“สรรเพชญ” ผลักดันแผนสร้างรายได้จากที่ดินการรถไฟฯ จับมือ “ศิริราช” ลุยโปรเจกต์พัฒนาสถานีธนบุรี 21 ไร่ สู่ Medical Park ศูนย์สุขภาพ รวมไปถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมออกแบบพื้นที่ คาดใช้เวลาก่อสร้าง 3-4 ปีแล้วเสร็จ ยกระดับที่ดินสู่ศูนย์กลางทางการแพทย์
KEY POINTS
- "สรรเพชญ" ผลักดันแผนสร้างรายได้จากที่ดินการรถไฟฯ ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เตรียมพัฒนาที่ดิน 21 ไร่ บริเวณสถานีธนบุรี ให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพครบวงจร (Medical Park)
- เปิดผังโครงการจะประกอบด้วย ศูนย์การแพทย์ ศูนย์ฟื้นฟู ที่พักผู้สูงอายุ หอพักบุคลากร และทางเดินยกระดับเชื่อมต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราชและรถไฟฟ้า
- โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และยกระดับสู่ศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติ คาดว่าจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนภายในปี 2570
หนึ่งในแผนฟื้นฟูกิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะนำพารายได้เข้าสู่องค์กรอย่างยั่งยืน มีการกำหนดเพิ่มรายได้ทรัพย์สิน (Non-Core Business) โดย รฟท. เตรียมจัดใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงใหญ่ 11 แปลงในปี 2570 ประเมินมูลค่าที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างรวมตลอดอายุสัญญากว่า 50,549.07 ล้านบาท ตั้งเป้าจะเริ่มเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในปี 2570 เป็นต้นไป
ล่าสุด “สรรเพชญ บุญญามณี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมหารือร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เตรียมนำร่องดึงที่ดินศักยภาพของ รฟท.พื้นที่ย่านสถานีธนบุรี เนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ มาประเดิมพัฒนาเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ โดยผุดโปรเจกต์ ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพครบวงจร (Medical Park) รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ระดับนานาชาติ
สำหรับแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้เสนอทิศทางการพัฒนา Medical Park ซึ่งประกอบด้วย
Medical Center : Rehabilitation Center (ศูนย์พักฟื้น/ฟื้นฟู), Senior Living, Wellness Residence, พื้นที่สนับสนุนทางการแพทย์ และพื้นที่ค้าปลีกขนาดเล็ก (Small Retail Area)
Residential : หอพักบุคลากรโรงพยาบาลศิริราช (Hospital Employee Dormitory)
Connectivity & Open Space : ทางเดินยกระดับ (Elevated Park / Skywalk), Urban Park และพื้นที่สีเขียว เชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า (สถานีศิริราชและบางขุนนนท์) เดินถึงโรงพยาบาลศิริราชได้สะดวก
ขณะที่รูปแบบการลงทุน อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายรูปแบบ เช่น ศิริราชเป็นผู้ใช้ประโยชน์หลัก (User) โดยมีเอกชนร่วมลงทุน (Private Partner) หรือศิริราชเป็นผู้เช่าช่วงบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดกรอบการดำเนินงาน คาดว่าจะเร่งรัดออกประกาศเชิญชวนโครงการให้ชัดเจนภายในไตรมาสที่ 1 - 2 ของปีงบประมาณ 2570
สำหรับดีมานด์การใช้บริการทางการแพทย์ ปัจจุบันโรงพยาบาลศิริราชมีผู้รับบริการสูงถึงปีละ 6 ล้านคน-ครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 40,000–50,000 คน และมีบุคลากรกว่า 23,000 คน ดังนั้นมั่นใจว่าการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ และคอมมูนิตี้รองรับผู้เข้าใช้บริการ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งการพัฒนาศูนย์การแพทย์ครบวงจรที่เดินทางอย่างสะดวก จะสามารถยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์สู่ระดับนานาชาติ





