ในยุคที่ “ความรู้” ไม่ใช่ของหายากและสามารถหาได้อยู่รอบตัวเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่ามนุษย์หลายล้านเท่า คำถามสำคัญที่กำลังสั่นสะเทือนวงการศึกษาคือ "มหาวิทยาลัยจะสร้างคุณค่าอะไรให้กับผู้เรียน ในเมื่อความรู้หาได้จากทุกที่ ขณะเดียวกัน จะทำอย่างไรให้องค์ความรู้ที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน ผู้ประกอบการ?"
ปัจจุบันภาคธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า "เกรดเฉลี่ย" และ "ชื่อคณะ ชื่อมหาวิทยาลัย" ไม่ใช่ตัวตัดสินความสำเร็จ ข้อมูลจากตลาดแรงงานสะท้อนภาพที่น่ากังวลว่าบริษัทชั้นนำเริ่มเลี่ยงการรับเด็กจบใหม่ เพราะขาดความพร้อมในการทำงานจริงและทักษะการปรับตัว นี่คือ Pain Point ใหญ่ที่ทำให้ “มหาวิทยาลัยทุกแห่ง” ลุกขึ้นมาเขย่าโครงสร้างการเรียนรู้ครั้งใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนหลักสูตร แต่คือการ "ถอดรหัส" ศักยภาพมนุษย์ เพื่อสร้างทรัพยากรที่ AI ไม่มีวันเลียนแบบได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
งานเปลี่ยน!ต้องการคนที่มีศักยภาพพร้อมใช้งานจริง
“ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(DPU) กล่าวในงาน “เปิดตัวแนวคิดและทิศทางแบรนด์ใหม่ภายใต้กรอบ “The Future of Human Potential” ว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างของทักษะ แรงงาน และความคาดหวังขององค์กรอย่างสิ้นเชิง โดยข้อมูลจากสถาบันระดับนานาชาติสะท้อนตรงกันว่า องค์กรจำนวนมากเริ่มหลีกเลี่ยงการจ้างบัณฑิตจบใหม่ ไม่ใช่เพราะขาดความรู้เชิงวิชาการ แต่เพราะยังขาด “ศักยภาพที่พร้อมใช้งานจริง” ในโลกการทำงาน
อีกทั้ง โลกการบริหารคนระดับสากล มีเครื่องมือที่ชื่อว่า Nine Box Talent Grid ของ McKinsey แบ่งคนออกเป็น 2 แกน คือ Performance (ผลงานในอดีต) และ Potential (ศักยภาพในอนาคต) ซึ่งโจทย์ของ DPU คือ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่วัดผลที่ Performance ผ่านเกรดเฉลี่ย แต่ยุคที่โลกเปลี่ยนทุกวินาที สิ่งที่องค์กรต้องการคือ ศักยภาพในอนาคต หรือความสามารถในการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน
ดร.ดาริกา กล่าวต่อว่ามหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับ นักจิตวิทยาและนักพฤติกรรมศาสตร์ เพื่อทำสิ่งที่เรียกว่าการถอดรหัสศักยภาพออกมาเป็นตัวชี้วัดที่จับต้องได้ สอนได้ และพัฒนาได้จริง เพื่อเปลี่ยนจากการเรียนแบบ "Cookie-Cutter" (พิมพ์นิยม) ไปสู่การพัฒนาแบบเฉพาะบุคคล(Personalized) เพราะตอนนี้ทุกคนพูดถึงแต่ว่าเด็กต้องมีศักยภาพ แต่ศักยภาพที่พูดนั้น คืออะไร และเด็กแต่ละคนมีศักยภาพแตกต่างกัน
อนาคตจะเป็นการแข่งระหว่างคนที่ใช้ AI เป็น
“DPU ให้อาจารย์ทุกคนทิ้งงานทุกอย่างเพื่อมาดูแลนักศึกษา ซึ่งการดูแลไม่ใช่เรื่องของการเรียน วิชาการ แต่ดูแลไปถึงสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ เพราะเราเชื่อว่าถ้าเขามีสภาพจิตใจที่ดี เขาถึงจะนำศักยภาพที่มีออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ บทบาทใหม่ของคณาจารย์จะต้องเปลี่ยนจาก "ผู้สอน" ไปเป็น "DPU Coach" ที่มีทักษะทางจิตวิทยาในการดึงจุดเด่นของลูกศิษย์ออกมา”
