สรุปภาวะสินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ วันที่ 12-16 กันยายน 2565

สรุปภาวะสินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ วันที่ 12-16 กันยายน 2565

ราคาสินค้าเกษตรสัปดาห์นี้ ข้าวโพด ข้าวเพิ่มขึ้น ถั่วเหลือง ปลาป่น สุกร ไก่เนื้อและไข่ไก่ราคาทรงตัว

ข้าวโพด : ราคาเพิ่มขึ้น

           ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ ราคาปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหาบละ 690 บาท เป็นหาบละ 705 บาท 

         ด้านตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก ประจำวันที่ 14 กันยายน 2565 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รอบส่งมอบเดือนธันวาคม 2565 ราคาอยู่ที่ 682.25 เซนต์/บุชเชล ราคาปรับเพิ่มขึ้น หลังจากการประกาศรายงานภาวะอุปสงค์-อุปทานสินค้าเกษตรโลก (WASDE) ประจำเดือนกันยายน ปรับคาดการณ์ผลผลิตข้าวโพดต่อไร่ (yield potentials) ลดลงจาก 175.2 บุชเชลต่อเอเคอร์ เป็น 172.5 บุชเชลต่อเอเคอร์ ประกอบกับขนาดพื้นที่เพาะปลูกถูกปรับลดลง 1 ล้านเอเคอร์ จาก 81.8 ล้านเอเคอร์ เป็น 80.8 ล้านเอเคอร์ ซึ่งเป็นขนาดที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2558/59 จึงทำให้ระดับสต็อก สำหรับฤดูกาล 2565/66 ลดลง 12% เหลือเพียง 1,219 ล้านบุชเชล ขณะที่ปัจจุบันสหรัฐฯ เริ่มมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว โดยรายงานล่าสุดอยู่ที่ 5% ด้านปัจจัยภายนอก มีความไม่แน่นอนเรื่องสัญญาการส่งออกธัญพืชของประเทศยูเครน ที่ทางประเทศรัสเซียมีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดข้อตกลง ก่อนที่สัญญาฉบับนี้จะหมดอายุลงในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

          แนวโน้ม : คาดว่าราคาข้าวโพดในประเทศน่าจะทรงตัว
 

ถั่วเหลือง : ราคาทรงตัว

    กากถั่วเหลืองจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้า ราคาทรงตัวในระดับสูงที่กิโลกรัมละ 22.90 บาท สถานการณ์การเพาะปลูกฝั่งอเมริกาใกล้เริ่มการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว คาดการณ์ผลผลิตต่อไร่ยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ว่าการเพาะปลูกในช่วงแรกจะมีปัญหาเรื่องสภาวะอากาศ ขณะที่ปริมาณซื้อในตลาดค่อนข้างทรงตัว ประเทศจีนเริ่มมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้คาดว่าจะมีปริมาณซื้อในตลาดเข้ามามากขึ้นอีก                
 

 

 

           ด้านตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก ประจำวันที่ 14 กันยายน 2565 เมล็ดถั่วเหลือง รอบส่งมอบเดือนธันวาคม 2565 ราคาอยู่ที่ 1,455.0 เซนต์/บุชเชล และ กากถั่วเหลือง รอบส่งมอบเดือนพฤศจิกายน 2565 อยู่ที่ 429.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ช็อตตัน ราคาปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานภาวะอุปสงค์-อุปทานสินค้าเกษตรโลก (WASDE) ได้ปรับคาดการณ์ผลผลิตถั่วเหลืองต่อไร่ (yield potentials) ลดลงต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยประกาศตัวเลขออกมาอยู่ที่ 50.5 บุชเชลต่อเอเคอร์ ขณะที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่ที่ 51.5 บุชเชลต่อเอเคอร์ ทำให้ผลผลิตฤดูกาล 2565/66 จะลดลงไปเป็น 4,348 ล้านบุชเชล และสต็อกจะเหลือเพียง 200 ล้านบุชเชล ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี ด้านสภาพอากาศในช่วงสัปดาห์หน้าปริมาณน้ำฝนจะลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อการเริ่มต้นเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองในระยะแรก อย่างไรก็ตาม เรื่องสภาพอากาศในฝั่งอเมริกาใต้ยังคงมีความน่าเป็นห่วงจากปรากฏการณ์ลานีญาที่มีผลกระทบให้ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เพาะปลูกฝั่งตะวันออกของประเทศอาร์เจนตินาลดลง

         แนวโน้ม : คาดว่าราคาถั่วเหลืองนำเข้าน่าจะทรงตัว

 

ปลาป่น : ราคาทรงตัว

           ราคาซื้อที่ประเทศจีนยังทรงตัว โดยปริมาณซื้อหน้าท่าเรือในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่สต๊อกหน้าท่าเรือยังคงมีปริมาณสูงขึ้น

          ปลาป่นเกรดกุ้ง ยืนราคาที่กิโลกรัมละ 50.00 บาท ส่วนปลาป่นเบอร์ 1 เกรดที่สูงกว่า 60 โปรตีนขึ้นไป ยืนราคาที่กิโลกรัมละ 44.70 บาท และปลาป่นเกรดที่ต่ำกว่า 60 โปรตีน ราคาทรงตัวที่กิโลกรัมละ 42.20 บาท

