วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ฟาร์มแนวตั้ง Greenphyto สิงคโปร์ รากฐานพืชสมัยใหม่เพื่อการผลิตอาหาร

ฟาร์มแนวตั้ง Greenphyto ที่สิงคโปร์ ซึ่งมีระบบปลูกสูง 23.3 เมตร และได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ว่าเป็นฟาร์มแนวตั้งที่สูงที่สุดในโลก นับเป็นนวัตกรรมทางการเกษตรที่น่าสนใจท่ามกลางการแข่งขันด้าน “ความมั่นคงอาหาร”

  เมื่อเร็วๆนี้ ดร. พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เยี่ยมชม Greenphytoเพื่อศึกษาเทคโนโลยีการผลิตพืชในระบบปิด การบริหารจัดการด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบรับรองมาตรฐานการผลิต สำหรับนำมาประกอบการพัฒนามาตรฐานโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ของประเทศไทย พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่และ Young Smart Farmer เข้าถึงเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ 

นอกจากนี้ การผลิตพืชในระบบปิดยังช่วยลดการพึ่งพาสภาพอากาศภายนอก สามารถวางแผนการผลิตได้ตลอดปี และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความแปรปรวนและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยองค์ความรู้จากสิงคโปร์สามารถนำมาต่อยอดการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ หรือ ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry  เพื่อส่งเสริมบทบาทนำด้านเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ และร่วมเสริมสร้างระบบเกษตรและความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับ Greenphyto เป็นผลจากการพัฒนาแนวคิดและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องกว่า 14 ปี สู่ต้นแบบการผลิตพืชเชิงพาณิชย์ที่ผสานระบบควบคุมสภาพแวดล้อม หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ โดยบริษัทระบุว่าสามารถผลิตผักโดยไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช และได้รับการรับรองระดับ 3 ดาว (สูงสุด) ภายใต้ระบบ SG Fresh Produce ของสิงคโปร์ ซึ่งครอบคลุมการได้รับอนุญาตประกอบกิจการฟาร์ม มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของสิงคโปร์ (SG GAP) และมาตรฐาน SG Clean and Green สะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม 

ประเด็นสำคัญของการศึกษาดูงาน คือ การบริหารการผลิตพืชแบบปรับเปลี่ยนตามข้อมูลด้วย AI โดยเชื่อมโยงข้อมูลการเจริญเติบโตของพืช สภาพแวดล้อม และความต้องการของตลาด ผ่านระบบบริหารจัดการฟาร์มและแบบจำลองดิจิทัลของฟาร์ม (Digital Twin) เพื่อช่วยวางแผนรอบปลูก คาดการณ์ผลผลิต และปรับการควบคุมให้เหมาะสมกับชนิดและระยะการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งวางแผนปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ ช่วยลดผลผลิตเหลือทิ้งและเพิ่มความแม่นยำในการส่งมอบ

ด้านการใช้พลังงาน ฟาร์มพัฒนาหลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูง ควบคู่กับการปรับระดับแสงให้เหมาะสมกับพืชแต่ละรุ่น และการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการระบบปลูก โดยมีรายงานว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้ประมาณร้อยละ 30 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการออกแบบระบบผลิตที่เชื่อมโยงคุณภาพผลผลิต การควบคุมต้นทุน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ องค์ความรู้จากการเยี่ยมชมครั้งนี้จะนำมาประกอบการพัฒนาแนวทางมาตรฐาน Plant Factory ของไทย ทั้งด้านความปลอดภัยของผลผลิต การควบคุมกระบวนการผลิต การบันทึกข้อมูลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 

พร้อมต่อยอดองค์ความรู้จากความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตรกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการ TCP/THA/4003 เรื่อง “Sustainable control of Tetranychus urticae in greenhouse tomato and strawberry using nighttime UV-B and Phytoseiid Mites to reduce insecticide dependence” ซึ่งมุ่งควบคุมไรสองจุดในผักและผลไม้มูลค่าสูงในโรงเรือนอย่างยั่งยืน เพื่อลดการใช้สารกำจัดแมลง

 โครงการดังกล่าวได้จัดการฝึกอบรมในประเทศไทยเมื่อเร็วๆนี้ โดยครอบคลุมการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ตลอดจนเทคโนโลยีแสง LED และการศึกษาดูงานระบบ Plant Factory เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการผลิตพืชในสภาพแวดล้อมควบคุม การเชื่อมโยงองค์ความรู้ดังกล่าวกับประสบการณ์จาก Greenphyto จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาระบบผลิตพืชสมัยใหม่ของไทย และส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค