พืชสวนโลกอุดรธานีพร้อมเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ย. นี้ กรมวิชาการเกษตรแจงยิบงบเพิ่มเติม 250 ล้านบาท ยันทำตามเกณฑ์ AIPH ยกระดับจัดงานสู่สากล
KEY POINTS
- งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 มีความพร้อมเกือบ 100% เตรียมเปิดให้ประชาชนเข้าชมวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
- กรมวิชาการเกษตรชี้แจงการของบกลางเพิ่มเติม 250 ล้านบาท เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดงานตามข้อเสนอแนะของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH)
- งบ 250 ล้านบาท เป็นงบที่ขอเพิ่มนอกเหนือจากงบประชาสัมพันธ์และงบบริหารจัดการเดิม เพื่อปรับปรุงสวนนานาชาติ ระบบความปลอดภัย และสาธารณูปโภค
การนับถอยหลังสู่งานมหกรรมระดับโลกครั้งยิ่งใหญ่บนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ สำหรับ “งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บนเนื้อที่กว่า 1,030 ไร่
ท่ามกลางการเตรียมความพร้อมในโค้งสุดท้าย แม้จะเผชิญข้อกังขาและประเด็นดรามาเรื่องการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม แต่ภาครัฐ นำโดยกรมวิชาการเกษตร และจังหวัดอุดรธานี ได้ร่วมกันแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน ผู้เข้าชม และนักลงทุน ทั้งในเรื่องความพร้อมของสถานที่ ระบบการบริหารจัดการ และความคุ้มค่าโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาครัฐ
- โค้งสุดท้ายความพร้อมเกือบ 100% พร้อมพิธีบวงสรวงเสริมสิริมงคล
ล่าสุด นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมขั้นสุดท้าย ณ พื้นที่จัดงานหนองแด โดยเน้นย้ำการตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบสาธารณูปโภค อาคารจัดแสดง สวนนานาชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับมวลชนที่จะเดินทางมาเข้าชมในวันเปิดประตูวันแรก (1 พฤศจิกายน 2569) ก่อนจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 โดยมีนายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธาน
ด้าน นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยถึงข้อกังวลเรื่องความล่าช้าในการก่อสร้างว่า ขณะนี้พื้นที่จัดงานมีความพร้อมสมบูรณ์แล้วเกือบ 100% ทั้งในส่วนงานโครงสร้างวิศวกรรม งานสถาปัตยกรรม การจัดตกแต่งภูมิทัศน์ และการจัดตั้งสวนพันธุ์ไม้ เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดและความสะอาดรอบนอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้ ในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ยังได้มีการประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีท้องถิ่น โดยมีพราหมณ์เป็นผู้ดำเนินพิธีถวายเครื่องสักการะแด่พระพรหม เจ้าที่ เทพเทวดา พระแม่ธรณี และดวงวิญญาณบรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนไขข้อข้องใจงบประมาณ 3 ก้อน และปมงบกลางเพิ่มเติม 250 ล้านบาท
สำหรับประเด็นดรามาเกี่ยวกับงบประมาณการจัดงาน โดยเฉพาะกรณีการเสนอขอใช้งบกลางเพิ่มเติมจำนวน 250 ล้านบาท จนทำให้เกิดข้อตั้งคำถามจากสังคมเนื่องจากเคยมีงบประมาณประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการอยู่แล้วนั้น นางศศิญา ปานตั้น ได้ชี้แจงโครงสร้างงบประมาณทั้ง 3 ส่วนอย่างละเอียด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
งบประชาสัมพันธ์ระยะแรก (48.3 ล้านบาท) จัดจ้างด้วยวิธี e-bidding เมื่อปี 2567 มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับสากล รวมถึงการเชิญชวนประเทศสมาชิก AIPH เข้าร่วมจัดแสดงงาน
งบบริหารจัดการและจัดกิจกรรมเดิม (290 ล้านบาท) จัดจ้างด้วยวิธีคัดเลือก ครอบคลุมการบริหารจัดการพื้นที่ตลอด 134 วัน การจัดนิทรรศการ การจัดแสดงสวนนานาชาติ การรักษาความปลอดภัย การจราจร และสาธารณูปโภคพื้นฐาน
งบกลางเพิ่มเติม (250 ล้านบาท) เป็นงบประมาณที่ขอเพิ่มขึ้นตามมติคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ หลังได้รับข้อเสนอแนะจากการลงพื้นที่ตรวจติดตามของคณะกรรมการ AIPH (สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ) ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569
- ทำไมต้องเพิ่มงบ 250 ล้านบาท และเหตุใดจึงเลือกวิธีเจาะจง?
รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า การประเมินงานของผู้แทน AIPH ครั้งสุดท้ายเห็นว่า ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ จึงมีมติให้เพิ่มงบประมาณ 10% หรือ 250 ล้านบาท ของงบประมาณรวมทั้งหมด (2,500 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในส่วนของสวนนานาชาติ การรักษาความปลอดภัย ค่าสาธารณูปโภค การอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการจราจร การบริหารจัดการพื้นที่ ฯลฯ จึงดำเนินการให้เป็นไปตามข้อเสนอและมาตรฐานของ AIPH
ส่วนสาเหตุที่ต้องขอใช้งบกลางเนื่องจากข้อเสนอแนะของ AIPH เกิดขึ้นหลังขั้นตอนการจัดทำงบประมาณประจำปี หากรอระบบงบประมาณปกติจะไม่ทันกำหนดการเปิดงานในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
สำหรับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างวงเงิน 250 ล้านบาท ขณะนี้ ยังไม่ได้มีการลงนามจ้างผู้รับจ้างรายใด เนื่องจากอยู่ระหว่างการทบทวนราคากลางและรายละเอียดยิบย่อย เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับสัญญาบริหารเดิม (วงเงิน 290 ล้านบาท) ที่มี บริษัท มีเดีย ไอ แอม จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ส่วนแนวคิดการใช้วิธีจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงนั้น เนื่องจากงานใหม่มีความเชื่อมโยงและต้องต่อยอดจากระบบเดิม หากใช้ผู้รับจ้างรายใหม่ทั้งหมดอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้า รื้อถอนระบบเดิม และเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
“ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ทุกขั้นตอนดำเนินการตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด โดยมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ (ACT) และกรมบัญชีกลาง ร่วมตรวจสอบทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและโปร่งใสสูงสุด” นางศศิญายืนยัน
- เจาะไฮไลต์พืชสวนโลก 2026 ความงามอัตลักษณ์อีสาน ผสานนวัตกรรมระดับโลก
งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” โดยมีไฮไลต์สำคัญที่พร้อมอวดสายตาชาวโลกตลอด 134 วัน ดังนี้
สวนนานาชาติสุดอลังการ นำเสนอสวนจัดแสดงจาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ รวมทั้งสิ้น 32 สวน (แบ่งเป็นสวนกลางแจ้ง 16 สวน และสวนในอาคาร 16 สวน) พร้อมนำเข้าพรรณไม้หายากและแปลกตาจากทั่วโลก เช่น บัวยักษ์อเมริกาใต้, อินทผลัมยักษ์, ต้นบาบับด่าง, สนใบพาย และไม้ดัดรูปทรงแปลกตาจากประเทศจีนที่มีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท
อัตลักษณ์สวนไทยและพรรณไม้หายาก สวนจัดแสดงจากภาครัฐและเอกชนไทยกว่า 16 สวน และสวนพรรณไม้อีกกว่า 50 สวน รวบรวมพันธุ์ไม้ทรงคุณค่าของไทย เช่น ต้นรวงผึ้ง, ราชพฤกษ์, ตาลโตนด และต้นกระบก
ตระการตาไม้ดอกไม้ประดับกว่า 1 ล้านต้น จัดแสดงพรรณไม้และไม้ดอกหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านตามฤดูกาลตลอด 134 วัน พร้อมนิทรรศการหมุนเวียน 16 หัวข้อ และการประกวดพืชพรรณธรรมชาติอีก 7 ประเภท
สถาปัตยกรรมภูมิปัญญาอีสาน อาคารภายในงานได้รับการออกแบบอย่างวิจิตรบรรจง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรม เช่น อาคารประชาสัมพันธ์รูปทรงเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง, อาคารเฉลิมพระเกียรติแรงบันดาลใจจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว, และอาคารอำนวยการสไตล์เครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน
ศิลปวัฒนธรรมและตลาดชุมชน การแสดงทางวัฒนธรรมบนลาน “ตุ้มโฮม” กว่า 200 รายการ พร้อมตลาดชุมชนริมน้ำ 50 ร้านค้า นำเสนออาหารพื้นบ้านและสินค้า OTOP สร้างรายได้ตรงสู่มือชาวบ้าน
- ขับเคลื่อนมิติความยั่งยืน ESG และการต่อยอดเศรษฐกิจ 20,000 ล้าน
นอกจากมิติความสวยงามแล้ว การจัดงานครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดภายใต้มาตรฐาน ISO 20121 และหลักการ ESG (Environmental, Social, Governance) มีระบบจัดการขยะและทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) รวมถึงเป็นเวทีจัดประชุมวิชาการระดับโลก “Green City Conference” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเมืองสีเขียว
ในเชิงเศรษฐกิจ นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ระบุว่า จังหวัดอุดรธานีมีความพร้อมเต็มร้อยในการเป็นประตูสู่อีสาน เชื่อมโยงการท่องเที่ยว โรงแรม รถขนส่ง และร้านอาหาร คาดการณ์ว่าจะมารองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 3.6 ล้านคน ตลอดระยะเวลาจัดงาน ซึ่งจะช่วยสร้างเงินหมุนเวียนยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคอีสานได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท และหลังจากจบงาน พื้นที่หนองแดจะถูกพัฒนาต่อยอดให้เป็นศูนย์เรียนรู้ชีวภาพและสวนสาธารณะระดับภูมิภาคต่อไป
งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพทางนวัตกรรมเกษตรและพืชสวนระดับสากลของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์สำคัญของภาครัฐในการบริหารจัดการงานระดับเมกะอีเวนต์ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การยกระดับมาตรฐานตามคำแนะนำของ AIPH และการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และปักหมุดให้จังหวัดอุดรธานีกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการประชุมระดับสากลได้อย่างยั่งยืน





