ถอดบทเรียนจากอียู เร่งเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน | EU watch

ถอดบทเรียนจากอียู เร่งเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน | EU watch

วิกฤติพลังงานในสหภาพยุโรป (อียู) ถูกกระตุ้นให้รุนแรงขึ้นด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน อียูประกาศมาตรการลงโทษรัสเซียในด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านพลังงานซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของรัสเซีย ทั้งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของอียูเอง ทำให้อียูประสบปัญหาด้านพลังงาน

นับแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา สถานการณ์วิกฤติพลังงานในสหภาพยุโรป (อียู) ถูกกระตุ้นให้รุนแรงขึ้นด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน

อียูได้ประกาศมาตรการลงโทษรัสเซียในด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านพลังงานซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของรัสเซีย ทั้งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของอียูเอง ทำให้อียูประสบปัญหาด้านพลังงาน โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

ถอดบทเรียนจากอียู เร่งเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน | EU watch

ในระยะสั้น อียูจึงใช้มาตรการกระจายแหล่งนำเข้าพลังงาน เช่น เร่งเจรจาหาแหล่งก๊าซฯ เพิ่มเติมกับนานาประเทศ รวมถึงนอร์เวย์ (แหล่งนำเข้าก๊าซฯ ลำดับ 2 ของอียู) อียิปต์ อิสราเอล กาตาร์ สหรัฐฯ และอาเซอร์ไบจาน ควบคู่กับมาตรการเพิ่มระดับการจัดเก็บก๊าซฯ สำรองให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของศักยภาพการจัดเก็บภายในวันที่ 1 พ.ย. นี้ 

ในระยะยาว อียูเห็นว่าวิกฤติพลังงานเป็นโอกาสเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน ส่งเสริมการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์และด้วยพลังงานลมทั้งในและนอกชายฝั่ง

เพิ่มการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยไฮโดรเจนสะอาดและไบโอมีเทนภายในอียู รวมทั้งนำเข้าไฮโดรเจนสะอาดจากออสเตรเลีย ผ่านทางท่าเรือรอตเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์

  • อียูเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน

วิกฤติพลังงานปัจจุบันทำให้อียูเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนให้เร็วขึ้น ล่าสุด ส.ส. ยุโรปได้ลงมติให้เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในยุโรปให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 45 ภายในปี 2573 ภายใต้การแก้ไขกฎหมายพลังงานหมุนเวียน (RED)

ซึ่งเป็นเป้าหมายที่คณะกรรมาธิการยุโรปสนับสนุนในกรอบแผน “REPowerEU” อียูได้ปรับเป้าหมายอย่างมีความทะเยอทะยานมากเรื่อย ๆ จากการเพิ่มสัดส่วนร้อยละ 27 เป็นร้อยละ 32 ร้อยละ 40 และร้อยละ 45 และมีเป้าหมายให้ราคาพลังงานจากแหล่งหมุนเวียนลดลงและจับต้องได้มากขึ้น

ถอดบทเรียนจากอียู เร่งเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน | EU watch

  • ความท้าทายของการเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน

สถิติปี 2563 อียูมีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคการผลิตไฟฟ้าในเกณฑ์ที่ดีที่ประมาณร้อยละ 37 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด แต่ในภาคการขนส่ง ภาคระบบทำความร้อน และภาคอุตสาหกรรมที่ยังมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนสูง ยังต้องพัฒนาเนื่องจากสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนยังห่างจากเป้าหมายที่กำหนดไว้มาก

แม้การเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียนในอุตสาหกรรมไฟฟ้าของอียูมีพัฒนาการที่ดี แต่ยังพบอุปสรรคด้านระยะเวลาในการขอใบรับรองและขั้นตอนการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าที่ซับซ้อนและใช้เวลา

การส่งเสริมให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น จำเป็นต้องมีนโยบายอื่น ๆ มาช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ทั้งในภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้า ภาคการขนส่ง ภาคระบบทำความร้อนและระบบทำความเย็น และภาคอุตสาหกรรมด้วย

  • บทเรียนจากประสบการณ์ของอียู

ความร่วมมือระดับภูมิภาคมีบทบาทสำคัญในการช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน แต่ละประเทศมีนโยบายพลังงานหมุนเวียนแตกต่างกัน ต่างมุ่งหาสัดส่วนของแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เหมาะสมกับศักยภาพของประเทศตน

โดยพิจารณาว่าประเทศสามารถผลิตและ/หรือนำเข้าพลังงานหมุนเวียนประเภทใด สามารถใช้ประโยชน์จากความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้โดยไม่จำเป็นต้องผลิตพลังงานหมุนเวียนเองทั้งหมด

เมื่อคำนึงว่าไทยก็จำเป็นต้องรับมือกับวิกฤตพลังงาน ในระยะยาวไทยเองควรเร่งพัฒนาศักยภาพการผลิตพลังงานหมุนเวียนเช่นกัน ต้องก้าวข้ามความท้าทายในการเปลี่ยนผ่าน อาทิ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้าในไทยและการปฏิรูปตลาดพลังงานของไทยให้มีการแข่งขันและมีขีดความสามารถสูงขึ้น สามารถใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของอียูประกอบการพิจารณา 

ทั้งในมิติด้านกฎหมาย การส่งเสริมนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เหมาะสมกับศักยภาพของไทยเอง ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รวมทั้งสามารถร่วมมือกับอียู งานเสวนาโต๊ะกลม “Advancing ASEAN-EU Strategic Partnership” จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ร่วมกับคณะทูตประเทศสมาชิกอาเซียนประจำกรุงบรัสเซลส์ (ABC) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา มีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอียูร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองความร่วมมืออาเซียน-อียู ด้านต่าง ๆ 

รวมถึงด้านพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนระดับโลก ความร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) ซึ่งฝ่ายอียูสามารถสนับสนุนไม่เพียงทางการเงิน

แต่รวมถึงทางเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดผลกระทบของการเปลี่ยนผ่านที่มีต่อบุคคลและอุตสาหกรรมบางกลุ่ม ช่วยสร้างงาน และสนับสนุนการปรับปรุงกฎระเบียบให้อาเซียนสามารถยกระดับมาตรฐานด้านเศรษฐกิจสีเขียว 

สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยยกระดับมาตรฐานของไทยเรื่องพลังงานหมุนเวียนแล้วยังจะช่วยภาคธุรกิจในการรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจปลอดคาร์บอน ซึ่งทีมงานจะติดตามพัฒนาการของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่น่าสนใจในอียูมานำเสนอผู้อ่านต่อไป

ถอดบทเรียนจากอียู เร่งเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน | EU watch

คอลัมน์ : EU watch
ทีมงาน ThaiEurope.net
facebook @thaieurope.net
www.thaieurope.net