วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

พาณิชย์ เดินหน้ายกระดับศักยภาพข้าวไทย ดัน New Rice Economy เพิ่มผลผลิต-ลดต้นทุน

“พาณิชย์” ปรับยุทธศาสตร์ข้าวไทย หลังข้าวไทยเผชิญคู่แข่งกดดันด้านราคา ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าคู่แข่ง เร่งคลอดแผนงานยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร นำร่องสินค้าข้าว เชื่อมโยงการผลิต แปรรูป การตลาด ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำ Sandbox เพิ่มผลผลิต 1.5 ตันต่อไร่  ดันข้าวคุณภาพสูงและขยายตลาดส่งออก หวังเพิ่มรายได้ชาวนา 4.6 ล้านครัวเรือน

KEY POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ผลักดันยุทธศาสตร์ "New Rice Economy" เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำและต้นทุนสูง โดยเปลี่ยนจากการเน้นปริมาณไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • มุ่งเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้นผ่านโครงการ Sandbox ที่ใช้พันธุ์ข้าวให้ผลผลิตสูงและเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • ส่งเสริมการพัฒนาข้าวคุณภาพสูงและข้าวอัตลักษณ์ เช่น ข้าว GI ข้าวรักษ์โลก และข้าวเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเจาะตลาดพรีเมียม

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ข้าวเป็นสินค้าเกษตรยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร การส่งออก และรายได้เกษตรกร โดยประเทศไทยมีครัวเรือนผู้ปลูกข้าวประมาณ 4.6 ล้านครัวเรือน หรือเกือบ 60% ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมด มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 73.82 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาปี 61.18 ล้านไร่ และนาปรัง 12.64 ล้านไร่ ขณะที่ตลาดข้าวสารบรรจุถุงมีมูลค่าประมาณ 66,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น ทำให้ไทยต้องปรับยุทธศาสตร์จากการมุ่งเพิ่มปริมาณส่งออกไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น โดยไทยมีจุดแข็งด้านความหลากหลายของข้าว ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวพื้นเมือง และข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จำนวน 24 รายการ ครอบคลุม 30 จังหวัด ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ตลาดเฉพาะและสินค้ามูลค่าสูงได้

โจทย์เร่งด่วน คือ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เนื่องจากไทยมีผลผลิตข้าวเฉลี่ยเพียง 456 กิโลกรัมต่อไร่ ต่ำกว่าจีน 1,146 กิโลกรัม เวียดนาม 979 กิโลกรัม และอินเดีย 704 กิโลกรัม ขณะที่ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยในเดือนต.ค. 2569 สูงกว่าอินเดียประมาณ 21% และสูงกว่าเวียดนามกับปากีสถานราว 12% สะท้อนข้อจำกัดด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน

พาณิชย์ เดินหน้ายกระดับศักยภาพข้าวไทย  ดัน New Rice Economy เพิ่มผลผลิต-ลดต้นทุน

กระทรวงพาณิชย์จึงได้หารือกับสำนักงบประมาณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อจัดทำแผนงานยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งเพิ่มผลิตภาพ ลดการสูญเสีย ยกระดับมาตรฐาน เชื่อมโยงตลาด และผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางอาหารของภูมิภาคและโลก โดยมีข้าวเป็นหนึ่งในสินค้านำร่อง

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการ Sandbox ข้าวไทย บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ทดลองใช้พันธุ์ข้าวผลผลิตสูง กข 113 และ กข 85 ควบคู่กับการส่งเสริมข้าวคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ และการบริหารจัดการน้ำ โดยคาดว่ามีศักยภาพเพิ่มผลผลิตเป็น 1.4-1.5 ตันต่อไร่ ภายใต้สภาพการผลิตที่เหมาะสม เพื่อเป็นต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่อื่น โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและรายได้ของเกษตรกร

สำหรับการส่งออก ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกข้าวได้ 4.99 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 94,900 ล้านบาท ท่ามกลางแรงกดดันจากอินเดียที่กลับมาส่งออกและมีสต็อกจำนวนมาก รวมถึงอินโดนีเซียที่ส่งเสริมการผลิตในประเทศ ตลอดจนความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์

อย่างไรก็ตาม ตลาดฟิลิปปินส์และมาเลเซียยังมีแนวโน้มนำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้น 262% และ 155% ตามลำดับ ขณะที่ตลาดเอเชียโดยรวมขยายตัว 13.25% มีปริมาณนำเข้า 1.71 ล้านตัน ส่วนตลาดแอฟริกายังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกที่นำเข้าเพิ่มขึ้น 63.81%

พาณิชย์ เดินหน้ายกระดับศักยภาพข้าวไทย  ดัน New Rice Economy เพิ่มผลผลิต-ลดต้นทุน

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้ามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและดูแลรายได้เกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น 4 โครงการ ได้แก่ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก สินเชื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม การชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวเพื่อเก็บสต็อก และการดูดซับข้าวเปลือก เพื่อรักษาสมดุลตลาดและพยุงราคา

ส่วนมาตรการระยะยาวจะส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ผ่านโครงการข้าวประณีต ระยะที่ 2 พร้อมสนับสนุนจุดรับซื้อข้าวเปลือกในราคานำตลาดและตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสร้างการแข่งขันด้านราคารับซื้อ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาข้าวไทยต้องเน้นเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่กับการสร้างมูลค่า โดยต่อยอดจุดแข็งด้านคุณภาพและอัตลักษณ์สู่ข้าวมูลค่าสูง ทั้งข้าวรักษ์โลก ข้าวเพื่อสุขภาพ และข้าวอัตลักษณ์ ผ่านแนวทาง “ข้าวประณีต” ที่ยกระดับตั้งแต่พันธุ์ การเพาะปลูก การสีและแปรรูป ไปจนถึงมาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ แบรนด์ และการตลาด

พร้อมผลักดัน New Rice Economy ใช้ความต้องการตลาดนำการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น อาหารพร้อมรับประทาน ขนม เครื่องดื่ม และส่วนผสมอาหารมูลค่าสูง เชื่อมโยงเกษตรกร สหกรณ์ โรงสี และผู้ประกอบการให้ร่วมสร้างและแบ่งปันมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นธรรม รวมถึงนำ Big Data และ AI มาวิเคราะห์พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิต ช่วงเก็บเกี่ยว และแนวโน้มราคา เพื่อวางแผนการผลิต การเก็บรักษา และหาตลาดรองรับล่วงหน้า

ด้านร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เพาะปลูกข้าวติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณผลผลิตอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานข้อมูลมายังส่วนกลางทุกวัน รวมถึงให้สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดตรวจสอบการรับซื้อข้าวเปลือก เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร โดยกำชับผู้ประกอบการให้ปิดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน หักความชื้นตามความเป็นจริงและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หักสิ่งเจือปนเฉพาะส่วนที่เกิน 2% และใช้เครื่องชั่งกับเครื่องวัดความชื้นที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว