วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดน้ำมันเผชิญสองแรงกดดัน : ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์หนุนราคา-และดอกเบี้ยสหรัฐกดอุปสงค์

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ให้มีความผันผวนสูง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ก็สร้างแรงกดดันต่อการใช้พลังงานเช่นกัน

สถานการณ์ ราคาน้ำมันดิบ Dubai ในเดือนกันยายนเคลื่อนไหวผันผวนในระดับสูง อยู่ในกรอบ 99-128 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยนักวิเคราะห์กลุ่ม PRISM คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Dubai ในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 69 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 95-105 ดอลลาร์/บาร์เรล

โดยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางได้ ยกระดับขึ้นอีกครั้งหลังกลุ่ม Houthi โจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ต้องระงับการเดินท่อชั่วคราว ซึ่งท่อเส้นนี้เป็นเส้นทางสำคัญที่ใช้เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและขนส่งน้ำมันดิบไปยังท่า Yanbu ฝั่งทะเลแดง 

อย่างไรก็ดี ซาอุดีอาระเบียได้ปรับรูปแบบขนส่งเป็นการสูบถ่ายน้ำมันระหว่างเรือ (Ship-to-ship) บริเวณท่า Sohar ของโอมาน ก่อนเริ่มกลับมาเดินท่อ East-West และกลับมาส่งออกจากท่า Yanbu ได้อีกครั้ง ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังได้ภายในเดือนตุลาคม

ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียด ตลาดยังมีความหวังจากการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ที่ได้เริ่มหารือแนวทางยุติสงครามในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่นคร New York  โดยประเด็นสำคัญคือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การเจรจายังมีข้อจำกัด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่ต้องการลดอำนาจต่อรองของตนก่อน

ขณะที่การพบหารือระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping ที่กรุง Washington เป็นอีกปัจจัยที่ถูกจับตา โดยสหรัฐพยายามดึงจีนให้ร่วมกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านและผลักดันให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่จีนยังคงวางท่าทีระมัดระวัง โดยสนับสนุนให้สหรัฐและอิหร่านเดินหน้าสู่ข้อตกลงชั่วคราว

อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกดดันต่อ ราคาน้ำมันดิบ คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ FOMC เมื่อวันที่ 15-16 ก.ย. 69 มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็น 3.75-4.00% นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนความกังวลต่อ อัตราเงินเฟ้อ ที่ยังอยู่ในระดับสูงและยืดเยื้อ โดยประธาน Fed นาย Kevin Warsh ส่งสัญญาณว่ายังมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังไม่ชะลอลงชัดเจน ซึ่งอาจกดดัน ตลาดน้ำมัน