วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2569

Login
Login

กางงบประมาณน้ำ 106,919 ล้าน ส่องโปรเจกต์ยักษ์รับมืออุทกภัย

สทนช. ชูแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปี 2570 เมกะโปรเจกต์และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ พร้อมปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจทั่วประเทศ

KEY POINTS

  • รัฐบาลอนุมัติแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำปี 2570 วงเงินรวม 106,919 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและป้องกันอุทกภัยระยะยาว
  • จัดสรรงบประมาณกว่า 35,958 ล้านบาท (คิดเป็น 33.63%) สำหรับการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัยโดยเฉพาะ โดยเน้นพื้นที่เสี่ยงสูงในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • เดินหน้าโครงการป้องกันอุทกภัยขนาดใหญ่หลายโครงการ อาทิ คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร, คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย และโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช

แผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินกว่า 106,919.83 ล้านบาท และชุดโครงการรับมือน้ำท่วมที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ถือเป็น “ก้าวสำคัญ” ของประเทศไทยในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความมั่นคงทางน้ำและการป้องกันอุทกภัยระยะยาว

 อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่แท้จริงจะไม่ได้วัดเพียงแค่ตัวเลขงบประมาณหรือขนาดของโครงการก่อสร้าง แต่จะวัดจาก “ความปลอดภัยของชีวิตประชาชน” และ “ความสามารถในการลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ” เมื่อมวลน้ำหลากมาถึง ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการ การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

กางงบประมาณน้ำ 106,919 ล้าน ส่องโปรเจกต์ยักษ์รับมืออุทกภัย

รายงานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งว่า จากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณาปรับลดของสภาผู้แทนราษฎรในส่วนของแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ คงเหลือวงเงิน 60,605 ล้านบาท ส่งผลให้กรอบงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำทั้งหมดของประเทศอยู่ที่ 106,919 ล้านบาท ครอบคลุมการดำเนินงานโดย 19 หน่วยงาน 6 กระทรวง 1 จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 339 แห่ง และกรุงเทพมหานคร

ในงบประมาณดังกล่าว แยกเป็นแผนงานบูรณาการ วงเงิน 60,605.2803 ล้านบาท จำนวน 1,857 รายการ คิดเป็นสัดส่วนหลักในการบูรณาการข้ามหน่วยงานเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูง เช่น การเพิ่มปริมาตรกักเก็บน้ำ 267.50 ล้านลูกบาศก์เมตร และพื้นที่รับประโยชน์ 299,848 ไร่

แผนงานตามภารกิจพื้นฐาน หรือภารกิจหลัก วงเงิน 44,419.0561 ล้านบาท จำนวน 7,042 รายการ ซึ่งเน้นภารกิจประจำของหน่วยงานในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานเดิมและการให้บริการประชาชน โดยมีจุดเด่นด้านการป้องกันตลิ่งสูงถึง 312,324 เมตร และพื้นที่รับประโยชน์กว่า 1,023,967 ไร่

แผนงานบูรณาการยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ วงเงิน 1,895.4956 ล้านบาท จำนวน 443 รายการ เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่และตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของท้องถิ่น

กางงบประมาณน้ำ 106,919 ล้าน ส่องโปรเจกต์ยักษ์รับมืออุทกภัย

แผนงานทั้งหมดหากประสบผลสำเร็จจะส่งผลให้สามารถเพิ่มปริมาตรกักเก็บน้ำรวม 326.67 ล้านลูกบาศก์เมตร, มีพื้นที่รับประโยชน์จากระบบน้ำรวม 1,364,401 ไร่, ประชาชนได้รับประโยชน์ 659,476 ครัวเรือน, พื้นที่ได้รับการป้องกันจากอุทกภัย 386,867 ไร่, การป้องกันตลิ่ง 313,453 เมตร, การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย 28 แห่ง และการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง 2 แห่ง

  • เจาะลึก 5 ด้านแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2570 ได้ถูกบูรณาการให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ทั้ง 5 ด้าน คือ

การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค วงเงิน 8,553.7103 ล้านบาท จำนวน 668 รายการ จะสร้างประโยชน์กับประชาชน 280,912 ครัวเรือน และเพิ่มปริมาตรเก็บกักน้ำอุปโภคบริโภค 21.17 ล้านลูกบาศก์เมตร เน้นการขยายเขตประปาส่วนภูมิภาคและการเข้าถึงน้ำสะอาดของประชาชนนอกเขตมหานคร

การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต วงเงิน 51,369.0329 ล้านบาท จำนวน 5,896 รายการ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนงบประมาณที่สูงที่สุด คิดเป็นกว่า 48% ของงบน้ำทั้งหมด หากแล้วเสร็จจะมีพื้นที่รับประโยชน์สูงถึง 1,342,251 ไร่, ประชาชนได้รับประโยชน์ 112,448 ครัวเรือน และสามารถเพิ่มปริมาตรเก็บกักน้ำได้มากถึง 305.50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรองรับภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

กางงบประมาณน้ำ 106,919 ล้าน ส่องโปรเจกต์ยักษ์รับมืออุทกภัย

การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย วงเงิน 35,958.2811 ล้านบาท จำนวน 2,052 รายการ หรือคิดเป็นกว่า 33.63% ของงบประมาณน้ำทั้งหมด พื้นที่ได้รับการป้องกันอุทกภัย 353,596 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 266,116 ครัวเรือน และการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งยาวถึง 313,453 เมตร

การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรน้ำ วงเงิน 1,846.0882 ล้านบาท จำนวน 185 รายการ มุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ พื้นที่รับประโยชน์ 22,150 ไร่ พื้นที่ป้องกันการชะล้างพังทลาย 33,271 ไร่ พร้อมพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย 28 แห่ง และอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง 2 แห่ง

การบริหารจัดการ วงเงิน 9,192.7195 ล้านบาท จำนวน 541 รายการ เพื่อขับเคลื่อนแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้ครอบคลุมทุกกลุ่มน้ำอย่างสมดุลทั้ง 22 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ

  • แผนรับมือน้ำท่วมและอุทกภัย หัวใจสำคัญที่ ครม. ไฟเขียว

เมื่อพิจารณาเฉพาะการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ด้วยวงเงินเกือบ 36,000 ล้านบาท ถือเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากปัญหาน้ำหลากและน้ำท่วมขังซ้ำซาก โดยมีการกระจายตัวของงบประมาณและโครงการตามภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูง

ประกอบด้วยการกระจายตัวของงบประมาณและพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำและมักประสบปัญหาน้ำท่วมล้นตลิ่งจากแม่น้ำสายหลัก ได้รับความสำคัญในการดำเนินโครงการป้องกันอุทกภัยขนาดใหญ่ อาทิ

ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ภาคกลาง เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากเป็นเส้นทางผ่านของน้ำหลากจากภาคเหนือลงสู่อ่าวไทย มีการอัดฉีดงบประมาณผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อผันน้ำและหน่วงน้ำ

ลุ่มน้ำชีและมูล (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) มีปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนริมน้ำ จึงมีการบรรจุโครงการประตูระบายน้ำและระบบระบายน้ำชุมชนเมืองอย่างต่อเนื่อง

  • ส่องโครงการไฮไลต์ เมกะโปรเจกต์บริหารจัดการน้ำท่วม ปี 2570

ทั้งนี้ในการขับเคลื่อนแผนปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีโครงการสำคัญระดับประเทศที่ส่งผลประโยชน์ต่อการป้องกันอุทกภัยและบริหารจัดการน้ำท่วมโดยตรง คัดจากตารางโครงการสำคัญ 35 โครงการ วงเงินรวมทั้งโครงการกว่า 278,586 ล้านบาท โดยมีวงเงินเฉพาะในปีงบประมาณ 2570 กว่า 10,095 ล้านบาท ซึ่งมีโครงการไฮไลต์ด้านการบริหารจัดการน้ำท่วมที่สำคัญ ได้แก่

โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล - บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยกรมชลประทาน วงเงิน 25,400 ล้านบาท งบปี 2570 จัดสรร 1,865 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ พ.ศ. 2562 – 2572 ถือเป็นโครงการรักษาสภาพการระบายน้ำหลากรอบเกาะเมืองอยุธยาและบรรเทาน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง จะช่วยป้องกันพื้นที่อุทกภัยได้มากถึง 229,138 ไร่ และมีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 14,048 ครัวเรือน ช่วยตัดยอดน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย โดยกรมชลประทาน วงเงิน 165,000 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2570 จัดสรร 449 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ พ.ศ. 2570 – 2577 เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มโหฬาร (Mega Infra-Project) ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอย่างยั่งยืน โดยสามารถป้องกันพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมได้สูงถึง 1,840,000 ไร่ ช่วยระบายน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเลอ่าวไทยโดยตรงโดยไม่ผ่านพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน

กางงบประมาณน้ำ 106,919 ล้าน ส่องโปรเจกต์ยักษ์รับมืออุทกภัย

โครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี โดยกรมชลประทาน วงเงิน 14,700 ล้านบาท งบปี 2570 จัดสรร 394 ล้านบาท เริ่มปีแรก พ.ศ. 2570 จบปี 2579 เมื่อแล้วเสร็จ จะสามารถป้องกันน้ำท่วม 6,000 ไร่ และครัวเรือนได้รับประโยชน์ 500 ครัวเรือน แก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองเพชรบุรีและพื้นที่เกษตรกรรมเศรษฐกิจ

โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกรมชลประทาน วงเงิน 9,580 ล้านบาท งบปี 2570 จัดสรร 712.2332 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ พ.ศ. 2561 – 2571 เมื่อแล้วเสร็จจะป้องกันพื้นที่น้ำท่วม 17,400 ไร่ และครัวเรือนได้รับประโยชน์ 32,253 ครัวเรือน เป็นโครงข่ายสำคัญในการตัดยอดน้ำหลากจากเทือกเขาหลวงไม่ให้ไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

โครงการพัฒนาระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมชุมชนเมืองสำคัญในภูมิภาค ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) เช่น โครงการระบบระบายน้ำเมืองแพร่ (ระยะที่ 2), เมืองชัยนาท, เมืองเลย, เมืองปัก (นครราชสีมา), วารินชำราบ (อุบลราชธานี), และชุมชนควนลัง หาดใหญ่ (สงขลา) ซึ่งใช้งบประมาณระดับท้องถิ่นและภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมฉับพลันในเขตเศรษฐกิจชุมชนเมือง

แม้ว่าแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2570 และโครงการรับมือน้ำท่วมที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. จะมีความครบถ้วนและครอบคลุมในเชิงโครงสร้าง แต่ในมุมมองของการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์และการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เช่น การกระจายงบไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ตามความรุนแรงของปัญหา เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางที่ได้รับงบสูงตามความหนาแน่นของลุ่มน้ำชี มูล และเจ้าพระยา

การให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ควบคู่ระบบเตือนภัย นอกจากการสร้างเขื่อนและคลองระบายน้ำแล้ว ยังมีการบรรจุโครงการด้านเทคโนโลยี เช่น โครงการพัฒนาระบบคาดการณ์การเฝ้าระวังแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่มและอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ของกรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวสู่ยุคเทคโนโลยีพยากรณ์ล่วงหน้า

นอกจากนี้ โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการมีระยะเวลาดำเนินการยาวนาน เช่น คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก ใช้เวลาถึงปี 2577 และโครงการลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างถึงปี 2579 ความล่าช้าในการเวนคืนที่ดิน การจัดซื้อจัดจ้าง หรือปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายกับประชาชนในพื้นที่ อาจทำให้การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามกรอบเวลา ส่งผลให้ประชาชนยังคงต้องเผชิญกับภัยพิบัติน้ำท่วมซ้ำซากในระหว่างรอโครงการก่อสร้าง

ในขณะที่งบประมาณลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี เรียกร้องให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบต้องติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์อย่างเข้มงวด ว่าปริมาณน้ำกักเก็บที่เพิ่มขึ้น (326.67 ล้าน ลบ.ม.) และพื้นที่ป้องกันน้ำท่วม (386,867 ไร่) สามารถลดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจได้จริงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

ทั้งหมดนี้ ควรเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักให้สอดรับกับสภาวะภูมิอากาศสุดขั้ว โดยรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งรัดการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างและแม่น้ำสายหลักให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับรับปริมาณน้ำฝนที่อาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติจากภาวะโลกร้อน พร้อมทั้งบูรณาการการบริหารจัดการน้ำร่วมกับชุมชนและผังเมือง พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางที่โปร่งใส เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและประชาชนสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของการเบิกจ่ายงบประมาณและการก่อสร้างโครงการน้ำทั้ง 9,342 รายการ เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดภาษีทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างแท้จริง