วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

60 ปี ไทย–สิงคโปร์ ธ.กรุงเทพ หนุนฟอรั่ม SRBF พาภูมิภาคสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

60 ปี ไทย–สิงคโปร์ ธ.กรุงเทพ หนุนฟอรั่ม SRBF พาภูมิภาคสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

ธนาคารกรุงเทพ ได้ให้การสนับสนุนการจัดงาน Singapore Regional Business Forum (SRBF) 2025 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยสภาธุรกิจสิงคโปร์ (Singapore Business Federation: SBF) เลือกกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สิงคโปร์

โดยงานประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 9 ของ SRBF มีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน จาก 23 ประเทศ รวมถึงผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำธุรกิจ นักลงทุน และผู้แทนจากหลากหลายอุตสาหกรรม มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเติบโตและการบูรณาการของภูมิภาคเอเชีย ภายใต้หัวข้อ “Business Resilience in Asia: Thriving Amid Global Uncertainty and Trade Shifts”

ในช่วงเสวนา Driving Green Growth: Green Financing, Renewable Energy & Sustainable Practices มีผู้บริหารทั้งจากภาครัฐและเอกชน จากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ ร่วมนำเสนอว่า “การเงินสีเขียว พลังงานหมุนเวียน และการดำเนินงานอย่างยั่งยืน” ไม่ได้เป็นเพียงคำตอบต่อความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดเส้นทางใหม่สู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ

60 ปี ไทย–สิงคโปร์ ธ.กรุงเทพ หนุนฟอรั่ม SRBF พาภูมิภาคสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

ไทยพลิกโฉมธุรกิจสู่ความยั่งยืน

“ปวิช เกศววงศ์” กล่าวว่า ไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ในเป้าหมาย NDC และสามารถเพิ่มเป็นเกือบ 60% แต่ภาคส่วนต่างๆ เช่น การเกษตร การขนส่ง และการผลิต กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและโอกาสในการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไทยจึงให้ความสำคัญกับโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) และการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ (Nature-based Solutions) โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการป่าไม้ที่มีศักยภาพจะสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน

“วันนี้ไทยได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิตกับรัฐบาลสิงคโปร์ ภายใต้มาตรา 6 ของความตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อใช้กลไกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ถ่ายโอนระหว่างประเทศ (Internationally Transferred Mitigation Outcomes : ITMOs) ด้วยความร่วมมือที่แข็งแกร่งในอาเซียน Article 6 เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับภาคส่วนที่มีการปล่อยมลพิษสูงในการลดก๊าซเรือนกระจก หรือสร้างตลาดคาร์บอนในประเทศ”

60 ปี ไทย–สิงคโปร์ ธ.กรุงเทพ หนุนฟอรั่ม SRBF พาภูมิภาคสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

แบงก์กรุงเทพ หนุนเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

“นิรมาณ ไหลสาธิต” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพเดินหน้าสนับสนุนลูกค้าในการปรับตัวสู่ความยั่งยืนอย่างรอบด้าน ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก โดยมีการพัฒนาโครงการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546

สำหรับ "กลุ่มลูกค้าองค์กร" ธนาคารนำเสนอบริการที่ครอบคลุม อาทิ

  • สินเชื่อพลังงานหมุนเวียนและอสังหาริมทรัพย์สีเขียว รวมถึงระบบไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainability-linked Loans) เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดมลพิษและสนับสนุนการปรับตัว เช่น การสร้างอาคารใหม่ การเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้า หรือการลงทุนในระบบจัดการน้ำเสียและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
  • สินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยน (Transformation Loans) สำหรับ SME เพื่อเสริมศักยภาพการปรับตัว ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม
  • แรงจูงใจดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับองค์กรที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

ขณะที่ "ลูกค้าบุคคล" ธนาคารได้เปิดตัว “สินเชื่อสีเขียว” (Green Loans) สำหรับการปรับปรุงที่อยู่อาศัย เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

“เราเล็งเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านต้องอาศัยเม็ดเงินลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีศักยภาพ เช่น โซลาร์ฟาร์ม ยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMRs) ซึ่งบางเทคโนโลยียังคงมีต้นทุนสูงและต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานระดับพหุภาคี”

60 ปี ไทย–สิงคโปร์ ธ.กรุงเทพ หนุนฟอรั่ม SRBF พาภูมิภาคสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

“นิรมาณ” กล่าวด้วยว่า ธนาคารเดินหน้าทำงานใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อช่วยเชื่อมโยงกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรทางธุรกิจ สนับสนุนการลงทุนทั้งด้านระบบอัตโนมัติ การจัดการพลังงาน ไปจนถึงธุรกิจใหม่ๆ อย่างแบตเตอรี่ ศูนย์ข้อมูล และพลังงานสะอาด

“การก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐ เอกชน และพันธมิตรในทุกระดับ โดยความร่วมมือเชิงพันธมิตร (Partnership) ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเร่งให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การร่วมพัฒนาการอบรมด้าน Power Purchase Agreement (PPA) ที่จะช่วยผลักดันศักยภาพการใช้พลังงานสะอาดให้แพร่หลายยิ่งขึ้น”

สิงคโปร์เน้นตลาดคาร์บอน

“แฟม วี เหว่ย”  ผู้อำนวยการ กองบรรเทาการปล่อยคาร์บอน และกองการค้าระหว่างประเทศ (เศรษฐกิจสีเขียวและความยั่งยืน) กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม สิงคโปร์ ได้กล่าวถึงบทบาทของตลาดคาร์บอนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสีเขียวของเอเชีย โดยมองว่าสิ่งนี้เป็นทั้งโอกาสในการเติบโตที่ยิ่งใหญ่ และเป็นกลไกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

60 ปี ไทย–สิงคโปร์ ธ.กรุงเทพ หนุนฟอรั่ม SRBF พาภูมิภาคสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

สำหรับตลาดคาร์บอนที่แข็งแกร่งนั้นมีส่วนประกอบ 3 ส่วน สำคัญคือ

• อุปสงค์: สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางความต้องการที่สำคัญสำหรับเครดิต Article 6 โดยมีความต้องการจากรัฐบาล องค์กร และผู้ซื้อภาคเอกชน การกำหนดราคาคาร์บอนที่ชัดเจนเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยสิงคโปร์ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2019 ด้วยราคา 5 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตัน และเพิ่มเป็น 25 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันในปี 2024 และมีแผนจะเพิ่มเป็น 45 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันในปี 2026 และ 50-80 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตันภายในปี 2030

• อุปทาน: สิงคโปร์ได้ทำงานร่วมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และมีความยินดีอย่างยิ่งที่มีข้อตกลงการดำเนินการ (Implementation Agreement) ฉบับแรกกับประเทศไทย ข้อตกลงเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาโครงการและสร้างเครดิตคาร์บอน

• ความสมบูรณ์ด้านสิ่งแวดล้อม: ในปี 2023 สิงคโปร์ได้ออกหลักเกณฑ์คุณสมบัติ 7 ประการ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการความสมบูรณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความไว้วางใจในตลาด

60 ปี ไทย–สิงคโปร์ ธ.กรุงเทพ หนุนฟอรั่ม SRBF พาภูมิภาคสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

ไทยวาผลักดันห่วงโซ่อุปทานสีเขียว

"โฮ เรน ฮวา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยวา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยวาดำเนินธุรกิจอาหารและการเกษตรใน 7 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก ห่วงโซ่อุปทานที่ยาวนานในภาคส่วนนี้ทำให้ต้องมีการลดคาร์บอนในทุกขั้นตอน แม้รัฐบาลไทยจะมีความริเริ่มที่ดีในการลดคาร์บอนในภาคเกษตร แต่ก็ยังต้องมีการพัฒนาโซลูชั่นสำหรับพืชผลแต่ละชนิดอย่างแม่นยำ

"ไทยวากำลังมองหาการจัดการพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน (hybrid mix) ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงไฟฟ้า ก๊าซชีวภาพ ชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม นวัตกรรมยังเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการจัดการน้ำเสีย ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ของประเทศไทย"

60 ปี ไทย–สิงคโปร์ ธ.กรุงเทพ หนุนฟอรั่ม SRBF พาภูมิภาคสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

แกร็บลดปล่อยคาร์บอนผ่าน AI

"ยิว เฮง ลิม" กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกิจการสาธารณะ บริษัท แกร็บ กล่าวว่า นวัตกรรมของแกร็บเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือใกล้ชิดกับภาครัฐในภูมิภาค โดยปัจจุบันบริษัทสามารถลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนลงเฉลี่ยปีละ 5% ผ่านการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรการเดินทาง

แกร็บยังส่งเสริมเศรษฐกิจแบบแบ่งปันอย่างทั่วถึง โดยมีผู้ขับขี่และร้านค้าผู้หญิงกว่า 300,000 ราย และผู้พิการอีกกว่า 5,000 รายอยู่บนแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ ต้นทุน EV ที่ยังสูง และปัญหากระแสเงินสดของคนขับ

เพื่อลดภาระดังกล่าว แกร็บกำลังหารือกับรัฐบาลในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพื่อผลักดันนโยบายสนับสนุน เช่น การอนุญาตให้ใช้รถเช่าเพื่อขับขี่บนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้บริษัทยังกำลังสำรวจนวัตกรรมทางการเงิน และความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดต้นทุนการครอบครอง EV ของคนขับในอนาคต