"ธนวรรธน์" ชี้ ส่งออกยังเป็นพระเอกเศรษฐกิจไทย คาดปี 2569 มูลค่าแตะ 4 แสนล้านดอลลาร์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ AI ดันให้จีดีพีไทยเติบโตได้ 2.2 - 2.5% ก่อนชะลอเหลือ 4.3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2570 ขณะที่นำเข้าพุ่งดันขาดดุลการค้า 4.17 หมื่นล้านดอลลาร์
KEY POINTS
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดการณ์ว่าการส่งออกไทยในปี 2569 จะขยายตัว 17.8% คิดเป็นมูลค่า 4 แสนล้านดอลลาร์
- ขณะที่ในปี 2570 คาดว่าการส่งออกจะเติบโตชะลอลงเหลือ 7.4% เมื่อเทียบกับปี 69 มีมูลค่าประมาณ 4.3 แสนล้านดอลลาร์
- ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- ความเสี่ยงสำคัญคือการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐฯ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2569 โดยมองว่าการส่งออกยังเป็น “พระเอกสำคัญ” ของเศรษฐกิจไทย และมีแนวโน้มมีบทบาทต่อเนื่องในปี 2570
โดยคาดว่า การส่งออกปี 2569 จะขยายตัว 17.8% มีมูลค่า 4 แสนล้านดอลลาร์ เฉลี่ยเดือนละ 33,500 ล้านดอลลาร์ ส่วนปี 2570 คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 7.4% เมื่อเทียบกับปี 69 เนื่องจากผลของฐานที่สูงในปีนี้ โดยมีมูลค่าราว 4.3 แสนล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยเดือนละ 35,500 ล้านดอลลาร์ ภายใต้อัตราแลกเปลี่ยน 33.05 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยไทยกำลังอยู่ท่ามกลางการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมดังกล่าว ทั้งการลงทุนโดยตรงและการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับการผลิต การส่งออก และการลงทุนภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีการค้าสหรัฐฯ
สำหรับการนำเข้าในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัว 28.7% มีมูลค่า 4.42 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าราว 41,700 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การขาดดุลในระดับดังกล่าวยังไม่น่ากังวล เนื่องจากเป็นผลจากการเร่งนำเข้าเพื่อป้องกันความผันผวนของราคาสินค้าและลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน โดยสินค้านำเข้าส่วนหนึ่งเป็นวัตถุดิบและอุปกรณ์สำหรับการผลิตเพื่อส่งออก จึงเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนการส่งออกไทยในระยะต่อไป
ทั้งนี้ อัตราภาษีที่เกี่ยวข้องกับสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งประเมินไว้ในช่วง 12.5-19% เป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด เนื่องจากมีผลต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง หากไทยรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุนและบริหารจัดการผลกระทบจากมาตรการทางการค้าได้ จะช่วยประคองการส่งออกให้เติบโตต่อเนื่องและลดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวในปีหน้า
ขณะเดียวกัน กระแสการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกถือเป็นโอกาสสำคัญของไทย โดยไทยมีศักยภาพเป็นฐานการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในอาเซียนร่วมกับมาเลเซีย จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย ห่วงโซ่อุปทาน และแรงงาน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวต้องนำเข้าอุปกรณ์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น เพื่อให้การลงทุนสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 จะอยู่ที่ 31.5-32 ล้านคน แต่จากข้อมูลในช่วง 9 เดือนแรกที่จำนวนนักท่องเที่ยวยังหดตัว จึงต้องติดตามปัจจัยด้านความเชื่อมั่น สถานการณ์น้ำท่วม และบรรยากาศการเดินทางในช่วงปลายปีอย่างใกล้ชิด
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 2.2-2.5% ขณะที่ปี 2570 ยังมีโอกาสเติบโตได้ถึง 3% หากรัฐบาลบริหารจัดการเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันการลงทุนใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ด้านนายกวิน งามสุริยโรจน์ นักวิจัยสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนต่อผลของการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่มีต่อการส่งออกไทยว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าการประชุมดังกล่าวไม่ได้ทำให้การส่งออกดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย 29% มองว่าสถานการณ์จะเหมือนเดิม ขณะที่ 23% มองว่าดีขึ้นจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มต่อเนื่อง ส่วนอีก 23% มองว่าแย่ลง เนื่องจากฐานการส่งออกปี 2569 อยู่ในระดับสูงจากอานิสงส์ของ AI ประกอบกับ IMF เตือนว่าอุปสงค์ด้าน AI อาจปรับฐาน ขณะที่ไทยเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และเผชิญแรงกดดันจากสินค้าจีนในกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับ AI
ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจ 40% มองว่าการลงทุนจะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกไทยในปี 2570 แม้มีแนวโน้มชะลอตัวลง ขณะที่ 41% เห็นว่าการลงทุน AI ยังกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจ 51% มองว่ามาตรการภาษีสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยมากที่สุด โดยผู้ประกอบการ 34% มองว่าไทยสามารถปรับตัวรับมือกับภาษีสหรัฐฯ ได้ ขณะที่ 30% เห็นว่ายังไม่สามารถปรับตัวได้





