กรมการค้าภายใน เฝ้าระวังสินค้า 242 รายการ หลังน้ำมันดีเซลพุ่ง ดันต้นทุนขนส่งเพิ่ม 40 % เผย ยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอปรับราคา จ่อฟันพ่อค้าปั่นราคาไข่ ด้านราคาผักเริ่มปรับลดลงหลังสถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่ภาวะปกติ
KEY POINTS
- กรมการค้าภายในยกระดับการดูแลราคาสินค้าและบริการที่จำเป็น 242 รายการอย่างใกล้ชิด
- สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญกว่า 40% ของระบบขนส่ง
- เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคา
- สินค้าที่จับตาเป็นพิเศษ เช่น เนื้อสุกร ไข่ไก่ และผักสด ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมด้วย โดยกรมฯ ได้เข้าไปดูแลสถานการณ์แล้ว
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้นรอบใหม่ จากปัญหาสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและปัญหาน้ำท่วม ทำให้กรมการค้าภายในเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลราคาสินค้าและบริการที่จำเป็น เนื่องจากน้ำมันมีสัดส่วนสูงถึง 40% ของต้นทุนในระบบขนส่ง รวมทั้งสินค้าจำเป็นบางรายการยังมีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้า
ทั้งนี้ เพื่อเฝ้าระวังและกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ในเดือน ต.ค. 2569 กรมได้ปรับระดับความสำคัญในการดูแลสินค้าและบริการ รวม 242 รายการ อาทิ เนื้อสุกร ไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และน้ำมันปาล์ม เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ หากเกิดปัญหาจะได้แก้ไขอย่างทันท่วงทีและลดผลกระทบต่อประชาชน
“กรมได้เฝ้าระวังปัจจัยที่อาจกระทบต่อต้นทุนการผลิต ทั้งพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ โดยเฉพาะน้ำมัน ซึ่งคิดเป็น 40% ของต้นทุนการขนส่งสินค้า รวมทั้งตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าทุกรายการว่าได้รับผลกระทบจากต้นทุนต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด เพื่อกำหนดมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสม โดยยึดหลักความสมดุล ปริมาณสินค้าเพียงพอ ราคาสมเหตุสมผล และทุกฝ่ายอยู่ได้ ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับขึ้นราคาสินค้า” นายวัฒนศักดิ์กล่าว
สำหรับเนื้อสุกร ฟาร์มสุกรปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม 4 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. เนื่องจากผลผลิตบางแหล่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่มีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับผลผลิตในภาพรวม ประกอบกับยังมีเทศกาลกินเจ โดยราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ 68.20 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ส่วนหมูเนื้อแดง (ไม่แต่ง) อยู่ที่ 129.63 บาทต่อ กก.
ขณะนี้สถานการณ์ราคาสุกรยังน่าเป็นห่วง เบื้องต้นเตรียมหารือร่วมกับกรมปศุสัตว์เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือฟาร์มสุกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งหามาตรการลดต้นทุนให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาต้นทุนอาหารสัตว์ราคาแพง
ส่วนสถานการณ์ราคาไข่ไก่ ขณะนี้ไข่ไก่เบอร์ 3 มีราคาเฉลี่ย 4.54 บาทต่อฟอง ขณะที่ไข่ไก่คละหน้าฟาร์มมีราคาเฉลี่ยทั่วประเทศ 4 บาทต่อฟอง ปัจจุบันมีผลผลิตไข่ไก่วันละประมาณ 43.69 ล้านฟอง และมีการบริโภควันละประมาณ 42 ล้านฟอง ส่วนที่เหลือจะนำไปส่งออก อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในพื้นที่ปราจีนบุรีทำให้ไข่ไก่หายไปจากระบบประมาณ 2 ล้านฟองต่อวัน
กรมการค้าภายในได้ประชุมหารือกับผู้ประกอบการส่งออกเพื่อชะลอการส่งออก ให้มีไข่ไก่เข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น พร้อมหารือกับกรมปศุสัตว์และผู้เลี้ยงไก่ไข่ให้ยืดระยะเวลาการเลี้ยงไก่ในกรงออกไปอีก 5 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตมาทดแทนส่วนที่ขาดหายไป
สำหรับฟาร์มบางแห่งที่ฉวยโอกาสปรับราคา กรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับตำรวจเข้าตรวจสอบแล้ว โดยจะดำเนินการตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท
นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า สำหรับราคาผักสดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 2569 ทำให้แหล่งผลิตขนาดใหญ่หลายแห่งได้รับความเสียหายและราคาผักปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กรมได้เชื่อมโยงผักจากแหล่งผลิตอื่นเข้าสู่ตลาดกลาง ปัจจุบันราคาผักเริ่มลดลงแล้ว เนื่องจากมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
สำหรับราคาเฉลี่ยผักสด ได้แก่ ผักคะน้า 57 บาทต่อ กก. ถั่วฝักยาว 53 บาทต่อ กก. กะหล่ำปลี 31.10 บาทต่อ กก. กวางตุ้ง 49.60 บาทต่อ กก. ผักกาดขาว 40 บาทต่อ กก. ผักบุ้งจีน 51.80 บาทต่อ กก. ต้นหอม 121 บาทต่อ กก. ผักชี 124.50 บาทต่อ กก. พริกขี้หนูจินดา 77.50 บาทต่อ กก. และมะนาวเบอร์ 1-2 ราคา 3.94 บาทต่อลูก
ส่วนราคากะเพราซึ่งเคยสูงสุด 150 บาทต่อ กก. ลดลงเหลือ 35 บาทต่อ กก. ใบแมงลักลดจาก 140 บาทต่อ กก. เหลือ 60 บาทต่อ กก. และโหระพาลดจาก 170 บาทต่อ กก. เหลือ 60 บาทต่อ กก.





