วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนมนุษย์เงินเดือนรับมือ AI Pain Point องค์กรจ่อลดขนาด-แช่แข็งคนทำงาน

เตือนภัย "AI Dynamic" เขย่าตลาดแรงงานโลก IMF-World Bank 2026 หวั่นกระทบ 40% ตำแหน่งงาน มนุษย์เงินเดือน-SMEs ต้องรีบปรับตัวรับยุค 5.0

KEY POINTS

  • ดร.ธนิต โสรัตน์ เตือนถึงภัยคุกคาม "AI Pain Point" ที่อาจทำให้ตำแหน่งงานทั่วโลกหายไปถึง 40% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแรงงานทุกกลุ่มอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
  • องค์กรต่างๆ มีแนวโน้มจะใช้นโยบาย "Downsizing and Freeze Workforce" คือการลดขนาดองค์กรและแช่แข็งอัตรากำลังคน รวมถึงเปิดโครงการให้ลาออกโดยสมัครใจ (Early Retirement) เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
  • กลุ่มแรงงานอาวุโส (Senior Worker) เป็นกลุ่มที่เสี่ยงสูงที่สุดที่จะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีหรือคนรุ่นใหม่ เนื่องจากมีฐานเงินเดือนสูงแต่ผลิตภาพต่ำกว่าเมื่อเทียบกับต้นทุน
  • มนุษย์เงินเดือนไม่สามารถทำงานแบบเดิมๆ หรือรอวันเกษียณได้อีกต่อไป แต่ต้องเร่งพัฒนาตนเอง สร้างคุณค่า และเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่เพื่อความอยู่รอดในอาชีพ

บทเรียนสำคัญจากการประชุมระดับโลก "IMF – World Bank Annual Meetings 2026" ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทยในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งไทยได้รับคำชมเชยว่าจัดงานได้สำเร็จงดงามระดับ "เหรียญทอง" นับตั้งแต่เคยเป็นเจ้าภาพเมื่อ 35 ปีก่อน (พ.ศ. 2534) โดยหนึ่งในหัวข้อใหญ่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือและสื่อสารมากที่สุด คือเรื่อง "พลวัตเอไอ" (AI Dynamic)

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย ได้ถอดบทเรียนและสะท้อนมุมมองจากผู้นำทางการเงินทั่วโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทั้ง IMF และธนาคารโลก ต่างมีความกังวลร่วมกันอย่างยิ่งต่อผลกระทบของเอไอและเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งจะส่งผลสะเทือนต่อตลาดแรงงานและการจ้างงานในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

AI กระทบแรงงานทุกระดับ หวั่นตำแหน่งงานหาย 40%

รายงานของ IMF และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่า ภาคธุรกิจในยุโรปและสหรัฐอเมริกานำ AI เข้ามาใช้มากกว่า 1 ใน 3 เพื่อเพิ่มศักยภาพและผลิตภาพ (Competency & Productivity) ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในฝั่งตะวันตกแล้วถึงร้อยละ 34 และคาดการณ์ว่าในอนาคต ผลกระทบนี้จะขยายวงกว้างไปทั่วโลกทั้งทางตรงและทางอ้อมเฉลี่ยสูงถึง ร้อยละ 40

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่มอย่างไม่ละเว้น ทั้งแรงงานมีทักษะและไร้ทักษะ ในภาคการผลิต บริการ งานสำนักงาน ค้าปลีก-ค้าส่ง สถาบันการศึกษา ภาคการเงิน ไปจนถึงอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์

ฉากทัศน์แรงงาน 3 เจน ใครเสี่ยง-ใครต้องปรับตัว?

ดร.ธนิต ชี้ให้เห็นถึงฉากทัศน์ความเสี่ยงของแรงงานแต่ละกลุ่มอายุเมื่อต้องรับมือกับกระแส AI แบ่งเป็น

เด็กจบใหม่ (New Jobber) เผชิญภาวะหางานยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากทักษะจากการศึกษาแบบเดิมอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแห่งอนาคต

แรงงานวัยกลางคน (Middle Ages Worker) จำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอด ต้องเร่ง Re-skill และ Up-skill เรียนรู้การทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่เพื่อตอบโจทย์องค์กร

แรงงานอาวุโส (Senior Worker) เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากมีฐานค่าแรงสูง แต่มีผลิตภาพต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุน จึงเสี่ยงสูงมากที่จะถูกทดแทนด้วยคนรุ่นใหม่ หรือเทคโนโลยีอัตโนมัติที่มีต้นทุนต่ำกว่าแต่มีประสิทธิภาพสูงกว่า

"Small AI" จุดเปลี่ยน SMEs สู่ยุค Industry 5.0

ในฝั่งของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ดร.ธนิต ระบุว่า เทคโนโลยี "Small AI" หรือเทคโนโลยีอัจฉริยะราคาประหยัด จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญ ช่วยให้โรงงานและสำนักงานขนาดเล็กเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้ง่ายขึ้น

การก้าวสู่อุตสาหกรรมยุคที่ 5.0 (Industry 5.0) จะทำให้รูปแบบสินค้า อุปสงค์ของตลาด และการทำงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ประสบการณ์และจุดแข็งในอดีตอาจไร้ความหมายในเวลารวดเร็ว ดังนั้น การนำ Small AI มาเพิ่มประสิทธิภาพจึงเป็นโจทย์รอดของ SMEs เพื่อชูขีดความสามารถในการแข่งขัน

เหรียญสองด้านของ AI และทางรอด "มนุษย์เงินเดือน"

แม้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงจะผลักดันให้ GDP ขยายตัว สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และสร้างงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงขึ้นสำหรับผู้ที่มีทักษะใหม่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือภัยคุกคามหรือ "AI Pain Point" ที่จะสร้างบาดแผลทางเศรษฐกิจเนื่องจากจำนวนตำแหน่งงานที่ถูกทำลายมีมากกว่าตำแหน่งงานใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างเทียบไม่ได้

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมาคือ นโยบาย "Downsizing and Freeze Workforce" (ลดขนาดองค์กรและแช่แข็งอัตรากำลัง) ตลอดจนการเปิดโครงการสมัครใจลาออก (Early Retirement)

ดร.ธนิต กล่าวทิ้งท้ายเตือนสติมนุษย์เงินเดือนทุกคนว่า ยุคแห่งการเผชิญหน้ากับ AI (AI Exposure) เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มนุษย์เงินเดือนจะทำงานไปวันๆ มีข้ออ้าง หรือทำตัวเป็นคนหมดไฟรอวันเกษียณไม่ได้อีกต่อไป หากต้องการรักษาตำแหน่งงานและความมั่นคงในอาชีพ ต้องเร่งสร้างคุณค่า พัฒนาตนเองให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างลงตัว เพื่อให้นายจ้างยังคงเห็นความสำคัญและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร