กรมชลฯ ร่วม UNDP ลงนาม MOU เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

กรมชลฯ ร่วม UNDP ลงนาม MOU เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

กรมชลประทาน จับมือสหประชาชาติ ลงนามข้อตกลงความร่วมมือโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน พร้อมด้วย Mr.Renaud Meyer ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน

กรมชลฯ ร่วม UNDP ลงนาม MOU เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ กรมชลฯ ร่วม UNDP ลงนาม MOU เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

 

 การลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมชลประทานได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน กับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนแบบให้เปล่าจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว ที่มีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานประสานหลัก

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวฯ จะช่วยสนับสนุนกระบวนการบริหารจัดการน้ำโดยคำนึงถึงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการสร้างความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ และใช้มาตรการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมไปถึงการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป

ด้านดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งขาติ (สทนช.) กล่าวว่า เนื่องในวันน้ำโลกประจำปี 2566 (22 มี.ค.)สทนช. ได้จัดกิจกรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วน ตระหนักถึงความสำคัญของน้ำ และสร้างความร่วมมือบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำและสุขาภิบาล (SDG6 : Clean Water & Sanitation) ตามนโยบายขององค์การสหประชาชาติ ที่กำหนดประเด็นสำคัญเนื่องในวันน้ำโลก ประจำปี 2566 ว่า “Accelerating Change” หรือ “เร่งการเปลี่ยนแปลง” และรณรงค์ให้ทุกคน “Be the change you want to see in the world.” หรือ “ร่วมกันเปลี่ยนแปลง สิ่งที่คุณ อยากเห็น ในโลกใบนี้” โดยเริ่มต้นจากตนเอง บ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน และชุมชน เพราะน้ำคือสิ่งจำเป็นของทุกชีวิต และ “น้ำเป็นสมบัติของทุกคน”

 

  กรมชลฯ ร่วม UNDP ลงนาม MOU เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ กรมชลฯ ร่วม UNDP ลงนาม MOU เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

 

 กิจกรรมเนื่องในวันน้ำโลกของประเทศไทยประจำปีนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสารเนื่องในวันน้ำโลกถึงพี่น้องประชาชนใจความสำคัญว่า “น้ำ เป็นทรัพยากรสำคัญ องค์การสหประชาชาติจึงกำหนดให้วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี เป็นวันน้ำโลก เพื่อกระตุ้นให้ประชาคมโลกร่วมกันรณรงค์ให้เกิดการฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน ร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์และใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และร่วมเป็นภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันอย่างบูรณาการกับองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ยั่งยืน” สนับสนุนนโยบายขององค์การสหประชาชาติ

ทั้งนี้ สทนช. ร่วมกับหน่วยงานและองค์กรภาคีกว่า 40 หน่วยงาน บูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามแผนแม่บทด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งสนับสนุนแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย การบริการน้ำอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม การสร้างความมั่นคงและเพิ่มผลิตภาพของน้ำ การลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติด้านน้ำ การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและคุณภาพน้ำ และการเสริมความเข้มแข็งในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน

โดย สทนช. มุ่งเน้นเร่งการเปลี่ยนแปลงด้วยความร่วมมือให้ทุกคนมีน้ำดื่มน้ำใช้ที่ได้มาตรฐาน และร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย การเปลี่ยนแปลงที่ดีต้องเกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดแนวคิดและส่งเสริมพลังสร้างสรรค์ของเยาวชน จึงมีการจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนออนไลน์ “เยาวชนพลังร่วมและแนวร่วมบริหารจัดการน้ำ” ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และเครือข่ายเยาวชนผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านน้ำของ สทนช.

ซึ่งจะมีการประชุมออนไลน์ร่วมกับเยาวชนทั่วประเทศครั้งแรกในค่ำวันนี้ เวลา 19.00 น. และสนับสนุนการพัฒนาโมเดลและการขับเคลื่อนของเยาวชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับกิจกรรม Roadshow ร่วมกับสถานศึกษาใน 4 ภูมิภาค พัฒนาเป็นสถานศึกษาต้นแบบการจัดการทรัพยากรน้ำ และมุ่งขยายผลไปยังครอบครัวและชุมชนโดยมีเยาวชนเป็นผู้ขับเคลื่อน