วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดที่มา ‘รถเข็นผลไม้-ปลานิล’ ในงาน IMF-WB 2026 เบื้องหลัง Soft Power ไทย สู่สายตาโลก

"คลัง" เปิดที่มา "รถเข็นผลไม้-ปลานิล" และแนวคิดเบื้องหลัง Soft Power อื่น ๆ ในงาน IMF-World Bank 2026 สอดแทรกอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาโลก

การได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2026 หรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ถือเป็นวาระแห่งชาติครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในการเปิดบ้านต้อนรับผู้นำทางการเงินจากทั่วโลก ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 2 ของไทยในรอบกว่า 35 ปี 

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” เปิดเผยถึงเบื้องหลังการจัดงานว่า การจัดงาน IMF-World Bank ในครั้งนี้ ว่า

กระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและเตรียมการล่วงหน้า โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้น เป็นผลจากความสามารถและความทุ่มเทของทีมงานทุกฝ่ายที่ได้เตรียมพร้อมมาอย่างยาวนาน

เปิดที่มา ‘รถเข็นผลไม้-ปลานิล’ ในงาน IMF-WB 2026 เบื้องหลัง Soft Power ไทย สู่สายตาโลก ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการงานขนาดใหญ่ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้จัดโครงสร้างการทำงานออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ “งานที่ต้องทำ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด สอดคล้องตามคู่มือมาตรฐานสากลของทีม Managing Secretariat (MS) ซึ่งมาจากทั้ง IMF และ World Bank 

คู่มือดังกล่าวมีความยาวกว่า 300–400 หน้า โดยแบ่งเนื้องานออกเป็น 26 ด้านอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตั้งแต่ตำแหน่งการวางปลั๊กไฟ ระยะห่างการเสิร์ฟน้ำ ไปจนถึงการจัดระเบียบการจราจร และการขนส่งผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งทีมผู้จัดประชุมต้องดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน ภายใต้ข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ของระบบราชการไทยที่มีความเข้มงวด

 

ถัดมาคือ “งานที่ควรทำ” ซึ่งนายวินิจ กล่าวว่า คือการทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยอัธยาศัยและรอยยิ้มแบบไทย (Land of Smiles) 

สุดท้ายคือ “งานที่อยากทำ” ซึ่งเกิดจากการตั้งโจทย์ร่วมกันว่า การลงทุนงบประมาณระดับพันล้านบาท จะต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่า คนไทยจะได้ประโยชน์อะไรนอกเหนือไปจากวันหยุดพิเศษ นำไปสู่การวางยุทธศาสตร์ที่สอดแทรกอัตลักษณ์ความเป็นไทยและซอฟต์พาวเวอร์ เข้าไปในทุกมิติ

“คำถามที่ว่าการประชุมครั้งนี้จะทำให้คนไทยได้อะไร คือจุดเริ่มต้นการนับ 1 เพื่อหาสิ่งที่เราอยากทำ โดยทีมตกลงกันว่าเราจะใส่ความเป็นไทยเข้าไปในทุก ๆ เรื่อง แต่ความยากคือเราจะผสานทุกเรื่องที่เราอยากทำ เข้าไปอยู่ในสิ่งที่ต้องทำและควรทำอย่างไรโดยไม่ยัดเยียด นี่คือคำถามถัดไป”

ยุทธศาสตร์ ‘Soft Power’ ตอบโจทย์ความเป็นไทยแบบไม่ยัดเยียด

นายวินิจ กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จของ Soft Power ในงานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการวิเคราะห์ปัญหาและทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด เช่นการนำ “รถเข็นผลไม้และรถไอศกรีม” มาแก้โจทย์บริเวณชั้น G ซึ่งเป็นพื้นที่พักคอย ซึ่งเป็นห้องที่ไม่มีจุดบริการอาหารว่าง 

เปิดที่มา ‘รถเข็นผลไม้-ปลานิล’ ในงาน IMF-WB 2026 เบื้องหลัง Soft Power ไทย สู่สายตาโลก

ดังนั้น การจัดรถเข็นมาให้บริการเป็นช่วงเวลา จะช่วยลดภาระการดูแลและซ้ำซ้อน อีกทั้งผลไม้สดและไอศกรีมยังให้ความสดชื่น และปลอดภัยต่อผู้เข้าร่วมประชุมที่รับประทานมังสวิรัติ หรือมีข้อจำกัดด้านอาหารสูง จนรถเข็นเหล่านี้กลายเป็นจุดสนใจและปรากฏภาพผู้เข้าร่วมประชุม ต่อคิวรับอาหารกันอย่างคึกคัก

“ถ้าเสิร์ฟข้างนอกทำเป็นพื้นที่สำหรับวางอาหารว่างก็คิดว่าจะดูเยอะไป แล้วก็ซ้ำซ้อน  เราเลยคุยกันในบทสนทนา คิดแบบไทยเลยว่าเวลาเราอยากกินอาหารว่าง เรากินอะไร ก็เลยให้มีรถเข็นมาคันหนึ่งแล้วก็เข็นเลย สารภาพว่าตอนแรกคิดถึงลูกชิ้นทอด กับปาท่องโก๋ แต่ติดเรื่องกลิ่น เลยมาจบที่ผลไม้ เพราะปลอดภัย แล้วก็ทุกคนทานได้”

เปิดที่มา ‘รถเข็นผลไม้-ปลานิล’ ในงาน IMF-WB 2026 เบื้องหลัง Soft Power ไทย สู่สายตาโลก

นอกจากนี้ การเลือกเสิร์ฟเมนู “ปลานิล” ให้แก่แขกที่มาร่วมประชุม มีที่มาจากแนวคิดของเชฟที่ต้องการนำเสนอพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานปลานิลให้ประชาชนเพาะเลี้ยง ซึ่งนอกจากปลานิลจะเลี้ยงง่าย ยังมีโปรตีนสูง ช่วยดูแลสุขภาพของประชาชน

ดังนั้น เรื่องราวของปลานิลที่ต้องการสื่อสารจึงเป็นการ empowering people เพราะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตั้งแต่ฐานราก ซึ่งได้รับการนำเสนอผ่านการนำวัตถุดิบพื้นบ้านมาผ่านกรรมวิธีปรุงอย่างประณีตเพื่อยกระดับสู่จานอาหารระดับสากล 

เปิดที่มา ‘รถเข็นผลไม้-ปลานิล’ ในงาน IMF-WB 2026 เบื้องหลัง Soft Power ไทย สู่สายตาโลก

ที่มาภาพ: พระสยาม BOT Magazine

อีกด้านหนึ่งภายในงาน ยังมีการเนรมิต “เวทีมวยไทย” ขึ้นมาภายในบริเวณศูนย์ประชุมตามข้อริเริ่มของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้ระดับโลก จนกลายเป็นความประทับใจในหมู่ผู้เข้าร่วมประชุม 

“มวยไทยเป็นกีฬาที่คนไทยภูมิใจ เพราะเป็นกีฬาที่เราได้เหรียญทองโอลิมปิก ฉะนั้น เราเลยอยากเอาสัญลักษณ์นั้นมาไว้ในงานที่เหมือนเป็นโอลิมปิกทางการเงินครั้งนี้ด้วย เราตั้งใจจะเอาคู่ชกจริงมา ให้เขาแข่งกันจริง เตรียมฝึกซ้อมกันมา ผลตอบรับวันนั้นทุกคนชอบมาก แล้วก็เป็น Talk of the Town ในหมู่ผู้มาประชุม”

เปิดที่มา ‘รถเข็นผลไม้-ปลานิล’ ในงาน IMF-WB 2026 เบื้องหลัง Soft Power ไทย สู่สายตาโลก

ท้ายที่สุดก็ยังมีการแจกของที่ระลึกแก่แขกที่มาร่วมงานเป็น  “ถุงผ้าขาวม้า” ที่ออกแบบตัดเย็บอย่างประณีตพร้อมสอดแทรกสายคาดสีฟ้า-ดำ ซึ่งเป็นสีของกระทรวงการคลัง ควบคู่กับ “เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก” ในกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้สามารถตั้งโชว์สะท้อนสัญลักษณ์การเป็นเจ้าภาพ 2 ครั้งของไทย

เปิดที่มา ‘รถเข็นผลไม้-ปลานิล’ ในงาน IMF-WB 2026 เบื้องหลัง Soft Power ไทย สู่สายตาโลก

สานต่อแรงบันดาลใจ ยกระดับราชการไทยสู่สากล 

นายวินิจ กล่าวว่า การจัดงาน IMF-WB 2026 เป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของ “ทีมประเทศไทย” ที่บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เช่น สศค., ธปท., กรมศุลกากร, กรมสรรพสามิต, กรมสรรพากร และตำรวจจราจร ร่วมกับภาคเอกชนและองค์กรระดับโลก 

ทั้งนี้ นอกจากจะสร้างภาพลักษณ์และประโยชน์ทางเศรษฐกิจแล้ว การทำงานตามมาตรฐานสากลที่เน้นความเท่าเทียม ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงานของระบบราชการไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

ที่สำคัญที่สุด งานนี้ยังทำหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจ ให้แก่ข้าราชการรุ่นใหม่และเปิดมุมมองให้สังคมได้เห็นศักยภาพของงานราชการในการขับเคลื่อนประเทศบนเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง

เปิดที่มา ‘รถเข็นผลไม้-ปลานิล’ ในงาน IMF-WB 2026 เบื้องหลัง Soft Power ไทย สู่สายตาโลก