วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

กรมการข้าว หนุนชาวนาลดก๊าซมีเทน ขาย ‘คาร์บอนเครดิต’เสริมรายได้

กรมการข้าว หนุนชาวนาลดก๊าซมีเทน ขาย ‘คาร์บอนเครดิต’เสริมรายได้

กรมการข้าว ร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าว หนุนเกษตรกรทำนาเปียกสลับแห้ง ลดปล่อยก๊าซมีเทน ลดเผาตอซังแต่งตัวเข้าตลาดคาร์บอนเครดิต หวังสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร

ก๊าชมีเทน (methane) เป็นก๊าซเรือนกระจก ที่ทำให้โลกร้อนขึ้นมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 80 เท่า  และไม่น่าเชื่อว่า นาข้าวทั่วโลกได้ปล่อยก๊าซมีเทนมากถึง 100 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้นาข้าวของไทยปล่อยก๊าซมีเทนออกสู่บรรยากาศถึง  3.32 ล้านตันต่อปี ดังนั้น  เพื่อผลักดันให้ไทย เข้าถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission)ใน ปี 2065-2070 หรือ ลดลง 20 -25% ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใน(ปี  2021-2030) 

กรมการข้าว หนุนชาวนาลดก๊าซมีเทน ขาย ‘คาร์บอนเครดิต’เสริมรายได้

กรมการข้าว หนุนชาวนาลดก๊าซมีเทน ขาย ‘คาร์บอนเครดิต’เสริมรายได้

  จำเป็นอย่างยิ่งที่การทำนาของไทยต้องเปลี่ยนจากการปล่อยน้ำขัง  ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน  มาเป็นรูปแบบการปลูกเปียกสลับแห้ง  หมายถึงการแกล้งข้าว ปล่อยน้ำเข้าแปลงนาบางช่วงอายุของต้นข้าว สลับกับช่วงน้ำแห้ง  เพื่อกระตุ้นให้รากและลำต้นของต้นข้าวแข็งแรงขึ้นเนื่องจากดินและรากได้รับอากาศ  

 พอได้รับอากาศเสร็จ ก็สามารถดูดปุ๋ยได้ดีขึ้น ทำให้ลดการใช้ปุ๋ย เมื่อดูดอาหารได้ดีขึ้น ต้นข้าวแข็งแรง ลดการระบาดของโรคและแมลง ลดการใช้สารเคมี เป็นการลดต้นทุนการผลิตไปด้วย เมื่อต้นข้าวแข็งแรงก็จะแตกกอได้มากขึ้น รวงข้าวสมบูรณ์ ผลผลิตที่ได้รับก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญการทำนาในลักษณะ ดังกล่าวยังสามารถขายคาร์บอนเครดิตสร้างรายได้เสริมให้ชาวนา อีกทางหนึ่งด้วย  

ทั้งนี้  นายณัฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า  กรมการข้าว ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน  โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของตลาดคาร์บอนเครดิตที่ชาวนาจะได้รับ จึงได้มีการเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชาวนา เพื่อทำความเข้าใจถึงคำว่าคาร์บอนเครดิต และสร้างความตระหนักรู้ถึงประโยชน์ที่ชาวนาจะได้รับหากมีการทำคาร์บอนเครดิตขึ้น 

"ขณะนี้กรมการข้าวได้มีการนำร่องพื้นที่ในการสร้างรายได้จากการทำคาร์บอนเครดิตให้ชาวนาในจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นที่แรก"

ร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ได้เข้ามาส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตให้กับชาวนาในอำเภอเดิมบางนางบวช และอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งถือเป็นอำเภอนำร่องที่จะส่งเสริมและสร้างการรับรู้ถึงข้อดีและประโยชน์ที่ชาวนาจะได้รับจากการสร้างคาร์บอนเครดิต " 

ผ่านองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง เป็นการนำเอาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเข้ามาใช้ในการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ (Laser Land Levelling) ที่จะช่วยให้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  ซึ่งหลังการเก็บเกี่ยวกรมการข้าวยังตั้งเป้าในการรณรงค์ให้ชาวนาลดการเผาตอซังข้าว ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนา

กรมการข้าวจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อบันทึกข้อมูลการทำนาแบบลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของชาวนา ให้สอดรับกับการส่งเสริมให้ชาวนาหันมาสนใจในการขายคาร์บอนเครดิต อีกทั้งจะมีการจัดฝึกอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงเรื่องคาร์บอนเครดิตให้กับศูนย์ข้าวชุมชนและชาวนาอาสาในเขตจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาต่อไปในอนาคตอีกด้วย

 สำหรับชาวนาท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมถึงการขายคาร์บอนเครดิตได้ที่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ เว็บไซต์กรมการข้าว และ Facebook Fanpage Rice News Channel