วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘CIMBT' ปั้นพอร์ตสินเชื่อโต รับลูกค้า ‘รายใหญ่’ แห่ลงทุน

“CIMB THAI” ตั้งเป้า “สินเชื่อพอร์ตหลัก” ปี 69 เติบโต 5-10% รับแรงหนุน “สินเชื่อรายใหญ่” ในธุรกิจ “ดาต้าเซนเตอร์-พลังงานสะอาด” กว่า 9 หมื่นล้าน ตั้งเป้า “เอยูเอ็ม” ธุรกิจเวลท์โต 3 เท่า แตะ 7.5 แสนล้านภายในปี 73 พร้อมรักษาความเป็น “ผู้นำ” เทรดหุ้นกู้ตลาดรอง เพื่อตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินระยะยาวของลูกค้า 

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโต "สินเชื่อในพอร์ตหลัก" ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจการค้าขนาดใหญ่ สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล และสินทรัพย์ภายใต้ธุรกิจบริหารจัดการความมั่งคั่งปี 2569 อยู่ที่ 5-10% โดยมีแรงหนุนหลักมาจากยอดสินเชื่ออยู่ระหว่างขั้นตอนการอนุมัติในกลุ่ม "สินเชื่อรายใหญ่" ที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจดาต้าเซนเตอร์และพลังงานสะอาดช่วงครึ่งปีหลัง ราว 90,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ปัจจัยเศรษฐกิจอย่างตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 ที่ 2.8% รวมถึงแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 400,000 ล้านบาทของรัฐบาล จะหนุนให้สินเชื่อในภาพรวมเติบโตได้ดี โดยการเติบโตของสินเชื่อดังกล่าว ไม่นับรวมพอร์ตสินเชื่อยานพาหนะราว 30,000 ล้านบาท ภายใต้บริษัทย่อย ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด ที่ธนาคารอยู่ระหว่างการทำข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าก่อนโอนให้กรุงศรีออโต้ซึ่งคาดจะรับรู้ในงบการเงินภายในปีนี้

ทั้งนี้ ยังเน้นย้ำความสำคัญของธุรกิจบริหารจัดการความมั่งคั่ง (เวลท์) และตั้งเป้าการเติบโตของสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) จากปี 2568 อยู่ที่ 250,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 เท่า สู่ 750,000 ล้านบาทภายในปี 2573 โดยในปัจจุบันเอยูเอ็มในธุรกิจเวลท์อยู่ที่ราว 290,000 ล้านบาท และสิ้นปี 2569 คาดจะเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 350,000-400,000 ล้านบาท

ภายใต้ยุทธศาสตร์ Wealth Your World ธนาคารเน้นเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ การปกป้องความมั่งคั่ง การเติบโตอย่างชาญฉลาด และการออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของลูกค้าแต่ละคน

“ลูกค้าแต่ละคนมีโลกที่เขาฝันถึง และมีเป้าหมายทางการเงินไม่เหมือนกัน ความมั่งคั่งที่แท้จริงจึงไม่ได้วัดจากจำนวนเงินในบัญชีมากที่สุด ไม่ได้มาจากการลงทุนที่เสี่ยงที่สุด แต่คือการได้เป็นเจ้าของ 'โลก' ในแบบที่เขาต้องการ”

ภายในสิ้นปี 2569 การเติบโตสินเชื่อในภาพรวมจะช่วยหนุนสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาที่ 40% เดิม 35% และเพิ่มสัดส่วนมูลค่ารวมสินทรัพย์ทั้งหมดในตลาดเดิม 3% ขึ้นมาที่ 5-6% ทั้งจากฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิมและลูกค้าใหม่ที่ย้ายมาลงทุน

ธนาคารยังเชื่อมั่นในการเป็นผู้นำด้านการซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรอง โดยมองว่าหุ้นกู้เป็นตราสารหนี้ที่สร้างรายได้ประจำ มีความเสี่ยงต่ำและจ่ายดอกเบี้ยแน่นอนตามกำหนดเวลา ซึ่งจะเข้ามาเป็นเครื่องมือที่ช่วยวางแผนทางการเงินระยะยาวทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องเงินต้น