อธิการบดี DPU กล่าวต่อไปว่า แนวคิด Human Potential จึงไม่ใช่คำเชิงนามธรรม แต่เป็นโจทย์เชิงระบบที่ต้องทำให้ “จับต้องได้” ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงจิตวิทยา สมรรถนะการทำงาน และประสบการณ์จริงเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในบริบทที่ AI กำลังเข้ามาเป็น “เครื่องมือ” ของคนที่มีศักยภาพ
“เราเชื่อว่าอนาคตไม่ใช่การแข่งขันระหว่างคนกับ AI แต่คือการแข่งขันระหว่างคนที่ใช้ AI เป็น กับคนที่ยังไม่รู้จักศักยภาพของตัวเอง มหาวิทยาลัยจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าสอนวิชา แต่ต้องช่วยให้นักศึกษาค้นพบ ปลดปล่อย และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว
การเปิดตัวแนวคิด “The Future of Human Potential” ไม่ได้เป็นเพียงการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ แต่เป็นการประกาศจุดยืนเชิงนโยบายของมหาวิทยาลัย ในการทำหน้าที่เป็น “พื้นที่ปลุกศักยภาพมนุษย์” ให้พร้อมรับมือกับโลกอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเราอยากเห็นบัณฑิตที่ไม่เพียงเก่ง แต่รู้คุณค่าของตนเอง เข้าใจผู้อื่น และสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรและสังคมได้อย่างมีความหมาย
17 ทักษะที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจาก AI
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)ได้ Unpack ศักยภาพมนุษย์ผ่านการบูรณาการทฤษฎีการเติบโตรายบุคคล 3Q (CQ-Cognitive, EQ-Emotional, DQ-Digital) ร่วมกับโมเดลระดับโลกอย่าง Lominger Competency Model ซึ่งเดิมมีถึง 67 ทักษะ มากลั่นกรองจนเหลือ 17 Soft Skills ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมไทยและเทรนด์จาก World Economic Forum
โดยDPU ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ตลอด 4 ปี ให้เป็นขั้นตอนที่ชัดเจน เพื่อสร้าง DNA ใหม่ที่ AI เลียนแบบไม่ได้
การผลิตบัณฑิตในปัจจุบัน ไม่ใช่ผลิตคนแข่งกัน AI แต่ผลิตคนเพื่อไปใช้ AI โดย 17 Soft Skills ที่ DPU บ่มเพาะให้แก่นักศึกษา จะถูกแบ่งกลุ่มทักษะออกเป็น 3 ระยะตามเส้นทางการเติบโตของนักศึกษา คือ
ปีที่ 1 - Discover (ค้นพบ): เน้นการค้นพบตัวเองและศักยภาพของตนเอง เพื่อสร้างความมั่นใจในการเรียนและการใช้ชีวิต ได้แก่ 1. Self-awareness: การรู้จักและเข้าใจตนเอง 2.Motivation: แรงจูงใจในการขับเคลื่อนตนเอง 3.Growth Orientation: การมีทัศนคติแบบยืดหยุ่นและการเติบโต 4.Resilience :การปรับตัว เข้าใจที่จะล้มและลุกขึ้นเพื่อเดินหน้าต่อ 5.Grit: ความเพียรพยายามและความอดทน และ6.Critical & Analytical Thinking: การคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ
ปีที่ 2 - Unleash (ปลดปล่อย): เน้นการนำทักษะที่มีออกมาประยุกต์ใช้ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้แก่ 7.Collaboration: การทำงานร่วมกับผู้อื่น 8.Empathy: ความเข้าใจเห็นใจผู้อื่น 9.Compassion: ความเมตตาและรักตนเองรวมถึงผู้อื่น 10. Influence & Inspiring: การสร้างอิทธิพลและการสร้างแรงบันดาลใจในการสื่อสาร 11.Creative Thinking: ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา และ12. Adaptability: ความสามารถในการปรับตัวตามสถานการณ์
