ถ้าวันหนึ่งไม่มีคุณอยู่ในห้องประชุม ทีมของคุณจะยังตัดสินใจได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ ? คำถามนี้อาจฟังดูแปลก เพราะหลายคนเชื่อว่าหน้าที่ของผู้นำคือการเป็นคนที่เก่งที่สุด คิดเร็วที่สุด ตัดสินใจดีที่สุด และเป็นคนที่ทุกสายตาต้องมองหาเมื่อเกิดปัญหา
แต่ถ้าทีมจะเดินต่อไม่ได้ทุกครั้งที่ผู้นำไม่อยู่ นั่นอาจไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำ หากกลับสะท้อนว่าผู้นำกำลังกลายเป็น “คอขวด” ขององค์กรเสียเอง
Harvard Business Review เผยแพร่บทความ The Best Leaders Embrace the Role of Supporting Character เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดย Jamil Zaki ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก Stanford University ชวนตั้งคำถามกับแนวคิด “Founder Mode” หรือ “Main Character Energy” ที่กำลังได้รับความนิยมในโลกธุรกิจ แนวคิดที่เชื่อว่าผู้นำต้องเป็นศูนย์กลางของทุกการตัดสินใจ ต้องลงมาควบคุมทุกเรื่อง และต้องเป็นพระเอกของทุกความสำเร็จ
แต่ผลการศึกษากลับชี้ว่า การบริหารแบบที่ทำให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวผู้นำ ไม่เพียงลดความไว้วางใจและประสิทธิภาพของทีม แต่ยังทำให้ตัวผู้นำเองมีความเครียด ความโดดเดี่ยว และหมดพลังในระยะยาวอีกด้วย ตรงกันข้าม ผู้นำที่ดีที่สุดกลับเลือกเป็น “Supporting Character” หรือผู้ที่คอยส่งเสริมให้คนอื่นได้เปล่งประกาย พวกเขาใช้เวลาฟังมากกว่าพูด ตั้งคำถามมากกว่าสั่งการ และช่วยให้คนในทีมค้นพบความหมายของงานที่ตนเองทำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ก่อนปลุกไฟทีม อย่าลืมเติมไฟให้ผู้จัดการ โดย อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
แนวคิดนี้สอดคล้องอย่างยิ่งกับหนึ่งในทักษะสำคัญของ IMPACT Leadership Model ซึ่งสลิงชอท กรุ๊ป พัฒนาร่วมกับ Center for Creative Leadership เพื่อค้นหาคุณลักษณะของผู้นำระดับโลก นั่นคือ Fostering Collaboration หรือ “การส่งเสริมความร่วมมือ”
ทักษะนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้คนทำงานร่วมกันได้ แต่คือความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ค้นหาจุดร่วมของคนที่มีความคิดแตกต่าง เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วม และดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าการทำงานคนเดียว
ผู้นำที่มีทักษะนี้จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีคำตอบดีที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้ทีมช่วยกันค้นหาคำตอบที่ดีที่สุด
ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจนคือ Ed Catmull อดีตประธาน Pixar และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอแอนิเมชันที่สร้างผลงานระดับโลกอย่าง Toy Story, Finding Nemo, Inside Out และอีกหลายเรื่อง
หลายคนเข้าใจว่าความสำเร็จของ Pixar มาจากการมีทีมงานที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะ แต่ Ed Catmull กลับมองต่างออกไป เขาเคยกล่าวไว้ว่า “หากผู้นำเชื่อว่าหน้าที่ของตนคือการเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้อง องค์กรจะเติบโตได้ไม่ไกล เพราะสุดท้ายทุกคนจะรอให้ผู้นำเป็นคนคิดแทน”
สิ่งที่เขาสร้างขึ้นคือวัฒนธรรมที่เรียกว่า Braintrust ห้องประชุมที่เปิดโอกาสให้ผู้กำกับ นักเขียน และทีมสร้างสรรค์ทุกคนวิจารณ์ผลงานกันได้อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีลำดับชั้น ไม่มีการใช้อำนาจ และไม่มีใคร - รวมทั้งตัว Ed Catmull เอง - มีสิทธิ์สั่งให้ทีมต้องทำตามข้อเสนอแนะ
หน้าที่ของผู้นำจึงไม่ใช่การบอกว่าคำตอบคืออะไร
แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนเก่งหลายคนช่วยกันค้นหาคำตอบ
หลายครั้งที่ภาพยนตร์ของ Pixar ในช่วงแรกไม่ได้สมบูรณ์แบบเลย บางเรื่องถึงกับเกือบล้มเหลวด้วยซ้ำ แต่เพราะทุกคนกล้าพูด กล้าตั้งคำถาม และกล้าช่วยกันปรับปรุง ผลงานเหล่านั้นจึงค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ภาพยนตร์ที่ผู้ชมทั่วโลกจดจำ
Ed Catmull ไม่ได้เป็นพระเอกของทุกเรื่องที่ Pixar ผลิต แต่เขาคือคนที่ทำให้คนอื่นสามารถเป็นพระเอกของเรื่องได้
นี่คือหัวใจของ Fostering Collaboration
โลกการทำงานในปัจจุบันมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะมีคำตอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเก่งเพียงใด ผู้นำก็ไม่สามารถมองเห็นทุกมุม หรือเข้าใจทุกปัญหาได้ด้วยตัวคนเดียว
ยิ่งองค์กรมีคนหลากหลาย ยิ่งต้องอาศัยความสามารถในการเชื่อมโยงความคิดเห็น สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนกล้าเสนอไอเดีย และทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเสียงของตนเองมีคุณค่า
ผู้นำที่ดีจึงไม่ใช่คนที่พูดมากที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้คนอื่นอยากพูดมากที่สุด
ไม่ใช่คนที่คิดแทนทุกคน แต่เป็นคนที่ทำให้ทุกคนกล้าคิดและไม่ใช่คนที่ได้รับเครดิตมากที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้ทีมได้รับเครดิตร่วมกัน
เราอาจไม่ได้มีโอกาสสร้างภาพยนตร์ระดับโลกเหมือน Ed Catmull แต่ทุกคนสามารถเริ่มฝึกทักษะนี้ได้จากการทำงานในแต่ละวัน
เริ่มจากการเปลี่ยนคำถามจาก “ใครเป็นคนคิดไอเดียนี้” เป็น “เราจะช่วยกันทำให้ไอเดียนี้ดีขึ้นได้อย่างไร”
เปลี่ยนจากการรีบให้คำตอบ เป็นการตั้งคำถามที่ทำให้ทีมช่วยกันคิด
และเมื่อทีมประสบความสำเร็จ ลองถอยออกมาหนึ่งก้าว เปิดพื้นที่ให้คนที่ลงมือทำได้เป็นผู้รับเสียงปรบมือ
เมื่อทำเช่นนี้บ่อยครั้ง ทีมจะค่อย ๆ เติบโต มีความกล้ารับผิดชอบ และพร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรุ่นต่อไป
ท้ายที่สุดแล้ว คำตอบของคำถามตอนต้นอาจไม่ใช่ว่า “ทีมเดินต่อได้หรือไม่ เมื่อผู้นำไม่อยู่"
แต่คือ...เมื่อผู้นำสร้างคนเก่งได้มากพอ วันหนึ่งต่อให้ผู้นำถอยออกจากเวที เรื่องราวของทีม ก็ยังดำเนินต่อไปได้อย่างงดงาม เพราะพระเอกของเรื่อง ไม่ได้มีเพียงคนเดียว



