทุน เตือนรับมือผลกระทบครึ่งหลัง สะเทือนลูกค้าจาก ‘เศรษฐกิจซบ’

‘กสิกรไทย’ระวังปล่อยกู้-ลงทุน เตือนรับมือผลกระทบครึ่งหลัง สะเทือนลูกค้าจาก ‘เศรษฐกิจซบ’

“ธนาคารกสิกรไทย” เผยครึ่งปีหลังรับปัจจัยเสี่ยง-ความผันผวนพุ่ง เตือน “ลูกค้าปรับตัว” เตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงสูง ชี้ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง สะเทือนพอร์ตลูกค้าราว 10% พร้อมมอนิเตอร์ลูกค้าใกล้ชิด ควบคู่ระวังปล่อย “สินเชื่อ” และ “ชะลอลงทุนใหม่” เพื่อประคองพอร์ต

‘กสิกรไทย’ระวังปล่อยกู้-ลงทุน เตือนรับมือผลกระทบครึ่งหลัง สะเทือนลูกค้าจาก ‘เศรษฐกิจซบ’ นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันเต็มไปด้วย “ความท้าทาย” จากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ แม้ว่าปัจจุบันประเด็นภาษียังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน และยังอยู่ระหว่างการเจรจา 

รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบต่อ “ลูกค้าบางกลุ่ม” ที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ

โดยพอร์ตลูกค้าที่มีความเชื่อมโยงกับภูมิภาคดังกล่าวมีสัดส่วนประมาณ 10% ซึ่งธนาคารเชื่อว่าผลกระทบจะไม่เกิดขึ้นกับลูกค้าทั้งหมด เนื่องจากหลายธุรกิจมีการกระจายตลาดและกระจายความเสี่ยงไปยังประเทศอื่น ๆ แล้ว ซึ่งการกระจายตลาดถือเป็นโจทย์สำคัญของประเทศไทยในระยะต่อไปเช่นกัน

การชำระหนี้ของลูกค้า ปัจจุบันธนาคารยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะค่อย ๆ ปรากฏมากขึ้นในช่วงครึ่งหลัง

ซึ่งธนาคารจึงมีการติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมทั้งเข้าไปพูดคุยและดูแลลูกค้าในกลุ่มที่คาดจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

ด้านการดำเนินธุรกิจยังคงเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อไว้ที่ระดับ 0-2% แม้ปัจจุบันการเติบโตสินเชื่อในหลายกลุ่มธุรกิจจะยังไม่โดดเด่น ทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อรายย่อย เนื่องจากลูกค้าหลายรายชำระคืนหนี้เดิม ทั้งธนาคารและลูกค้าต่างมีความระมัดระวังในการก่อหนี้ใหม่มากขึ้น ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน

ในด้านผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริหารโครงสร้างเงินกองทุน จ่ายเงินปันผล และคัดเลือกการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนเหมาะสม เนื่องจากธุรกิจสินเชื่อเป็นธุรกิจที่ใช้เงินทุนจำนวนมาก ดังนั้น การใช้เงินทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาระดับผลตอบแทนของธนาคาร

ขณะเดียวกัน ยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อมากกว่าเร่งขยายพอร์ต เพราะหากปล่อยสินเชื่อโดยขาดความระมัดระวัง อาจนำไปสู่การตั้งสำรองหนี้สูญที่สูงขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม

สำหรับ แผนลงทุนธนาคารอยู่ระหว่างการทบทวนโครงการลงทุนต่าง ๆ หรือชะลอการลงทุนออกไปก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในประเด็นการเกิดขึ้นของธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank แม้กสิกรไทยจะไม่ได้เข้าร่วมขอใบอนุญาต แต่เชื่อว่าผู้เล่นรายใหม่จะเข้ามาช่วยขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับกลุ่มประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงระบบธนาคาร หรือกลุ่มที่ยังไม่มีข้อมูลทางการเงินเพียงพอ

ขณะที่ การพิจารณาสินเชื่อ ซึ่ง Virtual Bank มีข้อได้เปรียบจากการมีข้อมูลลูกค้าและระบบนิเวศทางธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นฐานลูกค้าจากธุรกิจโทรคมนาคม ค้าปลีก หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นตลาดที่ธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมยังไม่ได้เข้าไปแข่งขันอย่างเต็มที่

สำหรับการแข่งขันโดยตรงธนาคารยังคงมีการแข่งขันในกลุ่มบริการดิจิทัลที่มีอยู่เดิม เนื่องจากปัจจุบันการให้บริการอยู่บนดิจิทัลอยู่แล้วทั้งการให้บริการผ่าน K PLUS และ LINE BK มากกว่า ขณะที่ กลุ่มลูกค้าที่ Virtual Bank จะเข้าไปให้บริการเป็นกลุ่มที่แตกต่างออกไป และเป็นตลาดที่ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปยังเข้าไม่ถึงอย่างแท้จริงในส่วนของสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน 

ซึ่งในส่วนธนาคารมีความระมัดระวังอย่างมากมาตั้งแต่ปี 2565 โดยเฉพาะรายย่อยมาก ๆ และเน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด แม้ว่าปัจจุบันจะมีการจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจด้านนี้ หรือธุรกิจเกี่ยวกับ Buy Now Pay Later (BNPL) ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง ที่เพิ่งเปิดให้บริการผ่านบริษัทใหม่ ที่เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น และระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อค่อนข้างมาก

สำหรับ การนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้ในองค์กร ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการทดลองและพัฒนามากกว่าการนำมาใช้งานในวงกว้าง การขยายการใช้งาน AI จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี

รวมถึงการกำหนดมาตรฐานด้านการกำกับดูแลข้อมูล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการปกป้องข้อมูลลูกค้าอย่างรัดกุม

ดังนั้น มองว่า AI ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการลดจำนวนพนักงานในองค์กร แต่บทบาทสำคัญในปัจจุบันคือการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้มากกว่าเดิม โดยการนำ AI มาใช้จะต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม