วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ผนึกผู้นำระดับโลก ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน

BRANDi–BiOST จัด FUTURE-READY ECONOMY 2026 ผนึกผู้นำระดับโลก ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน สร้างเศรษฐกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต

BRANDi and Companies ร่วมกับ BiOST, Institute of Systematic Transformation จัดงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ภายใต้แนวคิด “Designing Capital for the Future” ณ NEX Hall ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ

ในฐานะกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการ (Official Affiliated Programme) ของการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ซึ่งประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี

ทั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้นำรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันทบทวนทิศทางการจัดสรรทุนและสร้างเศรษฐกิจที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

นายปิยะชาติ อิศรภักดี Chief Sustainomist, BiOST, Institute of Systematic Transformation กล่าวว่า กรอบแนวคิดหลักของงานว่า ความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจโลกไม่ใช่เพียงการสร้างการเติบโต แต่คือการสร้างขีดความสามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปได้ในอนาคต

ทั้งนี้ชี้ให้เห็นปัญหาจากต้นทุนการเติบโตที่สูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำ และภาพลวงของการเติบโต ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่ความสามารถในการสร้างคุณค่าระยะยาวกลับลดลงโดยเฉพาะในยุค AI ที่เทคโนโลยีสามารถเพิ่มผลิตภาพและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว

แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกกลุ่มจะได้รับโอกาสและประโยชน์จากการเติบโตนั้นอย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการจัดสรรทุน จากการมุ่งสร้างความมั่งคั่งทางการเงิน ไปสู่การลงทุนในศักยภาพมนุษย์ ความสามารถในการแข่งขัน และความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจ

สำหรับแนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านข้อความสำคัญของงาน “Where capital flows determines where the economy goes.” หรือทิศทางการไหลของทุนเป็นตัวกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจ

นายปิยะชาติ ชวนให้หันกลับมาทบทวนการจัดสรรทุนในปัจจุบัน และให้ความสำคัญกับการลงทุนที่มุ่งสร้างขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ เพื่อวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวพร้อมเชื่อมโยงการสนทนา ผ่าน 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่

  • ทุนเพื่อความมั่นคง (Capital for Security)
  • ทุนเพื่อการพัฒนาคน (Capital for People)
  • ทุนเพื่อการเติบโต (Capital for Growth)
  • ทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Capital for Transition)
  • ทุนเพื่อสร้างความสามารถในการรับมือวิกฤต (Capital for Resilience)

เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากการเติบโตเชิงปริมาณสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ

เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ผนึกผู้นำระดับโลก ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยต้องยกระดับจุดแข็งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทั้งอาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีการผลิต สุขภาพ และเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมส่งเสริมการลงทุนที่สร้างงาน รายได้ และโอกาสให้ประชาชน

Mathias Cormann เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เน้นย้ำในช่วงปาฐกถาเปิดงานว่า ความพร้อมรับอนาคตต้องอาศัยการดำเนินนโยบายที่ส่งเสริมผลิตภาพ การแข่งขัน การพัฒนาทักษะ และความเข้มแข็งของสถาบัน

พร้อมชี้ว่ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจและคุณภาพการเติบโตในระยะยาว

เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ผนึกผู้นำระดับโลก ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน

Soohyun Kim ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานประสานงานสหประชาชาติสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้กล่าวสุนทรพจน์พิเศษ โดยเน้นย้ำว่าการเตรียมเศรษฐกิจให้พร้อมรับอนาคตต้องเริ่มจากการลงทุนในศักยภาพมนุษย์ ทั้งการศึกษา ทักษะ และความคิดสร้างสรรค์

พร้อมชี้ว่าการลงทุนในคนจำเป็นต้องดำเนินอย่างต่อเนื่องและเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึง เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจสร้างประโยชน์แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง

การเสวนาตลอดทั้งวันได้สะท้อนประเด็นสำคัญผ่านทุนทั้ง 5 ด้าน ดังนี้

ทุนเพื่อการพัฒนาคน (Capital for People) ได้รับมุมมองจาก Judy Qing Chen ประธาน Hong Kong Committee for UNICEF, ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์, Youngho Lee ผู้อำนวยการ Korea Asset Management Corporation และ Jeep Kline ผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการ Raisewell Ventures

โดยมี Randy Thanthong-Knight หัวหน้าสำนักข่าว Bloomberg News ประจำกรุงเทพฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ

การเสวนาเน้นย้ำว่า การลงทุนในคนต้องสร้างโอกาสให้ประชาชนพัฒนาศักยภาพและมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจได้จริง ผ่านการฟื้นฟูลูกหนี้ให้กลับเข้าสู่ระบบการเงิน การพัฒนาทักษะและการสร้างอาชีพ รวมถึงการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ประชาชนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ทุนเพื่อการเติบโต (Capital for Growth) ได้รับมุมมองจาก Denis Medvedev ผู้อำนวยการด้านการค้า การแข่งขัน และธุรกิจ World Bank Group, John W.H. Denton AO เลขาธิการหอการค้านานาชาติ (ICC), Jeffrey Jaensubhakij ที่ปรึกษาและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนกลุ่ม GIC และ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

โดยมี Gene Ma หัวหน้าผู้แทนเอเชียแปซิฟิก Institute of International Finance เป็นผู้ดำเนินรายการ

การเสวนาชวนทบทวนความหมายของการเติบโตที่ดี ซึ่ง ไม่ควรวัดเพียง GDP หรือผลตอบแทนระยะสั้น แต่ต้องพิจารณาผลิตภาพ งานที่มีคุณภาพ รายได้ และโอกาสของประชาชน พร้อมเน้นความสำคัญของการลงทุนระยะยาว การยกระดับผู้ประกอบการ และการเข้าถึงเงินทุนของ SMEs เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและทั่วถึง

เวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ผนึกผู้นำระดับโลก ชู 5 แนวทางจัดสรรทุน

ทุนเพื่อความมั่นคง (Capital for Security) ที่ได้รับมุมมองจาก Daniel R. Fung รองประธาน Hong Kong Financial Services Development Council, Robert Frank Godec อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เคนยา และตูนิเซีย และ John Radovan ผู้อำนวยการฝ่ายภาครัฐ MIT Open Learning

โดยมี Andrew Staples ผู้อำนวยการฝ่ายบรรณาธิการภูมิภาคเอเชีย Fortune เป็นผู้ดำเนินรายการ

การเสวนาชี้ว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจในโลกที่ไม่แน่นอนสูงไม่ได้หมายถึงการพึ่งพาตนเองทั้งหมด แต่คือ การสร้างขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์และกระจายความเสี่ยง ทั้งการค้า เทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่การสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศที่หลากหลาย เพื่อลดความเปราะบางจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป

ทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Capital for Transition) ได้รับมุมมองจาก ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, Mahmoud Mohieldin ผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติด้านการเงินเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน, Justine Roche ฝ่าย Emerging Markets, Centre for Energy and Materials, World Economic Forum และ ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

โดยมี Curtis S. Chin ที่ปรึกษาอาวุโสและประธาน Milken Institute International เป็นผู้ดำเนินรายการ

การเสวนาสะท้อนว่า อุปสรรคของการเปลี่ยนผ่านไม่เกิดจากการขาดแคลนเงินทุนเพียงเดียว แต่รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูง ความเสี่ยง และการขาดข้อมูลน่าเชื่อถือ จึงต้องพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อให้เงินทุนไหลสู่โครงการและชุมชนได้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

ทุนเพื่อสร้างความสามารถในการรับมือวิกฤติ (Capital for Resilience) ได้รับมุมมองจาก Hassan Adam Hosow ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติโซมาเลียและหัวหน้าที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดี, Aloke Lohia รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Indorama Ventures และ Thomas Beloe ผู้อำนวยการ UNDP Sustainable Finance Hub

โดยมี ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) และ สินิดา เพชรวีระกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ

การเสวนาชี้ว่าประเทศและภาคธุรกิจจำเป็นต้อง เปลี่ยนจากการรอรับมือวิกฤตไปสู่การลงทุนสร้างภูมิคุ้มกันล่วงหน้า ผ่านการกระจายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เศรษฐกิจรับมือและปรับตัวต่อความไม่แน่นอนได้

ในช่วงท้ายของงาน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมสนทนากับ ปิยะชาติ อิศรภักดี Chief Sustainomist แห่ง BiOST ในหัวข้อ “Why Human-driven Economy Matters”

โดยสะท้อนว่า แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่มนุษย์ยังต้องเป็นจุดมุ่งหมายของการพัฒนา ขณะที่การลงทุนจะสร้างประโยชน์ในวงกว้างได้ก็ต่อเมื่อมีกลไกที่ช่วยเปลี่ยนเงินทุนให้เป็นโอกาสสำหรับประชาชน

FUTURE-READY ECONOMY 2026 ตอกย้ำว่า อนาคตเศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบและจัดสรรทุนให้สามารถสร้างขีดความสามารถของคน องค์กร และประเทศ เพื่อเปลี่ยนการเติบโตในวันนี้ให้เป็นรากฐานของเศรษฐกิจที่มั่นคง มีคุณภาพ และพร้อมรับอนาคตอย่างยั่งยืน