background-default

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2569

Login
Login

'ปณิธานปีใหม่' ทำอย่างไร? ให้สัมฤทธิ์ผลมากกว่าเดิม โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข

'ปณิธานปีใหม่' ทำอย่างไร? ให้สัมฤทธิ์ผลมากกว่าเดิม โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข

ทุกสิ้นปี การทบทวนชีวิตตัวเอง และการแชร์ปณิธานปีใหม่ (New Year’s Resolution) เป็นธรรมเนียมของคนยุคใหม่ไปเสียแล้ว

แต่ละท่านทบทวนแลัวเป็นอย่างไรบ้างครับ? ทำตามปณิธาณสำเร็จทุกข้อไหม?

ไม่ว่าจะสำเร็จกี่ข้อ ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ! แต่สำหรับใครที่ยังทำไม่ได้สักข้อ หรือ ทำได้น้อยกว่าที่คิดนั้น ก็ไม่ต้องท้อใจจนล้มเลิกนะครับ มาดูคำแนะนำกันว่า ในปีใหม่ 2026 นี้ จะปรับอย่างไร เพื่อให้ความตั้งใจนั้น “เป็นจริงยิ่งกว่าเดิม”

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า คำปณิธาน มี 2 ส่วนที่สำคัญ คือ เป้าหมายที่ต้องการ (What) และ สิ่งที่ต้องทำเพื่อบรรลุเป้าหมาย (How) 

เช่น ต้องการความมั่นคงด้านการเงิน ก็กำหนดสิ่งที่จะทำ คือ จะออมหรือลงทุนให้มากขึ้นอย่างไรถ้าอยากมีสุขภาพดี ก็กำหนดว่า ปีหน้าจะออกกำลังกายให้มากขึ้นกว่าเดิม หรือ จะลดการดื่มแอลกอฮอล์ลง (ซึ่งหลายท่าน ปณิธานพังครืน ตั้งแต่วันแรกของปีใหม่แล้ว) 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'จะทำมันไปทำไม?' เป็นคำถามแล้ว จะได้อะไรขึ้นมา โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข

ขึ้นชื่อว่าปัญหา คงไม่อยากมีใครอยากต้องเผชิญหน้า โดย อนิรุทธิ์ ตุลสุข

ดังนั้น ใครที่บอกแค่ปีใหม่เป้าหมายอะไร (What) แต่ไม่มีวิธีการ (How) คำปณิธานจึงมักไม่สำเร็จ เพราะขาดหัวใจสำคัญไป 

จนคล้ายคำอธิษฐานที่เน้น “การขอ” มากกว่า “การทำ” สูญเสียความตั้งใจและโอกาสในการทำตามคำปณิธานให้สำเร็จด้วยตนเอง (Internal locus of control)

เอาล่ะครับ เมื่อเข้าใจความหมายเบื้องต้นตรงกันแล้ว มาเริ่มเปลี่ยนจาก “การขอ" อย่างเดียวให้เป็น "การทำ" ไปด้วย และเกิดผลลัพธ์จริงในปีนี้กันเลย โดยเริ่มเน้น 3 ส่วนที่สำคัญ ดังนี้ครับ

1. เริ่มคิดด้วยภาพ  เน้นในส่วนของเป้าหมาย (What) ว่า “ต้องให้ภาพความสำเร็จที่ชัดมากที่สุดแก่สมองของเรา” คล้ายๆกับการจะเรียกแท็กซี่ไปสุขุมวิท ก็ต้องบอกคนขับรถว่าจะไปส่งเราลงตรงจุดไหนกันแน่

ดังนั้น หากอยากสุขภาพดี นึกภาพให้ออกว่า คนสุขภาพดีที่เราอยากจะเป็น น้ำหนักเท่าไร รูปร่างแบบใด หรือ ประมาณไอดอลคนใด ส่วนใครจะบอกรายละเอียดขนาดว่า ผลตรวจสุขภาพเป็นอย่างไร ค่าเท่าไร ก็ทำได้  ยิ่งชัด ยิ่งเร้าใจ ยิ่งดี 

บางคนอาจเรียกวิธีนี้ว่า Manifest หรือ กฎแรงดึงดูด แต่ในทางประสาทวิทยา มันคือ การบอกเป้าหมายที่ชัดเจนสมองจะเริ่มจดจ่อ มองหาโอกาส และใช้ทรัพยากรที่สอดคล้องกับภาพในหัวนั้นๆ ยิ่งหากเขียนเป้าหมายนี้ออกมา หรือ ทำเป็นภาพ แปะให้เห็นได้ทุกวัน ก็ยิ่งช่วยกระตุ้นเตือนสมองเราให้โฟกัสกับความปรารถนานั้นอยู่เสมอด้วย

2. เริ่มทำจากสิ่งเล็กๆ ในส่วนสิ่งที่ต้องทำ (How) ต้องรู้ว่า ธรรมชาติของสมอง คือ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะ มันใช้พลังงานสูงในการเริ่มทำสิ่งใหม่ แถมไปกระตุ้นความกลัวและความเครียดอย่างมากด้วย (Amygdala) ใครที่ตั้งเป้าจะ "เปลี่ยนตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ"  อย่างเช่น อยากสุขภาพดี ปีหน้าต้องกินคลีนทุกมื้อ! ทั้งๆ ปีนี้ยังจัดหนักสุกี้ชาบูหม้อไฟ ทุกอาทิตย์ ทำสักพักก็อาจเครียด ท้อ จนล้มเลิกพฤติกรรมใหม่ และกลับไปทำแบบเดิม ตามวงจรเดิมได้ง่ายๆ 

การทำจากสิ่งเล็กๆ คือ ทางแก้ เพราะสมองของเราจะไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ เช่น เริ่มจาก "กินผักบ้างในแต่ละมื้อ” หรือ “ออกกำลังกายเบาๆ ให้ได้ทุกวัน” เมื่อสมองเราคุ้นเคย กับกิจวัตรนี้แล้ว การปรับความยากก็ทำได้ง่ายขึ้น

3. เริ่มให้รางวัลตัวเอง หลายคนรู้จักเคมีในสมองที่ชื่อ “โดปามีน” (Dopamine) เป็นอย่างดี ว่า สมองจะอยากทำซ้ำในสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกดี ดังนั้น หลังทำภารกิจเล็กๆ สำเร็จ (ในข้อ 2) หากให้รางวัลตัวเองทันที เช่น ติ๊กถูกในลิสต์ ทำสิ่งที่ชอบ หรือแม้แต่ การชื่นชมตัวเอง ฯลฯ ก็จะเกิดความรู้สึกอยากทำตามปณิธานนั้นอีกเรื่อยๆ 

เมื่อการเปลี่ยนแปลงเส้นทางประสาท (Neuroplasticity) เกิดขึ้น พฤติกรรมใหม่นั้น จะถูกย้ายจากสมองส่วนคิด (ที่ต้องใช้พลังงานเยอะ) ไปเก็บไว้ที่สมองส่วนอัตโนมัติ (ที่ใช้พลังงานน้อยลง) กลายเป็นนิสัยใหม่ เมื่อเรื่องยากและฝืนใจกลายเป็นเรื่องง่ายแล้ว โอกาสที่จะสำเร็จตามปณิธานที่ตั้งใจไว้ ก็จะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น

เป็นอย่างไรบ้างครับ เช็คดูแล้วสามารถเสริมอะไรจากปีก่อนได้บ้างไหม? ลองปรับแต่งปณิธานปีใหม่นี้ดูอีกทีนะครับ แล้วท้ายปีเรามาดูกันอีกทีว่า ปีนี้จะทำมากขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน

อย่างไรในปีนี้ ผมขอให้ผู้อ่านทุกท่านประสบความสำเร็จ ดั่งคำปณิธานที่ตั้งไว้ครับ