วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดันสินค้าพรีเมียมไทยปักธงตลาดญี่ปุ่น

กรมส่งเสริมสหกรณ์ นำคณะตรวจเยี่ยมเยาวชนเกษตรไทย ณ จ.ไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมถอดบทเรียนระบบสหกรณ์ญี่ปุ่น ชูแนวคิดดันสินค้าพรีเมียมไทยส่งออกต่างประเทศ พร้อมเล็งนำโมเดลซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์มาปรับใช้ในไทยปี 2571

KEY POINTS

  • กรมส่งเสริมสหกรณ์มีแผนผลักดันสินค้าสหกรณ์เกรดพรีเมียมสู่ตลาดญี่ปุ่น แต่ยังเผชิญปัญหาด้านคุณภาพและปริมาณผลผลิตที่ไม่เพียงพอตามมาตรฐานที่ญี่ปุ่นต้องการ
  • นำร่องด้วย “กล้วยหอมทอง” ซึ่งปัจจุบันไทยยังส่งออกได้น้อยกว่าโควตาที่ญี่ปุ่นกำหนด เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอและมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง
  • มีแผนเจรจาซื้อขายล่วงหน้ากับญี่ปุ่นสำหรับผลไม้ชนิดอื่น และเตรียมนำโมเดลศูนย์กระจายสินค้าของสหกรณ์ญี่ปุ่นมาปรับใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย

การศึกษาและนำโมเดลการบริหารจัดการของสหกรณ์การเกษตรในประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย และขยายโอกาสการส่งออกสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยหลังนำคณะผู้บริหารเดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามผลการฝึกงานของเยาวชนเกษตรไทย ในโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ประจำปี 2569 ที่ จ.ไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำประสบการณ์มาปรับใช้ในภาคการเกษตรไทย พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมขั้นตอนการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ซึ่งดำเนินธุรกิจตั้งแต่ระดับฐานรากไปจนถึงการนำเข้าและส่งออกต่างประเทศ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดันสินค้าพรีเมียมไทยปักธงตลาดญี่ปุ่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดันสินค้าพรีเมียมไทยปักธงตลาดญี่ปุ่น

นายนิรันดร์ ระบุว่า ประเทศไทยมีสินค้าสหกรณ์เกรดพรีเมียมหลากหลายที่พร้อมส่งออก และทางญี่ปุ่นมีท่าทีตอบรับที่ดี แต่ยังติดปัญหาเรื่องคุณภาพและปริมาณผลผลิตที่ไม่มากพอ ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาให้ตรงตามมาตรฐานที่ตลาดญี่ปุ่นต้องการ 

" กรมฯ มีสินค้าหลากหลายที่จะเสนอให้ทางญี่ปุ่นพิจารณา สินค้าสหกรณ์ไทย ซึ่งทางญี่ปุ่นค่อนข้างที่จะตอบรับมาดี แต่ติดที่เรื่องคุณภาพและปริมาณที่มีไม่มากพอ จำเป็นต้องพัฒนาให้ตรงตามสเปกที่ญี่ปุ่นต้องการ ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่ได้ไปพูดคุย คิดว่าคราวหน้าจะนำเรื่องนี้มาพูดคุยกันอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ส่งเยาวชนเกษตรไทยไปฝึกงานเพียงอย่างเดียว แต่มีความสนใจที่จะส่งสินค้าของสหกรณ์ไทยไปญี่ปุ่นด้วย”

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดันสินค้าพรีเมียมไทยปักธงตลาดญี่ปุ่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดันสินค้าพรีเมียมไทยปักธงตลาดญี่ปุ่น

  • ชู “กล้วยหอมทอง” นำร่อง ชวนกระทรวงพาณิชย์ร่วมดันซื้อขายล่วงหน้า

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีสินค้าเกษตรบางรายการที่ส่งออกไปยังญี่ปุ่นอยู่แล้ว เช่น กล้วยหอมทองของสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จ.เพชรบุรี ซึ่งญี่ปุ่นให้โควตากับไทยถึง 10,000 ตันต่อปี แต่ไทยสามารถส่งออกได้เพียง 2,000–3,000 ตัน เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่ถูกใช้บริโภคภายในประเทศ และญี่ปุ่นมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงมาก

นอกจากนี้ ในอนาคตอาจมีการทำข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้ากับญี่ปุ่น โดยจะพิจารณาผลไม้ประเภทอื่นที่มีคุณภาพ สเปก และปริมาณตรงตามความต้องการ เพื่อส่งออกผ่านสหกรณ์ที่มีศักยภาพ ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในเบื้องต้นแล้ว

“การซื้อขายญี่ปุ่นใช้ระบบสหกรณ์เป็นหลัก ในอนาคตอาจจะทำในเรื่องของการซื้อขายล่วงหน้ากับญี่ปุ่นด้วย โดยจะมองดูว่ามีผลไม้อะไรจะส่งออกให้กับทางญี่ปุ่นได้บ้าง แล้วกลับมาดูเรื่องคุณภาพกับสเปกที่ญี่ปุ่นต้องการว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ อย่างไร มีปริมาณเพียงพอหรือไม่”

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดันสินค้าพรีเมียมไทยปักธงตลาดญี่ปุ่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดันสินค้าพรีเมียมไทยปักธงตลาดญี่ปุ่น

  • ถอดโมเดล “ศูนย์กระจายสินค้า-ซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์” เตรียมใช้ในไทยปี 2571

นายนิรันดร์ ได้กล่าวถึงกระบวนการกระจายสินค้าของสหกรณ์ญี่ปุ่นว่า แต่ละแห่งจะมีศูนย์กระจายสินค้า ทำหน้าที่รวบรวม แปรรูป และแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างเครือข่าย รวมถึงมีซูเปอร์มาร์เก็ตของสหกรณ์เอง โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกนำสินค้าเกษตรของตนเองมาวางจำหน่าย ติดบาร์โค้ด และกำหนดราคาขายเองได้ภายใต้ราคากลางที่สหกรณ์กำหนดเพื่อป้องกันการตัดราคา โดยสินค้าต้องผ่านการรับรองมาตรฐานฟาร์ม GAP

“ศูนย์กระจายสินค้าของเขานอกจากใช้เป็นที่รวบรวม แปรรูป และแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันแล้ว ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ต รวมอยู่ด้วยในที่เดียวกัน... มาตรฐานของเขาถ้าสินค้าตัวไหนวางในซูเปอร์มาร์เก็ตได้จะต้องผ่านการตรวจในเรื่องความปลอดภัย แหล่งผลิตจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม GAP อันนี้คือสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับสมาชิกสหกรณ์ญี่ปุ่นที่เราเตรียมจะนำมาใช้เป็นโมเดลต้นแบบ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2571” 

  • โครงสร้างสหกรณ์ญี่ปุ่น กลไกหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจชนบท

สหกรณ์ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ซึ่งมีมากกว่า 90,000 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดันสินค้าพรีเมียมไทยปักธงตลาดญี่ปุ่น ​​​​​​​

1. สหกรณ์การเกษตรแห่งญี่ปุ่น (JA Group) ทำหน้าที่ควบคุมห่วงโซ่อุปทานเกษตรครอบคลุมเกษตรกรเกือบ 100% จัดหาปัจจัยการผลิต รวบรวม แปรรูป กระจายสินค้า และให้บริการสาธารณูปโภคในชนบท เช่น ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล และงานศพ

2.สหกรณ์ผู้บริโภค (JCCU) มีฐานสมาชิกกว่า 30 ล้านครัวเรือน ดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต สินค้าแบรนด์ตนเอง และระบบโลจิสติกส์จัดส่งสินค้าถึงบ้านในราคาที่เป็นธรรม

การถอดบทเรียนความสำเร็จของระบบสหกรณ์ในประเทศญี่ปุ่น ทั้งด้านมาตรฐานความปลอดภัย การบริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้า และการเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้แก่สมาชิกอย่างเป็นระบบ ถือเป็นแนวทางสำคัญที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมนำมาปรับใช้ในปี 2571 เพื่อยกระดับความเข้มแข็งให้แก่สหกรณ์ไทย ให้สามารถผลิตสินค้าคุณภาพพรีเมียม ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในประเทศและพร้อมก้าวสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน