บิ๊กคอร์ป ทุ่มดึงคนเก่ง  ป้อนดีมานต์ “กรีนจ็อบ” โตแกร่ง  

บิ๊กคอร์ป ทุ่มดึงคนเก่ง  ป้อนดีมานต์ “กรีนจ็อบ” โตแกร่ง  

“โรเบิร์ต วอล์เทอร์ส” ชี้ดีมานต์ Green job ในไทยโต องค์กรใหญ่เฟ้นหัวกระทินั่งตำแหน่งสำคัญเคลื่อนองค์กร Go Green สร้างแบรนด์ดิ้งธุรกิจแกร่งดึงคนรุ่นใหม่ พร้อมเสนอค่าตอบแทนสูงถึง 2.5 – 3 แสนบาทต่อเดือนในตำแหน่งระดับสูง เผย 4 ทักษะสำคัญทำงานในตำแหน่งโอกาสเติบโตสูง

เป้าหมายในการลดภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลกทำให้ประเทศ และองค์กรต่างๆกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง เกิดเทรนด์ “งานสีเขียว” หรือ “Green Job” ซึ่งเป็นตำแหน่งงานสำคัญที่มาขับเคลื่อนเป้าหมายสู่ “องค์กรสีเขียว”  

 

นัฐติยา ซอล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด สำนักงานกรุงเทพฯ และสาขาอีสเทิร์น ซีบอร์ด บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก  ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” เกี่ยวกับทิศทางของ Green Job ในประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคต ว่า เทรนด์ Green Job ในระดับโลกนั้นมีมาตั้งแต่ปี 2015 แต่เทรนด์นี้มีความชัดเจนมากขึ้นในปี 2020 จากการตื่นตัวในการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน (Climate Change)  

ในส่วนของประเทศไทยนั้นเรื่องของตำแหน่งงานที่เป็นกรีนนั้นได้รับการสนับสนุนทั้งจากเป้าหมายการลดคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศ และจากนโยบายเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) ของรัฐบาลที่มีความชัดเจน รวมทั้งเรื่องของอุตสาหกรรม S-curve ของประเทศ เช่น ในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และพลังงานทดแทน

บิ๊กคอร์ป ทุ่มดึงคนเก่ง  ป้อนดีมานต์ “กรีนจ็อบ” โตแกร่ง  

"ปัจจุบันองค์กรขนาดใหญ่มีความต้องการคนที่มาทำงานในตำแหน่งนี้มาก และมีการประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งนี้ทางเว็บไซต์ และช่องทางออนไลน์ของบริษัท ตัวอย่างเช่น บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ส่วนธุรกิจที่ไม่ได้ทำการผลิตโดยตรงแต่ทำในเรื่องของการค้าปลีก เช่น สยามพิวรรธน์ ก็หันมาทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อลดของเสีย (Waste) ลดการใช้พลังงานในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น"

 ทั้งนี้ ตำแหน่งที่มีการเปิดรับซึ่งเป็นกรีนจ็อบ เช่น Environment Advisor ,Sustainability Director หรือ เป็นตำแหน่งในส่วนที่วางกลยุทธ์ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนองค์กรให้ไปสู่การเป็นองค์กรสีเขียว เพราะหน้าที่ของตำแหน่งงานเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุน ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และส่งผลต่อเรื่องการลดค่าใช้จ่าย ทำให้เกิดผลกำไรอย่างยั่งยืนด้วย

ซึ่งไม่เพียงแต่องค์กรใหญ่ๆ แต่องค์กรขนาดเล็ก รวมทั้งเอสเอ็มอีก็มีการทำในเรื่องนี้อย่างจริงจังเช่นกัน  ข้อดีอีกอย่างของการมีตำแหน่งงานกรีนในองค์กร ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของภาพลักษณ์ หรือ แบรนด์ดิ้ง ซึ่งจะสามารถที่จะดึงดูดคนเก่งที่มีความสามารถสูง (Talent) เข้ามาทำงานในองค์กรได้

 “แรงงานที่เข้าสู่ตลาดแรงงานในขณะนี้ในส่วนของ GEN Z หรือกลุ่ม มิลเลนเนียล ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก องค์กรที่เขาอยากไปทำงานนั้นในภาพรวมองค์มีการทำในเรื่องของการช่วยลดโลกร้อน ”  

บิ๊กคอร์ป ทุ่มดึงคนเก่ง  ป้อนดีมานต์ “กรีนจ็อบ” โตแกร่ง  

สำหรับทักษะที่จำเป็นของผู้บริหารที่ขึ้นมาดูแลตำแหน่งงานสำคัญขององค์กรในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องกรีนนั้นจำเป็นต้องมีทักษะที่สำคัญ หรือทักษะพร้อมใช้งานในหลายด้าน ได้แก่  

1.ทักษะในการบริหารจัดการโครงการ (Project Management Skills) การแปลงจากงานโปรเจ็กต์ไปสู่การปฏิบัติการ (Operation) ให้เกิดผลทางบวกกับองค์กรในที่สุด

 2.ทักษะเรื่องการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Communication) เนื่องจากการปรับเปลี่ยนการทำงานของบางแผนก เช่น เข้าไปให้ไฟแนนซ์ บัญชี ลดการใช้กระดาษ ต้องลดในขั้นตอนไหนบ้าง ต้องทำให้เรื่องของการสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication) ได้

 3.ทักษะเรื่องของวิศวกรรม (Engineering) และทักษะเรื่องของ Technical Skills ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นโดยเฉพาะในโรงงานที่ทำระบบจัดการในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นทักษะที่เข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้มาก

และ 4.ทักษะความเป็นผู้นำ โดยต้องนำเอาวิสัยทัศน์จากผู้บริหารถ่ายทอดชักจูงพนักงานให้สามารถทำงานต่างๆให้ ไปสู่เป้าหมายขององค์กรได้  

“คนในตำแหน่งงานนี้ถือว่ามีทักษะที่สูง มีโอกาสในการเติบโตทั้งภายในองค์กรและองค์กรอื่นๆ โดยคนกลุ่มนี้จะต้องมีคุณสมบัติเช่น อายุงานไม่น้อยกว่า 7 ปี มีทักษะในการบริหารจัดการโครงการ และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจากทักษะที่มีความหลากหลายทำให้แรงงานกลุ่มนี้มีค่าตอบแทนสูง”  โดยรายได้ของผู้ที่ทำงานในตำแหน่งนี้

กรณีที่เป็นตำแหน่งระดับสูงแต่ยังไม่ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งบริหาร คือยังไม่มีทีมงานที่มาเป็นลูกน้องมากนัก ก็จะได้เงินเดือนประมาณ 120,000 – 150,000 บาทต่อเดือน

ส่วนถ้าเป็นคนที่อยู่ในตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นไปทำหน้าที่ในการวางกลยุทธ์ เป็นผู้อำนวยการ อยู่ในตำแหน่ง Lead หรือเป็นผู้อำนวยการ เงินเดือนจะสูงถึง 250,000 – 300,000 บาทต่อเดือน

สำหรับแนวโม้นของกรีนจ็อบในประเทศไทยจะยังคงเติบโตได้ในระยะยาว ขณะเดียวกันสถานบันศึกษาเริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทในผลิตบุคลากรในส่วนนี้เพื่อรองรับกรีนจ็อบที่เพิ่มขึ้น เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลับ และมหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มมีการเปิดการเรียนการสอน ในสาขานี้โดยตรง เช่น สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment Management) หรือหลักสูตรสร้างผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิ่งแวดล้อม (Environmental Specialist)

คาดว่าในอีก 4 – 5 ปีข้างหน้า จะทำให้ไทยมีบุคลากรด้านนี้มากขึ้น