          ด้านปลาป่นคุณภาพรองลงมา ปลาป่นเบอร์ 2 ชนิดที่มีโปรตีนสูงกว่า 60 โปรตีนขึ้นไป ราคาทรงตัวที่กิโลกรัมละ 41.70 บาท และปลาป่นเบอร์ 2 ชนิดที่มีโปรตีนสูงกว่า 56 แต่ไม่เกิน 60 โปรตีน ยืนราคาที่กิโลกรัมละ 40.20 บาท

          แนวโน้ม : คาดว่าราคาปลาป่นน่าจะทรงตัว

 

ข้าว : ราคาเพิ่มขึ้น

          ตลาดซื้อขายข้าวทั้งในประเทศและต่างประเทศสัปดาห์นี้ ราคาปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากประเทศอินเดีย ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศระงับการส่งออกปลายข้าว (ข้าวหัก) และปรับขึ้นภาษีสำหรับการส่งออกข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวกึ่งขัดสี และข้าวขาว (ยกเว้นข้าวนึ่งและข้าวบาสมาติ) เป็น 20% ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา เพื่อรักษาปริมาณข้าวสำรองและควบคุมราคาข้าวในประเทศ หลังจากผลผลิตในประเทศลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ โดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเห็นว่า ประเทศไทยจะได้รับผลดีจากประกาศดังกล่าวของอินเดีย เนื่องจากจะทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกปรับสูงขึ้น และทำให้ประเทศที่เคยนำเข้าข้าวจากอินเดียต้องหันมานำเข้าจากผู้ส่งออกรายอื่น รวมถึงไทยด้วย ส่วนราคาข้าวจะสูงขึ้นได้ถึงระดับใดจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อินเดียห้ามส่งออกข้าว

          ตลาดซื้อขายข้าวในต่างประเทศสัปดาห์นี้ ข้าวขาว 100% ชั้น 2 ส่งออกท่าเรือกรุงเทพฯ เอฟ.โอ.บี. ราคาเพิ่มขึ้นจากตันละ 445 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นตันละ 459 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนปลายข้าว เอ.วัน.พิเศษ ส่งออก เอฟ.โอ.บี. ราคาเพิ่มขึ้นจากตันละ 382 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นตันละ 397 ดอลลาร์สหรัฐฯ

          ด้านตลาดซื้อขายข้าวในประเทศ ข้าวขาว 100% ชั้น 2 ราคาเพิ่มขึ้นจากกระสอบละ 1,480 บาท เป็นกระสอบละ 1,520 บาท ส่วนปลายข้าว เอ.วัน.พิเศษ ณ โรงงานอาหารสัตว์ ราคาเพิ่มขึ้นจากกระสอบละ 1,250 บาท เป็นกระสอบละ 1,300 บาท

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาข้าวน่าจะยืนแข็ง

 

สุกร : ราคาทรงตัว
 

           สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติขอให้ผู้เลี้ยงสุกรให้ความร่วมมือกับรัฐบาลรักษาระดับราคาสุกรขุนที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม โดย  ผลผลิตเฉลี่ยที่ออกสู่ตลาดยังคงเพียงพอกับความต้องการบริโภค ขณะที่หลายภูมิภาคราคาสุกรขุนอ่อนตัวลง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่าน กระทบการจับจ่าย สวนทางกับภาคใต้ที่ราคายืนแข็ง เนื่องจากภาพรวมนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเข้ามามากเป็นอันดับหนึ่ง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก ขณะที่สถานการณ์หมูลักลอบนำเข้า ยังคงจับได้รายวันโดยเฉพาะแนวชายแดน โดยคุณสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ขอให้กรมปศุสัตว์ตรวจห้องเย็นซึ่งเป็นที่ซุกหมูลักลอบในขณะนี้ให้ถี่ขึ้น นอกเหนือจากการตรวจเข้มตามแนวชายแดน 
 

           ด้าน ลูกสุกรน้ำหนัก 16 กิโลกรัมต่อตัว ราคาอยู่ที่ 3,600 บาท (บวก/ลบ 100) 

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาสุกรน่าจะทรงตัว

 

ไก่เนื้อ : ราคาทรงตัว

          ราคาแนะนำไก่เนื้อมีชีวิต ณ หน้าฟาร์ม จากสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ยืนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท จากภาวะฝนตกในหลายพื้นที่ส่งผลให้การจับจ่ายภาพรวมลดลง

           ด้านลูกไก่เนื้อ ราคาตัวละ 19.50 บาท และลูกไก่ไข่ ราคาตัวละ 28.00 บาท 

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาไก่เนื้อน่าจะทรงตัว

 

ไข่ไก่ : ราคาทรงตัว

          ราคาแนะนำ ไข่ไก่ คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร จากเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ยังคงทรงตัวอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาท ภาพรวมกำลังซื้อลดลงเล็กน้อย จากฝนตกน้ำท่วมในหลายพื้นที่ 

         แนวโน้ม : คาดว่าราคาไข่ไก่น่าจะทรงตัว

-------------------------------------------

ที่มา :  สื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
           E-mail : [email protected]