“สุวรรณภูมิ” เร่งซ่อมพื้นผิวรันเวย์ทรุดตัว เตรียมเปิดใช้ทางวิ่ง 02R บริเวณต่อเนื่องกับ Taxiway E21 เวลาประมาณ 18.00 น. ด้าน “คมนาคม” กำชับหาสาเหตุ พร้อมเช็คทุกจุดเสี่ยง ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้รับรายงานอากาศยานประสบเหตุ ล้อติดหล่มบนทางวิ่ง 02R ไม่สามารถขับเคลื่อนวิ่งขึ้นได้ เป็นเหตุให้เที่ยวบินที่เกิดการล่าช้า โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.20 น. ของวันที่ 28 ต.ค.2569 อากาศยานของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CAL840 แบบ B738 ซึ่งจะเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานเกาสง ประเทศไต้หวัน เข้าตั้งตัวโดยใช้ทางขับ (แท็กซี่เวย์) E21
ขณะอยู่บนทางวิ่ง (รันเวย์) 02R ได้ประสบเหตุล้อติดหล่ม เนื่องจากพื้นผิวชำรุด (Soft Surface) จนไม่สามารถขับเคลื่อนเพื่อวิ่งขึ้นต่อได้ เป็นเหตุให้อากาศยานที่ขับเคลื่อนตามมาอีก 4 เที่ยวบิน ติดอยู่บนทางขับ ไม่สามารถขับเคลื่อนไปวิ่งขึ้นต่อได้ ต้องใช้รถดันถอยหลังออกมาทีละลำ เพื่อเปลี่ยนไปใช้ทางขับอื่นในการขับเคลื่อนไปวิ่งขึ้นทางวิ่ง 02L แทน จึงเกิดการล่าช้าของเที่ยวบินทั้งหมดรวม 5 เที่ยวบิน และล่าช้าประมาณ 2 ชั่วโมง
โดยเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย
1.อากาศยานของสายการบินไทยเวียตเจ็ต เที่ยวบิน TVJ2308 แบบ B738 เดินทางไปสนามบินภูเก็ต
2. อากาศยานของสายการบินไทย เที่ยวบิน THA349 แบบ A359 เดินทางไปสนามบินอิสลามาบัด
3. อากาศยานของสายการบิน China Southern Airlines เที่ยวบิน CSN364 แบบ A21N เดินทางไปสนามบินกวางโจว
และ 4. อากาศยานของสายการบินไทย THA317 แบบ B772 โดยจะเดินทางไปสนามบิน ฉัตรปตี ศิวาจี มหาราช เมืองบุมไบ ทั้งนี้ได้รับการเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณดังกล่าวแล้ว
อย่างไรก็ดี ยังไม่ได้รับรายงานของสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยังอยู่ระหว่างการประชุมถึงปัญหาความแข็งแรงของพื้นผิวรันเวย์ และตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น อีกทั้ง ได้รับรายงานจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ว่า ขณะนี้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ทำการซ่อมแก้ไขพื้นที่ที่เกิดเหตุแล้ว และกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบความหนาแน่นของพื้นผิวก่อนที่จะเปิดให้ใช้งานทางวิ่ง 02R บริเวณต่อเนื่องกับ Taxiway E21 เวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 29 ต.ค.นี้
อีกทั้ง กพท.ได้ออกคำสั่งให้ ทอท. ดำเนินการตรวจสอบพื้นผิวทางวิ่ง ทางขับและลานจอด โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยงให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก ทั้งนี้ กพท.ได้แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีในการตรวจสอบพื้นผิวโดยไม่ต้องเจาะทำลาย (NDI : Non Destructive Inspection) มาใช้งาน เพื่อให้ตรวจสอบได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ





