วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สนค.' เผย ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน Q3/69 พุ่ง 11.1% น้ำมันดันต้นทุน กดดันค่าครองชีพ

สนค.เผยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 3 ปี 2569 เพิ่ม 11.1% จากปีก่อน แม้ชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เหตุราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้น คาด Q4 ยังทรงตัวระดับสูง จับตากระทบต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ

KEY POINTS

  • ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาส 3 ปี 2569 สูงขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานโลก ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน
  • สนค. คาดการณ์ว่าดัชนีฯ ในไตรมาส 4 จะยังคงทรงตัวในระดับสูง จากทิศทางราคาน้ำมันและความต้องการขนส่งที่เพิ่มขึ้นช่วงปลายปี

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ( สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3

โดยมีปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคาดว่าในไตรมาสถัดไป ดัชนีฯ จะมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ตามทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปสงค์ในภาคการขนส่ง ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี

ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สูงขึ้น 11.1 %  เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 เป็นการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้น 13.4 % จากการสูงขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้น 3.8 %  จากการสูงขึ้นของหิน ทราย และดิน และลิกไนต์ 

สำหรับหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้น 11.0 % จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์อาหาร และการขนส่งเครื่องจักรและเครื่องมือ

ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สูงขึ้น 10.1 % เป็นการสูงขึ้นของประเภทรถที่บริการขนส่งสินค้า ได้แก่ รถกระบะบรรทุก สูงขึ้น 10.9 %  รถพ่วง สูงขึ้น  9.0 %  รถตู้บรรทุก สูงขึ้น 11.3 %

รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้น 7.0  % รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้น  7.3 %  รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้น 11.2 %  และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว สูงขึ้น 7.8 %

'สนค.' เผย ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน Q3/69 พุ่ง 11.1% น้ำมันดันต้นทุน กดดันค่าครองชีพ

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า การสูงขึ้นของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ในประเทศปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนสูงขึ้นตาม  

ตลอดจนความต้องการใช้บริการขนส่งในภาคอุตสาหกรรมและการค้าที่ยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงมีความจำเป็นต้องปรับราคาค่าบริการให้สอดรับกับปริมาณการขนส่งและต้นทุนการดำเนินงาน 

เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาดัชนีฯ มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงต้นไตรมาสเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการบางส่วนได้ปรับโครงสร้างต้นทุนและบริหารจัดการเส้นทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านพลังงานและความผันผวนภายนอกอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับแนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ประเมินว่า ดัชนียังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง

เนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีทีท่าคลี่คลาย ซึ่งสร้างความผันผวนต่ออุปทานพลังงานโลก ประกอบกับผลของฐานราคาในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมายังคงอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ ความต้องการอุปโภคและบริโภคอาจเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปลายปี รวมถึงผู้ประกอบการและผู้ค้าปลีกอาจมีการเร่งระบายสต๊อกสินค้าและส่งมอบสินค้าให้ทันก่อนช่วงวันหยุดยาว 

อีกทั้งความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมขนส่งบางพื้นที่เผชิญอุปสรรคและอาจต้องใช้เวลาหรือต้นทุนในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น

ทั้งหมดนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคการขนส่งยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนต่อไปในช่วงปลายปีนี้

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ตลาดโลก ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากค่าขนส่งถือเป็นต้นทางสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนวัตถุดิบ และระดับราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคปลายทางให้สูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน 

ดังนั้น ในส่วนของผู้ประกอบการควรเร่งยกระดับประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยวางแผนเส้นทางเพื่อประหยัดพลังงาน และปรับตัวสู่แนวทางโลจิสติกส์สีเขียว เพื่อลดความผันผวนจากราคาพลังงาน  

ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรบูรณาการความร่วมมือในการลดอุปสรรคและต้นทุนแฝง ควบคู่ไปกับมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน