วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลดีเดย์ '1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา' ปลุก 355 หน่วยงาน ตัดวงจรทุจริต

รัฐบาลดีเดย์ "1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา" ปลุก 355 หน่วยงานรัฐสังคายนากฎหมายล้าสมัยและรื้อกระบวนงาน เพื่อตัดวงจรทุจริตเชิงโครงสร้าง   เร่งดึงระบบดิจิทัลมาให้บริการแทนการใช้ดุลพินิจ ปิดช่องเจ้าหน้าที่ที่มี "ไถยจิต" รีดไถ พร้อมชูเคสสรรพากรคืนภาษีใน 5 วัน ช่วยเอกชนประหยัดดอกเบี้ยมหาศาล

KEY POINTS

  • รัฐบาลเปิดตัวโครงการ "1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา" เพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยตั้งเป้าขยายผลให้ครอบคลุม 355 หน่วยงานทั่วประเทศ
  • การดำเนินงานขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการทำงาน, การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค
  • มุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการปราบปราม โดยจะมีการยกร่างระเบียบเพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) และปรับปรุงกระบวนการสอบสวนทางวินัยให้รวดเร็วและเป็นธรรม

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเปิดและประกาศเจตนารมณ์เปิดตัวโครงการ "1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา" จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ร่วมกับคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) และภาคเอกชน โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมนำร่อง 12 หน่วยงาน และเตรียมขยายผลครอบคลุม 355 หน่วยงานทั่วประเทศ ว่าปัญหาการทุจริตว่าเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนาน

ถ้าเรื่องนี้น้อยลงหรือไม่มีเลย ประเทศไทยจะไปไกลกว่านี้ได้เยอะมาก พี่น้องประชาชนของเราก็จะสามารถมีชีวิต มีความก้าวหน้าในทางต่าง ๆ ได้อีกมาก จึงตั้งเป้าหมายสูงสุดตามวิสัยทัศน์ Governance for All เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ประชาชน  
 
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่

1. การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน ยกเลิกขั้นตอนเอกสารที่ซ้ำซ้อน โดยยกตัวอย่างกรมสรรพากรที่ปรับลดระยะเวลาคืนภาษีนิติบุคคลลง ซึ่งผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ การคืนภาษีที่ลดเวลาจาก 100 วัน เหลือ 5 วัน ในเชิงตัวเลขลดไป 95 วัน ถ้ามองในมุมของเอกชน 95 วันนี่คือวันที่ดอกเบี้ยมันเดินทุกวัน เอกชนประกอบธุรกิจมีต้นทุน ถ้าเราลดระยะเวลาได้ตรงไปตรงมา จะทำให้เขามีสภาพคล่อง ลดภาระทางด้านต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน 

 

 

2.การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เช่น ระบบชำระภาษีที่ดินออนไลน์ของกรมที่ดิน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายเดินทาง และลดความเสี่ยงที่ประชาชนจะเจอเจ้าหน้าที่ที่มีไถยจิต หรือจิตอันเป็นทุจริตเรียกรับผลประโยชน์

3. การทบทวนและแก้ไขกฎหมายลำดับรอง แก้ไขกฎกระทรวงและระเบียบล้าสมัย โดยจับมือกับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) รวบรวมประเด็นอุปสรรคกว่า 40 เรื่องเสนอ ครม. พิจารณาปลดล็อก  

นายปกรณ์กล่าวว่า งานป้องกันสำคัญกว่าการไล่ตามจับกุม อุปมาเรื่องคลิปหนีบกระดาษของหลวง ถ้าเรื่องเล็กคุณยังเอา เรื่องใหญ่คุณก็เอา.ดังนั้น การสร้างจิตสำนึกเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญที่สุด แต่ไม้แก่ดัดยาก ต้องไปดัดกันที่ไม้อ่อนในระดับครอบครัว

 

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ สำนักงาน ป.ป.ท. ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแจ้งเบาะแส (Whistleblower) เพื่อปกปิดตัวตนและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้แจ้งอย่างมีมาตรฐาน พร้อมกำชับเรื่องความเป็นธรรมในกระบวนการสอบสวนทางวินัยให้รวดเร็ว เพราะเวลาถูกร้องเรียน มันเหมือนตกนรก

การดึงเรื่องไว้มันทำให้คนตกนรกทั้งเป็น สำหรับคนที่ไม่ได้ทำและไม่ได้มีเจตนาทุจริต มันไม่ได้ตกนรกคนเดียว ครอบครัวลูกเต้าเดือดร้อนหมด

ส่วนการวัดผล โครงการจะไม่วัดแค่จำนวนผู้เข้าร่วม แต่วัดที่มูลค่าความคุ้มค่า ที่ประชาชนได้รับจากการลดเวลาและขั้นตอนจริง ซึ่งเราจะเป็น Second ASEAN หรือ Third ASEAN รับไม่ได้ ประเทศไทยต้องเป็น First ASEAN เท่านั้น