วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อีอีซี ถก'ธนาคารโลก'เร่งแผนน้ำ 3 กลไก โครงสร้างพื้นฐาน-จัดการดีมานด์ -บำบัด:นำกลับมาใช้

ข้อมูลจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุถึง สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักพื้นที่ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค. 69 ว่า บางพระ: มีปริมาณน้ำ 105 ล้าน ลบ.ม. (90%) ,หนองปลาไหล: มีปริมาณน้ำ 185 ล้าน ลบ.ม. (113%) ,ประแสร์: มีปริมาณน้ำ 269 ล้าน ลบ.ม. (91%)

เมื่อเร็วๆนี้ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันอออก (สกพอ.) หรือ EECO ได้เข้าร่วมการประชุม “2030 Water Resources Group (WRG)-Supported National and Sub-National Platforms for Water” ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่ม 2030 Water Resources Group (2030 WRG) ร่วมกับ EECO ในช่วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือในการส่งเสริมการลงทุนและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

ดร. จุฬา ได้กล่าวนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของ EEC Water Multi-Stakeholder Platform (EEC Water MSP) ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และภาคีการพัฒนา เพื่อเชื่อมโยงนโยบายด้านน้ำไปสู่การพัฒนาโครงการและการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม 

โดยมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1.การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านต้นทุนน้ำ 

2. การบริหารจัดการความต้องการใช้น้ำ

และ 3.การส่งเสริมการบำบัดและนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ 

ทั้งนี้ EECO มีแนวทางนำผลการศึกษาและผลการดำเนินงานของแพลตฟอร์มไปใช้ประกอบการจัดทำแผนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคของ EEC ในระยะ 5 ปี เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วนไปสู่การกำหนดนโยบายและการตัดสินใจลงทุนที่เป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากต่างประเทศเกี่ยวกับการสร้างกลไกและเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุนด้านน้ำของภาคเอกชน อาทิ การส่งเสริมการบำบัดน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในมองโกเลีย การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อบริหารจัดการน้ำเสียในอินเดีย และการระดมทุนเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำในเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกรอบกฎระเบียบที่เหมาะสม ความคุ้มค่าทางการเงิน ความพร้อมของโครงการ และการมีส่วนร่วมของภาครัฐในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเงินลงทุนจากภาคเอกชน 

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้เน้นย้ำว่า เวทีความร่วมมือหลายภาคส่วน (MSPs) ควรทำหน้าที่เชื่อมโยงหน่วยงานและกลไกที่มีอยู่ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และสนับสนุนการพัฒนาโครงการที่พร้อมลงทุน โดยอาศัยข้อมูลที่เชื่อถือได้ การกำหนดแรงจูงใจที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำที่ต่อเนื่องและยั่งยืน

“การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนต่อยอดบทบาทของ EEC Water MSP ในการเชื่อมโยงนโยบาย การพัฒนาโครงการ และการลงทุนด้านน้ำ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ EEC ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

สำหรับอีอีซี ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง มีแผนพัฒนาการลงทุนหลากหลาย เช่น รถไฟความเร็วสูง เมืองการบินอู่ตะเภา ท่าเรือ เขตส่งเสริมอุตสาหกรรม 21 เขต การส่งเสริมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมเดิม และการเกษตรกรรม ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่าจะมีจํานวนประชากรเพิ่มจากปัจจุบัน 3 ล้านคน เป็น 6 ล้านคนในปี 2580