ปีที่ 3 - Accelerate (เร่งความเร็ว): มุ่งเน้นการเตรียมพร้อมสู่ระดับบริหาร (Management) เพื่อแก้ปัญหา "Promote to Fail" หรือกลุ่มคนที่เก่งงานแต่บริหารคนไม่เป็น ได้แก่ 13. Learning Agility: ความว่องไวในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 14.Independence: ความเป็นตัวของตัวเองและการยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง 15.Courage: ความกล้าที่จะคิดและลงมือทำ 16. Big Picture Thinking: การมองภาพใหญ่และทิศทางในอนาคต และ 17. Adaptive Reasoning: การใช้เหตุผลที่ยืดหยุ่นในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา
วัดและพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่แบบรายบุคคล
“ภัฏ เตชะเทวัญ” ผู้อำนวยการฝ่าย Corporate Strategy & Planning มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ภายใต้แนวคิดดังกล่าว มหาวิทยาลัย ได้พัฒนา Potentialigence Center ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพ ที่ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้าน Human Potential ตลอดเส้นทางการศึกษา โดยเน้นการผสานศาสตร์ด้านจิตวิทยาการพัฒนาศักยภาพ เข้ากับ การพัฒนาสมรรถนะ ที่จำเป็นต่อการเติบโตในสายอาชีพจริง
“ถ้าดูสถิติโรคซึมเศร้า พบว่า เด็กรุ่นใหม่มีภาวะซึมเศร้ามากขึ้น และนักศึกษาที่เข้ามาในปีแรกมักยังไม่รู้จักตนเอง หรือเลือกเรียนตามเพื่อนโดยไม่เข้าใจศักยภาพที่แท้จริง การช่วยให้พวกเขาค้นพบตนเอง จะทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น และมีทัศนคติแบบยืดหยุ่น (Growth Mindset) ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าได้ อีกทั้งมนุษย์แต่ละคนมีพื้นฐานครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน มหาวิทยาลัยจึงไม่สามารถใช้หลักสูตรแบบรูปแบบเดียวกับทุกคนได้ ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพเด็กต้องพัฒนาแบบเฉพาะบุคคล และจะช่วยให้นักศึกษารู้ศักยภาพจุดเด่นจุดด้อยของตนเองผ่านระบบ Intelligence Center พวกเขาจะสามารถ เลือกพัฒนาทักษะหรือทำ "เควส" (Quest) ที่เหมาะสมกับตนเองได้โดยเฉพาะ”
“DPU Passport” ใบรับรองดิจิทัลการันตีจุดเด่น
“ภัฏ” กล่าวต่อว่าDPU Passport จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์พัฒนาขึ้นเพื่อเพื่อลดช่องว่างระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ ซึ่งถือเป็นใบรับรองดิจิทัลที่ผ่านการประมวลผลจาก Intelligence Center (ศูนย์รวมข้อมูลอัจฉริยะ) ซึ่งใช้ Web App และข้อมูลทางจิตวิทยามาช่วยให้ HR ของบริษัทพันธมิตรกว่า 50 แห่ง รู้จักตัวตนของบัณฑิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยข้อมูลจะลึกซึ้งกว่าเกรดเฉลี่ยใน Transcript แต่จะเป็นการดึงจุดเด่นที่สุด 3 ด้านจาก 17 ทักษะที่ผ่านการประเมินมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนั้น จะเป็นการค้นหา Career Anchor: แรงจูงใจในการทำงานที่แท้จริง เช่น ต้องการเงิน, ความมั่นคง, Autonomy (ความเป็นอิสระในการทำงาน) หรือ Intellectual Growth (การเติบโตทางปัญญา) ซึ่งช่วยให้บริษัทวางแผน Retention ได้ตรงจุด รวมถึงเป็นการ DISC Profile หรือ วิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรม (Dominance, Influence, Steadiness, Conscientiousness) เพื่อให้ทีมมั่นใจว่าบัณฑิตคนนี้จะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร (Team Fit) ได้หรือไม่?
“DPU Passport จะเป็นการดึง "ศักยภาพ" ของเด็กออกมาเป็นรูปธรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการ และจะแสดงให้ HR เห็นถึง Core Competency (สมรรถนะหลัก) ที่เด่นที่สุดของนักศึกษาแต่ละคน รวมถึงการวัด แรงจูงใจในการทำงาน เพื่อให้บริษัททราบว่านักศึกษาคนนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยอะไร และเป็นการวัดการทำงานร่วมกับผู้อื่นที่ผ่านโมเดลทางจิตวิทยา”
ทั้งนี้ DPU Passport เก็บข้อมูลจากการที่นักศึกษาได้ทำ "โจทย์จริง" จากพันธมิตรกว่า 50 บริษัทชั้นนำ การที่นักศึกษาได้ฝึกฝนผ่านบริบทการทำงานจริงตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย ทำให้เมื่อจบออกไปพวกเขาจะไม่ใช่ "เด็กจบใหม่" ที่ไร้ประสบการณ์ แต่เป็นบุคลากรที่มีความพร้อมและเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งจากสถิติพบว่านักศึกษาที่ผ่านกระบวนการเหล่านี้มักจะได้งานทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
อย่างไรก็ตาม DPU ออกแบบรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น รองรับผู้เรียนที่มีสไตล์แตกต่างกัน ทั้งการเรียนรู้ด้วยตนเอง เวิร์กชอปเชิงปฏิบัติ กิจกรรมแบบ On-site ที่ใช้เครื่องมือเชิงเกมและประสบการณ์เชิงโต้ตอบ รวมถึงบทเรียนออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพในแบบที่เหมาะสมกับตนเอง โดยระบบการพัฒนาศักยภาพเต็มรูปแบบจะเป็น "วิชาบังคับ" สำหรับนักศึกษารหัส 69 (ปีการศึกษา 2569) เป็นต้นไป ในขณะที่นักศึกษาปัจจุบันสามารถเลือกใช้ระบบนี้เป็น Optional เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองได้
การรีแบรนด์ของ DPU ไม่ใช่เพียงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในวันที่ประชากรเกิดน้อยลง แต่เป็นการยกระดับสู่การเป็น "Regional Talent Hub" ปัจจุบัน DPU มีนักศึกษาจากกว่า 30 ประเทศ เช่น จีน พม่า และรัสเซีย ที่มองเห็นศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ด้วย Entrepreneurial DNA ที่ฝังอยู่ในทุกหลักสูตร และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคธุรกิจ บทบาทหน้าที่ของ “สถาบันอุดมศึกษา” จึงไม่ใช่เพียงผลิตทรัพยากรของประเทศ แต่ต้องยกระดับคุณภาพของกำลังแรงงาน และสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทยในยุคที่มนุษย์ต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI
นอกจากนี้ ภายในงานเปิดวิสัยทัศน์ “The Future of Human Potential” มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ยังได้จัดพิธีมอบ Human Potential Development Award ให้แก่ 57 องค์กรพันธมิตร จากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย บริษัท Sea (Thailand) , Thailand Blockchain Association , Yell Bangkok YM.STUDIO COMPANY LIMITED , Korean Cultural Center , LigentComm Co., Ltd. , บริษัท จอมธนา จำกัด (อีลี่ กรุ๊ป ไทยแลนด์) , บริษัท จัดหางาน จ๊อบบีเคเค ดอท คอม จำกัด , บริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) , เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน , International Air Transportation Association (IATA) , บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต็อค จำกัด , บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพม. กท. 1) , สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) , สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) , บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด , บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) , โรงพยาบาลสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท , ธนาคารออมสิน , บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) , บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , DALI FOODS (THAILAND) CO., LTD. , Hainan Airlines Holding Co., Ltd. , HHA (Thailand) Co., Ltd. , บริษัท รีโว่เมด กรุ๊ป จํากัด , บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) , สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย , บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด , บริษัท สยามมิชลิน จำกัด
บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) , วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า , WACOM Singapore Private Limited , บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) , บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) , InterContinental Hotels Group (IHG) , Marriott International , One Asia Corporation , สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , Synergy University, Russia , The Thaiger Pte. Ltd. , ThinkX Global, Singapore , กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม , บริษัท ที.ไอ.ไอ. จำกัด (สถาบันประกันภัยไทย) , บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด , บริษัท ไอแคร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
บริษัท เลอ นีซ จำกัด , ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) , ศูนย์ห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ , บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) , องค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ , ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ , สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี , บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เพื่อเชิดชูองค์กรที่ให้ความเชื่อมั่นในแนวทางการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ของมหาวิทยาลัย และร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากโลกการทำงานจริงให้แก่นักศึกษา





