background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'บีไอจี' ชู Climate Technology สร้าง 'อีโคซิสเต็ม' ดันประเทศสู่เป้า Net Zero

'บีไอจี' ชู Climate Technology สร้าง 'อีโคซิสเต็ม' ดันประเทศสู่เป้า Net Zero

"บีไอจี" ชูนวัตกรรม Climate Technology เน้นความร่วมมือทุกภาคส่วนเกิดเป็น “อีโคซิสเต็ม” เพื่อหนุนเป้าหมายธุรกิจ-ประเทศ สู่ความยั่งยืน

กรุงเทพธุรกิจ” ร่วมกับ "บีไอจี" ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) จัดเวทีสัมมนา Climate Tech Forum : Infinite Innovation...Connecting Business to Net Zero เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2566

เวทีสัมมนาครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมสร้างพลังขับเคลื่อนร่วมกันทั้งจากภาครัฐ และเอกชน เพื่อย้ำความตั้งใจของ บีไอจี ในการผลักดันเทคโนโลยีการลดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ที่สอดรับเป้าหมายของไทย และทั่วโลก

นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวว่า บีไอจี ในบริบทใหม่จะเน้นการลงมือทำเพื่อสร้างความยั่งยืน เพราะปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาที่เกิดจากความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นทั่วโลก และจะเห็นว่าแม้แต่กรุงเทพมหานคร ก็ตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงของน้ำทะเลที่สูงขึ้นทุกปี รวมถึงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.2566 แต่ฝนยังตกน้อย

'บีไอจี' ชู Climate Technology สร้าง 'อีโคซิสเต็ม' ดันประเทศสู่เป้า Net Zero

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่มีปริมาณก๊าซมากมายถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมาจากการผลิตสินค้า และบริการให้ประชาชน ทั้งภาคพลังงาน ขนส่ง อุตสาหกรรม และการเกษตร

“ธุรกิจเรามาจากการเอาก๊าซต่างๆ ทั้งไฮโดรเจน ไนโตรเจน ออกซิเจน เพื่อเป็นธุรกิจที่เป็นรากฐานเพื่อผลิตสินค้าให้กับคนไทย ซึ่งเราเติบโตมาพร้อมกับช่วงปีที่ถือว่าเป็นปีที่โชติช่วงชัชวาลกว่า 35 ปี ทำให้อุตสาหกรรมมีเติบโต วันนี้เราได้รับความไว้วางใจจนก้าวเป็นผู้นำด้านก๊าซอุตสาหกรรม และได้รับการยอมรับจากเวทีโลกในเรื่องของความยั่งยืน”

สำหรับหลักความยั่งยืนของบีไอจี และแอร์โปรดักต์ ที่เป็นบริษัทแม่ในสหรัฐได้เน้นหลักความยั่งยืนคือ ดูแลทั้งแวดล้อมและสังคม เพื่อให้มีคุณภาพที่ดี ซึ่งการใช้ไฮโดรเจนจะช่วยดึงกำมะถันให้ต่ำลงเพื่อให้รถยนต์ปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในยามวิกฤติที่ผ่านมา พบว่าผลิตภัณฑ์ของ บีไอจี ช่วยชีวิตทีมหมูป่า และช่วยให้ประเทศไทยก้าวผ่านโควิด-19 จากการขาดออกซิเจน รวมถึงช่วยบำบัดบึงน้ำให้สะอาดขึ้นจากความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 50%

'บีไอจี' ชู Climate Technology สร้าง 'อีโคซิสเต็ม' ดันประเทศสู่เป้า Net Zero

ทั้งนี้ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งมองว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องลุกขึ้นมาลงมือทำเพื่อสร้างความแตกต่างที่หลากหลายจากความมุ่งมั่นที่ไม่ได้แค่ผลิต แต่จะนำความเชี่ยวชาญที่มีมาแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรม อาทิ การผลิตให้คุ้มค่ามีประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืนมากขึ้น

“เป้าหมายบีไอจี เชื่อว่าสอดคล้องกับทุกภาคส่วนคือ บรรลุเป้าหมาย Net Zero ที่บางบริษัทวางเป้าไว้สอดคล้องกันปี 2050 ไวกว่าเป้าหมายประเทศ และวันนี้เราลงมือทำไปแล้ว สามารถลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิได้ 20% และในปี 2030 จะได้ลด 30% และปี 2040 และปี 2050 จะสามารถเป็นศูนย์ จากการใช้ Climate Technology”

นายปิยบุตร กล่าวว่า สิ่งที่อยากเน้นย้ำใน 5 เรื่อง คือ 

1.เทคโนโลยีการดักจับการใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) กำลังได้รับแรงขับเคลื่อน และสามารถประยุกต์ใช้ได้ในกระบวนการอุตสาหกรรมหลากหลายที่กำลังปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้นเทคโนโลยีนี้จึงถือเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอน และการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต

'บีไอจี' ชู Climate Technology สร้าง 'อีโคซิสเต็ม' ดันประเทศสู่เป้า Net Zero

2.ไฮโดรเจน โดยบีไอจีเชี่ยวชาญ และเป็นรายใหญ่สุดของโลก บริษัทแม่ลงทุน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเน้นบลูไฮโดรเจน และกรีน ไฮโดรเจน ซึ่งคืบหน้า 20-30% และพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบปี 2026-2027 

3.โซลูชันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจประเทศ

4.แพลตฟอร์ม เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจที่ตรวจจับว่าภาคอุตสาหกรรมปล่อยคาร์บอนปริมาณเท่าไร รวมถึงการตรวจจับการใช้พลังงาน วิธีการลดคาร์บอนในรูปแบบตามความเหมาะสมของธุรกิจ และซื้อขายคาร์บอนเครดิตผ่านแพลตฟอร์มของบีไอจีได้

5. BCG Model  (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว) นำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทั้งนี้ เพื่อตอบรับกับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ที่ปัจจุบันใช้ลดการปลดปล่อยกำมะถัน บีไอจี ร่วมกับกลุ่ม บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) แห่งแรกของไทยที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

'บีไอจี' ชู Climate Technology สร้าง 'อีโคซิสเต็ม' ดันประเทศสู่เป้า Net Zero

สำหรับการนำรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง รุ่นมิไร (Mirai) ของโตโยต้า มาทดสอบใช้งานให้บริการรับ-ส่งระหว่างสนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี สำหรับนักท่องเที่ยว และผู้โดยสารในพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดการใช้ฟอสซิลฟิลจากภาคไฟฟ้า 30% โดยเฉลี่ยมีคาร์บอนต่ำถึง 60% และสร้างไฮโดรเจน อีโคโนมี โดยนำไปใช้ในตอนกลางคืน รวมถึงภาคผลิตไฟฟ้า และหลายอุตสาหกรรมในมาบตาพุด

นอกจากนี้ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใหญ่เกินกว่าที่จะทำคนเดียวได้จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญที่หลากหลายมาร่วมเป็นอีโคซิสเต็ม และหากนำอีโคซิสเต็มมาจับภาคธุรกิจจะทำให้ระบบนิเวศน์ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมดีขึ้น เพราะปัญหาความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยความหลากหลาย ความเป็นมนุษย์ และภาวะผู้นำ จะดึงประโยชน์จากความแตกต่างที่เข้าใจความเป็นมนุษย์มาใช้ปัญหา คิดสร้างสรรค์จากการใช้หัวใจทำงานร่วมกัน

“ต้องการทุกคนที่มีส่วนร่วม และมีเป้าหมายเดียวกัน ไม่อยากให้มองเป็นภัยคุกคาม แต่อยากให้มองปัญหาคือโอกาสธุรกิจ เพื่อให้โลกยั่งยืน จึงทำได้ทันทีเพื่อให้พรุ่งนี้มีอนาคตที่ดีขึ้น”

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์