วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลเปิดปฏิบัติการปราบนอมินีถือที่ดินแทนต่างชาติ 1.4 หมื่นล้าน

รัฐบาลเปิดปฏิบัติการปราบนอมินีถือที่ดินแทนต่างชาติ พบแล้ว 1,397 ราย 2,360 แปลง มูลค่า 14,010 ล้านบาท นายกฯ สั่งสาวถึงตัวจริง เส้นเงิน ขีดเส้น ธ.ค.เคลียร์กลุ่มเสี่ยง ย้ำไทยยังต้อนรับทุนต่างชาติที่สุจริต โปร่งใส และเคารพกฎหมาย

KEY POINTS

  • รัฐบาลเปิดปฏิบัติการปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ โดยเป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน
  • การตรวจสอบจะลงลึกถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและเส้นทางการเงิน ไม่ใช่แค่ชื่อบนโฉนด โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
  • ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบการถือครองที่ดินแทนนอมินีแล้วเกือบ 1,400 นิติบุคคล รวมมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท
  • นายกรัฐมนตรียืนยันว่ามาตรการนี้มุ่งจัดการผู้กระทำผิดกฎหมาย และไม่ได้มีเจตนาต่อต้านนักลงทุนต่างชาติที่สุจริต

วันนี้ (19 ต.ค. 2569) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดปฏิบัติการปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวว่า การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่จะดำเนินการอย่างจริงจังกับการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวโดยมิชอบ เพราะที่ดินเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ การถือครองและใช้ประโยชน์ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่เปิดช่องให้ใช้คนไทยบังหน้าเพื่อแสวงหาประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงกติกา

ทั้งนี้ การตรวจสอบต้องไม่หยุดอยู่แค่ชื่อบนโฉนดหรือรายชื่อผู้ถือหุ้น แต่ต้องสาวไปถึงผู้มีอำนาจควบคุม ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง เส้นทางการเงิน ทรัพย์สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและขยายผลถึงเครือข่ายได้ครบถ้วน    

“การตรวจสอบเราต้องไม่หยุดอยู่เพียงชื่อผู้ถือครอง คนหลังโฉนด หรือผู้ถือหุ้นในใบหุ้นเท่านั้น จะต้องตรวจสอบไปถึงผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง ที่ควบคุม รับประโยชน์ที่แท้จริง ตลอดจนตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทรัพย์สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีกำหนดให้กรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้ได้ข้อยุติเป็นรายกรณี กำหนดผู้รับผิดชอบ ขั้นตอน และกรอบเวลาชัดเจน โดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.  2569 หากพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนอมินีหรือความผิดอื่น ต้องส่งต่อและขยายผลทันที    

รัฐบาลเปิดปฏิบัติการปราบนอมินีถือที่ดินแทนต่างชาติ 1.4 หมื่นล้าน

นายอนุทิน กล่าวว่า การปราบนอมินีต้องไม่จบเพียงการบังคับจำหน่ายที่ดิน เพราะหากไม่มีการตรวจสอบผู้รับโอน อาจเกิดการเปลี่ยนจากนอมินีรายหนึ่งไปสู่อีกราย จึงต้องติดตามทั้งผู้ซื้อรายใหม่ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ปัญหาวนกลับมาอีก 

นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้มุ่งต่อต้านนักลงทุนต่างชาติ ประเทศไทยยังยินดีต้อนรับและสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศที่สุจริต โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายไทย โดยหลักการของรัฐบาลคือ เด็ดขาดกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ที่ปฏิบัติถูกต้อง  

“ไม่มีอิทธิพลใดจะใหญ่เกินอิทธิพลของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐไทย เราทำภายใต้กฎหมาย ไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ รัฐบาลจะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างถูกต้องเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนคนไทย” นายอนุทินกล่าว    

นายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้าย่วา  ภารกิจนี้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม ตำรวจ DSI ปปง. กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมข้อมูลนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน การถือครองและใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง    

ด้านนายสมชาย ลีหล้าน้อย อธิบดีกรมที่ดิน รายงานว่า กรมที่ดินตรวจสอบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินทั่วประเทศ 157,659 ราย พบกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้น 14,151 ราย เมื่อตัดกลุ่มที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ออก เหลือ 13,088 ราย แบ่งเป็น 1,550 รายที่มีสัดส่วนต่างด้าวเกินเกณฑ์และต้องดำเนินการบังคับจำหน่าย กับอีก 11,538 รายที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยว่าถือครองแทนคนต่างด้าว   

ทั้งนี้ ผลตรวจสอบที่ผ่านมา พบแล้ว 1,397 นิติบุคคล เข้าข่ายถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว รวม 2,360 แปลง เนื้อที่ 5,467 ไร่ มูลค่า 14,010 ล้านบาท ขณะที่มาตรการป้องกันก่อนจดทะเบียนกำหนดให้การซื้อที่ดินด้วยเงินสดเกิน 2 ล้านบาท หรือราคาประเมินเกิน 5 ล้านบาท ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน รายได้ อาชีพ และกรณีนิติบุคคลต้องตรวจว่าผู้ถือหุ้นไทยไม่ได้ถือหุ้นแทนต่างชาติ