เมื่อพูดถึงวันสงกรานต์ในปัจจุบัน ภาพที่ผุดขึ้นในหัวของใครหลายคนคงไม่พ้นภาพเทศกาลความรื่นเริงของการสาดน้ำตามแลนด์มาร์กต่างๆ เวทีดนตรี และ บรรดาแฟชั่นของ LGBTQ+ ที่แต่งตัวจัดเต็มและจัดจ้านไม่แพ้งานคาร์นิวัลดังๆ ในต่างประเทศ
เทศกาลนี้จึงมีมนต์เสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศ และช่วยให้หลายคนได้เว้นวรรคจากความกังวลและความเครียดท่ามกลางวิกฤตที่โลกกำลังเผชิญอยู่ได้ในชั่วขณะหนึ่ง แต่เมื่อวันหยุดสิ้นสุดลง คำถามที่แท้จริงก็กลับมาเสมอว่า เราจะเริ่มต้นปีใหม่นี้อย่างไรให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ
เทศกาลสงกรานต์ไทยประกอบด้วยวันสำคัญสามวันติดต่อกัน โดยทั่วไปคือวันที่ 13-14-15 เมษายนครับได้แก่ วันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก แม้ในบางปีวันดังกล่าวอาจเลื่อนบ้าง เช่นปีนี้ที่คัมภีร์สุริยยาตร์ระบุว่าวันมหาสงกรานต์เริ่มวันอังคารที่ 14 เมษายน แต่ให้จำง่ายๆ ว่า วันมหาสงกรานต์คือวันส่งท้ายปีเก่า วันเนาคือช่วงเปลี่ยนผ่าน และวันเถลิงศกคือวันเริ่มต้นปีใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'จะทำมันไปทำไม?' เป็นคำถามแล้ว จะได้อะไรขึ้นมา โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข
จากโต๊ะประชุมดาวอส ถึงโต๊ะทำงาน โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข [email protected]
แน่นอนครับ เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ทุกคนย่อมคาดหวังว่าจะมีสิ่งใหม่ที่ดีเข้ามาในชีวิต หรือ รีเซตตัวเอง เพื่อเริ่มชีวิตใหม่ให้สมดั่งใจที่ต้องการ
ทว่า ชีวิตคนไม่ใช่ปฏิทิน ที่ปล่อยให้เข็มนาฬิกาหมุนพาไปก็จะเริ่มต้นใหม่ได้เอง “เถลิงศก” ที่แท้จริงเกิดจากการลงมือทำเท่านั้น
ซึ่งในเทศกาลสงกรานต์นี้ ได้ “ส่งสัญญาณผ่านสัญญะ” บอกเราว่าควรทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้น ผ่านวันสำคัญทั้งสามข้างต้นแล้ว นั่นคือ ทบทวน-ปรับกรอบความคิด-เริ่มต้นลงมือทำ ครับ
วันมหาสงกรานต์ คือวันแรกของเทศกาลปีใหม่ไทย เป็นวันที่พระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ หลายคนปัดกวาดทำความสะอาดบ้านในวันนี้ เพื่อสื่อถึงการเคลียร์พื้นที่รับสิ่งใหม่ที่ดี ซึ่ง “บ้านในใจเรา” ก็สำคัญไม่แพ้กัน
นัยของวันนี้จึงเป็นโอกาสให้กลับมาสำรวจตัวเองในรอบปีที่ผ่านมาว่า ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษต่อตนเอง ครอบครัว คนรอบข้างและสังคมบ้างไหม
เหตุผลที่ควรมองรอบด้านมากกว่าแค่ตัวเองก็เพราะสิ่งต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและส่งผลกระทบต่อกัน หากความสัมพันธ์ในที่ทำงานหรือกับครอบครัวย่ำแย่ ก็ย่อมกระทบสุขภาพจิต สุขภาพกาย และผลลัพธ์ของงานตามมา เมื่อสำรวจตัวเองและเคลียร์พื้นที่ในใจ ได้อย่างตรงไปตรงมา ความตระหนักรู้ (Self-awareness) ก็จะเกิดทำให้เราพร้อมรับสิ่งใหม่ และอยากพาตนเองให้เริ่มเคลื่อนออกจากราศีเดิมไปสู่ราศีใหม่ที่ไฉไลกว่าได้
วันเนา คือวันที่พระอาทิตย์ “อยู่ระหว่าง” ราศีมีนและราศีเมษ เป็นวันถัดจากวันมหาสงกรานต์ และอยู่ก่อนวันเถลิงศก เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนจะก้าวสู่สิ่งใหม่ โบราณเชื่อว่าวันนี้ควรทำแต่สิ่งดีๆ ห้ามด่าทอหรือทะเลาะวิวาท ไม่เช่นนั้นจะพบแต่เรื่องไม่ดีตลอดทั้งปี
นัยที่ซ่อนอยู่คือการเตรียม “กรอบความคิด” ให้พร้อมก่อนเริ่มต้น สองสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือ ความคิดเชิงบวก (Positive mindset) และความยืดหยุ่นทางอารมณ์ (Emotional resilience) การเลือกใช้คำพูดที่ดีกับตัวเองและผู้อื่น การมีเมตตากับตนเอง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะขยายผลไปสู่ทัศนคติอื่นๆ ที่รองรับการเติบโตทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานด้วย
เช่น การคิดแบบเติบโต (Growth mindset) ไม่ยึดติดกับทักษะ หรือ ความรู้เดิมๆ เพื่อให้เติบโตและปรับตัวในการทำงาน ในยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงาน หรือ แม้แต่ การคิดแบบปรับตัว (Adaptive mindset) เพื่อให้สามารถปรับตัวได้และลงมือทำในเรื่องที่อยู่ในการควบคุมของเราเป็นหลัก (Internal locus of control) ในช่วงที่เกิดวิกฤตสงครามและน้ำมันที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้
เมื่อกรอบความคิดสอดคล้องกับเป้าหมาย โอกาสที่จะก้าวสู่ชีวิตใหม่ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ
วันเถลิงศก คือ วันที่ดวงอาทิตย์โคจรออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษอย่างสมบูรณ์และเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยที่แท้จริงตามโหราศาสตร์ ซึ่งในอดีต วันนี้เป็นวันที่ทุกคนเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นมงคลกับชีวิตครับ เช่น ไปทำบุญ ตักบาตร ไปเที่ยว หรือ มีปาร์ตี้กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา บ้างก็มีเคล็ดว่า ต้องสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ หรือมีของใช้ส่วนตัวใหม่สักชิ้น เพื่อเป็นสิริมงคล
สิ่งที่น่าสังเกตคือทุกธรรมเนียมในวันนี้ล้วนเป็นการ “กระทำ” ไม่ใช่แค่ “ตั้งใจว่าจะทำ” การเริ่มปีใหม่จึงไม่ต่างจากนั้น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้วันนี้เลย การวางโทรศัพท์ก่อนนอนแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาแทน การทักทายหรือขอบคุณคนรอบข้างที่ไม่เคยทำ สิ่งเหล่านี้ดูเล็กน้อย แต่มีพลังเปลี่ยนบรรยากาศทั้งที่บ้านและที่ทำงานได้ทันที เมื่อเริ่มต้นปีได้ดีแล้ว ชีวิตก็จะยิ่งดีขึ้น หากทำสิ่งเล็กๆนี้ได้ในทุกๆ วันของปีครับ
สงกรานต์จึงเป็นมากกว่าแค่ช่วงเวลาที่ดึงดูดผู้คนให้หลงดื่มด่ำกับความบันเทิงในปัจจุบัน แต่เป็นช่วงที่ทำให้เราเจียดเวลามาหันมองว่า ปีใหม่ของชีวิตนั้นไม่ได้เริ่มต้นด้วยปฏิทิน แต่เริ่มจากการทบทวน-ปรับกรอบความคิด-เริ่มต้นลงมือทำ จึงจะทำให้เราออกจากเงาของปีเดิมและก้าวไปสู่ปีใหม่ของชีวิตที่สว่างและสดใสกว่าอย่างแท้จริงได้
ผมขอถือโอกาสนี้ อวยพรวันสงกรานต์ ให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง ดั่งใจปรารถนาตลอดปีใหม่ไทยนะครับ





