วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘3 ผู้นำธุรกิจโลก’ แนะองค์กรยุคใหม่เร่งปรับตัว ผสานทักษะมนุษย์-AI เพิ่มประสิทธิภาพ

"3 ผู้นำธุรกิจโลก" แนะองค์กรยุคใหม่เร่งปรับตัว ผสานทักษะแรงงานเข้ากับ AI ร่วมพัฒนาโซลูชันทางธุรกิจ สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการลงมือทำ แต่ยังให้ความสำคัญกับทักษะมนุษย์ ชู 3 ทัศนคติที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าหาญ และเปิดกว้างในการเรียนรู้ ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความโปร่งใสของข้อมูล

ในงานสัมมนา CNN Global Perspective: In Bangkok ภายใต้หัวข้อ Trust, Culture, and the Future of Work ผู้นำองค์กรชั้นนำระดับโลก ร่วมสะท้อนทิศทางและความเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมองค์กร พร้อมเผยแนวคิดการบริหารจัดการแรงงาน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่โลกยุคปัญญาประดิษฐ์

นางตัน ซู ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ดีบีเอส กรุ๊ป (DBS Group) เปิดเผยว่า ในยุค AI ทัศนคติและการเรียนรู้สิ่งใหม่สำคัญกว่าอายุหรือประสบการณ์ โดยผู้บริหารมีแนวโน้มยอมรับคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมในการปรับตัวและทัศนคติดีมากกว่าผู้จัดการที่มีประสบการณ์มากแต่ปิดกั้น

โดยดีบีเอสใช้วิธีจับคู่ผู้เชี่ยวชาญรุ่นเก่าที่มีความรู้เฉพาะทางเข้ากับคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันทางธุรกิจใหม่ ๆ เช่น ระบบตรวจสอบการชำระเงินบัญชีลูกหนี้ (ARP) ในงานการค้าระหว่างประเทศ  

“เคล็ดลับของ DBS คือการจับคู่คนที่มีความรู้เฉพาะทางที่มีความรู้หน้างานแน่นมาก มาจับคู่กับเด็กฝึกงานหรือนักวิเคราะห์รุ่นใหม่ที่ใช้งาน AI เป็น แต่ไม่มีความรู้เรื่องงานด้านนั้นเลย แล้วบอกพวกเขาว่า ‘พวกคุณ ช่วยกันสร้างเอเจนต์ดี ๆ ให้ฉันสักตัวสิ’ ทั้งสองคนจึงร่วมมือกัน และในที่สุดพวกเขาก็สร้าง ‘ARP Agent’ ขึ้นมาได้สำเร็จ”

ทั้งนี้ ดีบีเอสได้ผลักดันวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานทุกระดับลงมือสร้าง AI Agent ด้วยตนเอง ภายใต้แนวคิด "Talk is cheap. Show me your agent." ตั้งแต่ระดับประธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไปจนถึงนักวิเคราะห์รุ่นใหม่

โดยพัฒนาแพลตฟอร์มภายในชื่อ DBS-GPT ซึ่งเป็นระบบปิดที่มีความปลอดภัยสูง และมีกรอบการกำกับดูแลที่เข้มงวด ส่งผลให้เกิดการพัฒนา AI Agent ขึ้นราว 40,000 ตัว และมีการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่องประมาณ 10,000 ตัว

ขณะเดียวกัน นางตัน กล่าวว่า ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งที่ยังต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา จึงได้ผลักดัน Project Clear ที่สร้างความรับผิดชอบ และความเป็นเจ้าของข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการใช้กลไกควบคุม หรือ AI harness เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของเอเจนต์อย่างต่อเนื่อง

‘3 ผู้นำธุรกิจโลก’ แนะองค์กรยุคใหม่เร่งปรับตัว ผสานทักษะมนุษย์-AI เพิ่มประสิทธิภาพ

ด้านนางอรุนธตี ภัฏฏาจารยา ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซลส์ฟอร์ส เอเชียใต้ หรือ Salesforce South Asia กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการจ้างงานยุคปัจจุบัน คือความสามารถในการเรียนรู้และความมุ่งมั่นจากภายในจิตใจ ผ่านหลักคิด “3C” ได้แก่

  • ความกระหายใคร่รู้ (Curiosity)
     
  • ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
     
  • ความกล้าหาญ (Courage) 

ในการนี้ ภาคธุรกิจที่ต้องการประยุกต์ใช้ AI ควรหลีกเลี่ยงการทำโครงการนำร่องขนาดเล็กจำนวนมากที่ขยายผลไม่ได้ แล้วเลือกโจทย์ใหญ่เพียงโจทย์เดียวที่ต้องการแก้ไข ซึ่งจะสร้างผลลัพธ์ได้มาก จากนั้นให้นำไปพัฒนาในสภาพแวดล้อมจริง เพื่อวัดผลลัพธ์ทั้งรายได้ กำไร และความพึงพอใจของลูกค้า

โดยได้เน้นย้ำถึงการป้องกันปัญหาข้อมูลรั่วไหล ภาวะหลอนของเอไอ และอคติที่เกิดจาก พร้อมเตือนว่ามนุษย์ต้องไม่หยุดคิดหรือปล่อยให้ AI ชี้นำเพียงอย่างเดียว

ขณะที่นางมากิโกะ โอโนะ กรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสฝ่ายจัดการ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร ซันโตรี โฮลดิ้งส์ (Suntory Holdings Limited) กล่าวว่า แม้ AI จะช่วยปลดล็อกความเป็นไปได้ใหม่ ๆ แต่ทรัพยากรบุคคลยังคงเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในการสร้างคุณค่าและส่งมอบความสุขให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในภาคการผลิตและสินค้าอุปโภคบริโภค

“AI ไม่สามารถลิ้มรสวิสกี้ชั้นเลิศได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมนุษย์ถึงเป็นผู้ผลิตวิสกี้ เพราะฉะนั้นมนุษย์ยังเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด เพราะสามารถเติบโตและบ่มเพาะศักยภาพตามกาลเวลา”

ทั้งนี้ ซันโตรีได้นำ AI มาใช้ช่วยคัดกรองใบสมัครงานในรอบแรกก่อนส่งต่อให้มนุษย์สัมภาษณ์ และใช้ AI ช่วยจับคู่เป้าหมายในอาชีพของพนักงานกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ข้ามสายงานและข้ามภูมิภาค รวมทั้งยังจัดระบบให้พนักงานรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือผู้สอน ให้แก่ผู้บริหารระดับสูง

“การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่ง AI จะประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องผสานพลังระหว่างเทคโนโลยีกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ผ่านการสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างให้ทดลองทำจริง ควบคู่ไปกับระบบกำกับดูแลความปลอดภัยและความโปร่งใสของข้อมูล เพื่อสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในทุกระดับขององค์กร”